Mindblown: a blog about philosophy.

  • เคยไหม? เปลี่ยน “วิกฤต” เป็น “อวสาน” ทางการเงิน

    เคยไหม? เปลี่ยน “วิกฤต” เป็น “อวสาน” ทางการเงิน

    ตอนนี้ผมเห็นมีหลายๆคนยังอยู่ในช่วงวิกฤตการทำงานเพราะ Covid-19 มีบางคนถูกให้ออกจากงานและยังไม่รู้ว่าจะทำงานอะไรต่อดี ภาระและค่าใช้จ่ายก็ยังมี ซึ่งหลายคนก็ใช้วิธีการประหยัด วางแผนค่าใช้จ่ายและหางานทำเพิ่ม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมครับ ผมเข้าใจทุกคนซึ่งผมเองก็เจอปัญหาที่ไม่ต่างกัน แต่บางทีผมก็ไปเจอแนวคิดแปลกๆมาในเรื่องของการหารายได้ในช่วงวิกฤต ก็อยากจะบอกว่าบางครั้งหากเราไม่ได้คิดให้รอบคอบ เราไม่ได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสนะ แต่จะเปลี่ยนเป็นอวสานทางการเงินได้เลย ซึ่งผมเจอค่อนข้างบ่อยในหมู่เพื่อนของผม ตัวอย่างเช่น หากเราเหลือรายได้ก้อนสุดท้ายที่คิดว่าอย่างน้อยก็ยังเอาไว้อยู่รอดได้ในช่วงนี้ แต่ไปเจอคนชวนให้เอาเงินก้อนดังกล่าวไปทำให้งอกเงย บางคนก็อาจจะสนใจนะครับ แต่ถ้าพิจารณาอย่างถีถ้วนแล้วอาจจะไม่ใช่่การนำเงินไปต่อเงินที่ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดังนี้ครับ 1. เสี่ยงดวงการพนัน เอาเงินที่เหลืออยู่ไปลองเสี่ยงดวงเผื่อจะมีรายได้มากขึ้น เช่น การเอาเงินไปเล่นพนันในเวปไซต์พนันออนไลน์ต่างๆ บางทีเราเชื่อว่าเราจะเป็นฝ่ายได้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะเสียมากกว่า เล่นไปเล่นมาหมดตังเป็นพันเป็นหมื่นก็มี 2. ใช้เครื่องมือทางการเงินที่ความเสี่ยงสูง เอาไปลงทุนในเครื่องมือที่ความเสี่ยงสูงมาก เพราะคาดหวังจะได้ผลตอบแทนมาเยอะแม้จะลงไปในะยะเวลาสั้นๆ เช่น บางคนไม่มีความรู้และพื้นฐานเลย แต่ขอเสี่ยงดวงเล่นตราสารอนุพันธ์ หรือ ฟอเร็d 3. ไปขอเพื่อนลงทุนด้วย เพราะคาดหวังว่าว่าจะมีรายไรด้จากส่วนแบ่งกำไร ซึ่งพอลงทุนไปแล้วเวลาขอถอนทุนคืนนั้นยากล่ะ เพราะเงินมันลงไปในของต่างๆ และอีกหลายๆครั้งก็อาจจะเจอขาดทุนจากการลงทุนแล้วไม่ได้กำไรอย่างที่คิด ต่อมามีปัญหากับเพื่อนกันได้อีก 4. เก็งกำไรรายวันแบบไม่มีประสบการณ์ บางคนออมหุ้นอยู่ดีๆ ก็ใช้แนวทางใหม่เปลี่ยนจากการลงทุนในหุ้นมาเป็นเก็งกำไรรายวัน ไม่ว่าจะเป็นการ Daytrade อย่างไม่มีประสบการณ์หรือ การลงทุนในหุ้นที่มีข่าวลือว่าจะมีการทำราคา เพราะมองว่าวิธีการนี้จะสร้างกระแสเงินสดในชีวิตได้ 5. เอาเงินเก็บไปปล่อยกู้นอกระบบ  ไม่มีรายได้ […]

  • เร็วไปไหมหากจะเห็นเด็กอายุ 11-15 เรียนเรื่องหุ้น?

    เร็วไปไหมหากจะเห็นเด็กอายุ 11-15 เรียนเรื่องหุ้น?

    เด็กอายุ 11-15 เรียนหุ้นได้แล้วหรือ? นี่เป็นคำถามที่ผู้ปกครองหลายคนสงสัยและสอบถามผมมา ในฐานะที่ผมมีประสบการณ์ในการสอนการเงินการลงทุนให้เด็ก ผมพบว่าเด็กๆเรียนกันได้นะครับ และไม่ได้เป็นเรื่องยากสำหรับเขา จริงๆเด็กทุกคนเขาได้เรียนรู้เรื่องหุ้นและธุรกิจจากชีวิตประจำวันของเขาอยู่แล้ว เขารู้ว่าเขาจะไปซื้อของที่ไหน กินอาหารที่ไหน ไปเที่ยวพักที่ไหน และเขารู้ว่าทุกครั้งที่เขาไปใช้บริการต่างๆ เขาต้องใช้เงินในการซื้อบริการ ในแง่ของการเงิน เราก็สอนเขาว่า การใช้เงินซื้อของเหล่านั้นจะทำอย่างไรให้คุ้มค่า ในแง่ของการลงทุน เราก็สอนเขาว่า ถ้าเขาเห็นว่า ถ้าเขาจะเป็นเจ้าของธุรกิจผ่านการถือหุ้น เขาจะต้องทำอย่างไร ผมพยายามจุดประเด็นแบบนี้ให้น้องๆเขาได้เริ่มคิดก่อน แล้วที่เหลือ ผมค่อยๆสอนวิธีการให้เขาได้เข้าใจ เรื่องหุ้นอาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องยาก เพราะในสมัยผมเด็กๆ ข้อมูลและสื่อการสอนมันไม่ได้เยอะมาก อีกทั้งแค่การฝากเงินในธนาคารก็ได้ดอกเบี้ยเยอะแล้ว นอกจากนี้ ตอนสมัยผมเด็กๆเวลาคนพูดถึงหุ้นจะมองว่าเป็นเรื่องของคนรวย เราเรียนจบมา หางานทำดีๆตามหน่วยงานราชการ หรือ บริษัทเอกชนใหญ่ๆจะดีกว่า เรื่องหุ้นเลยเป็นเรื่องไกลตัวมากๆ ถ้าเราเอากรอบความคิดแบบนี้ตัดสินใจให้รุ่นลูกของเราไป ต้องเชื่อในแบบที่เราเจอมา อย่าไปยุ่งกับหุ้นจนกว่าจะโตเพราะมันเป็นเรื่องผู้ใหญ่ การพัฒนาความคิดและมุมมองด้านการเงินการลงทุนมันจะอยู่ที่เดิมแน่ๆ ทุกคนก็ทราบดีว่าโลกเรามันเปลี่ยนแปลงทุกวัน เก็บเงินก็เสี่ยง ไม่เก็บเงินก็เสี่ยง เครื่องมือทางการเงินออกมาใหม่ตลอด สมัยก่อนเราอาจจะรู้แค่ เงินฝาก หุ้น พันธบัตร ซื้อทอง เดี๋ยวนี้มีอะไรเพิ่มอีกเยอะ Cryptocurrency Forex DW การทำธุรกิจแบบ Startup แล้วก็อีกสารพัดสิ่งที่จะมาใหม่ […]

  • ประกันต้องซื้อก่อนป่วย ป่วยแล้วอยากซื้อไม่ได้นะ

    ประกันต้องซื้อก่อนป่วย ป่วยแล้วอยากซื้อไม่ได้นะ

    เรื่องมีอยู่ว่า… มีคนมาถามเรื่องประกัน เพราะป่วยเป็นโรคร้ายแรง ก็โรคมะเร็งนั่นล่ะครับ และคงคำนวณแล้วว่าหากมีประกันก็คงดีในการช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายได้ ต้องอย่าลืมนะว่าการป่วยเป็นมะเร็งนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลค่อนข้างมาก และ นั่นยังไม่รวมค่าใช้จ่ายแฝงอีกจำนวนมาก อ่านเพิ่ม ป่วยทีอย่าคิดว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เยอะเลยล่ะ ป่วยแล้วค่อยทำประกัน! เชื่อผมไหวว่าคนทั่วไปมีความเข้าใจแบบนี้ไม่น้อยจริงๆ คิดว่าป่วยก่อนค่อยมาทำประกันที่หลังได้ ทั้งๆที่หลักการในการทำประกันคือ “ป้องกันความเสี่ยง” บริษัทจะรับประกันเมื่อร่างกายปกติ และจะจ่ายค่ารักษาเมื่อต่อมาพบว่าเราเกิดป่วยเป็นโรคที่ประกันคุ้มครองอยู่ ถ้าเปรียบเทียบกับการซื้อหวย ก็เหมือนตอนเราต้องซื้อก่อนที่เขาจะประกาศว่าหวยออกเลขอะไร ไม่ใช่หวยออกไปแล้ว เราไปตามหาคนขายเพื่อขอซื้อรางวัลที่จะได้โชค มันก็เลยเป็นสินค้าที่คนไม่อยากจ่าย ถ้ารู้ว่าเราไม่ได้เป็นอะไร แต่เป็นสิ่งที่คนต้องการมากเมื่อเรารู้แล้วว่าเราเกิดความเสี่ยงที่กังวลนั้นๆ หนึ่งในวิธีคิดในการทำประกัน ผมจะถามตัวเองว่า ถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะต้องจ่ายค่ารักษาเต็มๆเท่าไหร่? ถ้าคำตอบคือ จ่ายแพงมาก หลักล้านบาท ถ้าผมจะยอมปิดความเสี่ยงโดยจ่ายหลักหมื่นบาทต่อปีดีไหม? ถ้าผมคิดว่าเราต้องปิดความเสี่ยงนั้น ผมก็จะจ่าย  การทำประกันคือการอุดรอยรัวทางการเงิน เป็นการจ่ายน้อยๆเพื่อให้คุ้มครองมากๆหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เหมือนการเลี้ยงกองทัพแม้จะไม่ได้ออกรบ แต่เมื่อมีสงคราม ทหารก็จะป้องกันประเทศให้เสียหายน้อยกว่าการไม่มีกองทัพครับ ผมเองก็ไม่ได้ทำประกันทุกตัว และเราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันเพื่อโอนความเสี่ยงเท่านั้น บางอย่างผมรับความเสี่ยงเองได้ก็รับนะ หรือบางอย่างถ้าเราหนีความเสี่ยงได้ก็หนีไปเลย ไม่ต้องเสียตัง เช่น ถ้าเราต้องไปต่างประเทศ แล้วเสี่ยงต่อการป่วยจากโรคระบบทั่วไปในพื้นที่นั้นๆ เราเลือกที่จะเสี่ยงได้ ก็ไปเที่ยวเล่นแค่ 3 วันเอง กลับมาอาจจะไม่ป่วยก็ได้ แต่เราอาจจะเลือกไม่ไปก็ได้ ไม่ไปก็จบ  แต่แบบเรื่องอุบัติเหตุ โรคร้ายแรง ทั่วไปในชีวิต […]

  • แชร์ประสบการณ์ข้อผิดพลาดในการลงทุนใน CFD FOREX

    แชร์ประสบการณ์ข้อผิดพลาดในการลงทุนใน CFD FOREX

    มีคนถามเรื่องการลงทุน Forex และ CFD มาเยอะพอสมควรเลยนะครับ ผมก็เล่าให้ฟังได้ โดยเฉพาะเรื่องข้อผิดพาดทั้งหลาย เพียบเลย จะได้ชั่งใจกันก่อนหากใครคิดจะเข้ามาสู่วงการนี้ CFD คืออะไร? อ่านเพิ่ม >> https://bit.ly/2ZDCUFh จริงๆแล้ว CFD ก็เป็นอนุพันธ์ทางการเงิน (Derivative) ที่ความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งตามหลัก High Risk High Expect Return มันก็จะให้ผลตอบแทนหรือความฉิบหายได้สูงมากๆเช่นกัน รัฐบาลไทยเลยยังไม่อนุญาตให้มีการเปิดธุรกิจนี้ในประเทศไทยได้ คนที่ซื้อขายส่วนใหญ่จะใช้บริการจากต่างประเทศผ่านระบบ Online ที่ว่ามันอันตรายก็เพราะ มันใช้ Leverage (อัตราทด) ในการซื้อขาย และ สินค้าพวกนี้มีความผันผวนสูงมาก เช่น เรานำเงินไปลงทุน $1,000 ดอลลาห์ ใครซื้อขายหนักๆ อาจจะสร้างผลกำไรถึง 10-20% ภายในวันเดียวได้ แต่ต้องอย่างลืมว่า เราอาจจะสูญเสียเงินทั้งหมด ภายใน 1 วันก็ได้เช่นกัน แต่มันจะต่างกับการซื้อขายในบ้านเราอย่างครับคือไม่มีการ Call Margin ขาดทุนหนักจะโดนบังคับขายแล้วหักเงินออกจากพอร์ตที่เรามีอยู่ พอตังหมด เรียกว่าพอร์ตแตก […]

  • บทเรียนการเงินราคาแพงกรณีคู่รัก พี่ติ๊ก-พี่หนุ่มศรราม

    บทเรียนการเงินราคาแพงกรณีคู่รัก พี่ติ๊ก-พี่หนุ่มศรราม

    ได้มีโอกาสเปิดรายการโหนกระแส กรณีปัญหาทางการเงินของพี่ติ๊ก ที่กระทบมายังชวิตคู่รักจนทำให้ต้องมีการแยกกันอยู่กับพี่หนุ่ม ศรรามนะครับ บทความนี้ผมจึงอยากสรุปบทเรียนราคาแพงที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนได้นะครับ จะได้เป็นกรณีศึกษาให้เราไม่ประมาทในแง่ทางการเงินครับ ประเด็นต่างๆที่เราสามารถเรียนรู้ได้มีดังนี้ครับ การยืมเงินไปหมุน การยืมเงินของคนอื่นไปหมุนนั้น หมายถึงการที่เรามีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆหรือมีหนี้สินต่างๆที่เราจะต้องใช้ แต่เราไม่มีเงินสดมากพอที่เราจะทำอย่างนั้นได้จึงต้องหยิบยืนคนอื่นครับ ในกรณีตัวอย่าง เช่น หากเรามีการซื้อประกันเอาไว้ด้วยเบี้ยประกันที่สูงมาก แต่เรากลับจ่ายไม่ไหว เราไปยืมเงินคนอื่นมา อยู่ๆการออมผ่านประกันอาจจะกลายเป็นหนี้จากการยืมเงินได้เหมือนกันนะครับ ทั้งนี้บางทีเวลาที่เรามีหนี้มากแถมโดนเร่งรัดมากๆ สิ่งแรกที่จะต้องทำคือเอาสมบัติไปขาย เอาทองไปขาย เอานั่นนี่ไปขาย ถ้ามีการแอบกดเงินผู้อื่นด้วยยิ่งแย่เลย หากใครมีคู่ก็คงไม่อยากให้แฟนเรามีปัญหาใช่ไหมครับ ความรู้ทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆในชีวิตคู่ ต้องคุยกันบ่อยๆและวางแผนต่างๆร่วมกันบ่อยๆนะครับ เรื่องเล่นการพนัน อันนี้ไปกันใหญ่เลย หลายคนที่มีปัญหาเยอะๆ อยากได้เงินเร็ว สิ่งที่คิดว่าจะช่วยได้ก็คือการไปเล่นพนัน เพราะมีแค่ได้กับเสีย ถ้าได้ก็ใช้หนี้ได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าการพนันนั้นถูกออกแบบมาให้คนเสียมากกว่าคนได้นะ ผมเคยลองเติมเงินไปเล่นพนันออนไลน์ว่ามันเป็นยังไง ตอนนั้นลองสนุกๆ 200 บาทเพื่อเรียนรู้ เริ่มด้วยพนันของเวียดนาม เล่นยังไงก็แพ้ เลยไปเล่นพวกหัวก้อย สูงต่ำ เป่ายิ้งฉุบ เพราะเราคิดว่าไม่ชนะก็แพ้ แรกๆก็ชนะอยู่หรอก แต่เล่นไปเล่นมาตังหมดเลย แต่พอผมเล่นจบผมก็เลิกนะ ผมว่าถ้าเป็นบางคนอาจจะเสียดาย เติมเงินไปเล่นต่อเพื่อเอาคืน แล้วก็เสียมากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่หวยนะ แม้การลงทุนทั่วไปอย่างหุ้น คนเอาเงินไปเล่นหุ้นปั่นแล้วเจ๊ง ถ้าไปหยิบยืมคนอื่นก็จะเจ๊งเพิ่มได้เพราะเวลาอยากเอาคืน ผีพนันมันจะเข้าสิงแทน ใช้เงินเกินตัว […]

  • โธมัส เพน ผู้เบิกเนตรชาวอเมริกันให้ประกาศอิสรภาพต่ออังกฤษ

    โธมัส เพน ผู้เบิกเนตรชาวอเมริกันให้ประกาศอิสรภาพต่ออังกฤษ

    ช่วงนี้มีคนมาคุยกับผมเรื่องเกี่ยวกับปรัชาญาการเมืองต่างๆมากขึ้น และหนึ่งในผู้ที่ถูกพูดถึงแนวคิดค่อนข้างเยอะก็คือ โธมัส เพน (Thomas Paine) ผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า สามัญสำนึก (The Common Sense) บุคคลนี้และผลงานของเขาเป็นสิ่งที่ท้าทายความคิดทางการเมืองของโลกในสมัยนั้นมาก เข้าใจว่าที่มันเป็นกระแสขึ้นมาก็เพราะเด็กๆรุ่นใหม่นั้นได้พยายามศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆมากขึ้น และพูดถึงแนวคิดประชาธิปไตย ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในสังคมไทยในปัจจุบัน [บทความนี้ผมจะสรุปให้ฟังถึงบรรยากาศและแนวคิดของโธมัส เพน ให้ได้อ่านกันนะครับ] โธมัส เพน เป็นชาวอังกฤษที่อพยพไปอยู่ในอเมริกา เพื่อหาโอกาสใหม่ๆให้ชีวิต ในสมัยนั้นยุโรปถือว่าเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้า แต่ด้วยประเทศต่างๆยังมีเรื่องศักดินา ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ การย้ายไปอเมริกาก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับหลายๆคน ถ้าให้เปรียบเทียบกับยุคนี้ ก็คล้ายๆหลายๆคนพยายามไปหาที่ทางในโลกใหม่บนอินเตอร์เน็ท เพื่อหลีกหนีระบบต่างๆที่เราเสียเปรียบในการแข็งขันนั่นล่ะครับ นั่นรวมถึงความคิดและการกระทำต่างๆในโลกปกติที่ทำไม่ได้ก็สามารถทำได้อย่างอิสระมากกว่าอีกด้วย เมื่อคนย้ายไปอยู่ฝั่งอเมริกามากขึ้น รัฐบาลอังกฤษก็มองว่าจะต้องเข้าสร้างผลประโยชน์ต่างๆ และมองว่าดินแดนในอเมริกาเป็นส่วนหนึ่งในรัฐอาณานิคม สิ่งที่รัฐบาบอังกฤษทำก็คือ “เก็บภาษี” ภาษีมันมักจะเป็นปัญหาให้คนในโลกนี้เสมอครับ มันเป็นค่าใช้จ่ายของเราที่ให้รัฐบาล คำถามก็คือรัฐบาลเอาไปทำอะไรต่อ? และประชาชนได้รับผลประโยชน์อะไรกับสิ่งที่จ่ายไปบ้าง? อังกฤษออกกฎหมายเก็บภาษีสแตมป์ หมวก ขนสัตว์ น้ำตาล ฯลฯ เต็มไปหมด สิ่งที่คนอเมริกันต่อรองกับทางอังกฤษก็คือ “ขอที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ไหม?” ซึ่งอังกฤษปฏิเสธเรื่องนี้ คนอเมริกันวิ่งวนกับความไม่เป็นธรรมกับอังกฤษตลอดเวลา จริงๆแล้วในช่วงเวลานั้น คนที่อยู่ฝั่งอเมริกาก็มีหลายแบบนะครับ พวกกลุ่มอเมริกันปลดแอกก็ไม่ชอบสิ่งที่อังกฤษทำ ส่วนพวกสลิ่มอเมริกาก็ยังรู้สึกว่าอยากจะเป็นอาณานิคมอังกฤษ อยากอยู่ภายใต้การปกครองพระเจ้าจอร์จที่ 3 […]

  • Romantic Scam เพราะรักจึงถูกหลอกให้โอน

    Romantic Scam เพราะรักจึงถูกหลอกให้โอน

    พอดีทางเพจของตำรวจเขาแชร์มาเกี่ยวกับพวก Romantic Scam หรือ การลวงให้รักแล้วโอนเงินให้ ผมเลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์ (ของคนรอบตัว ไม่ใช่ผม 55) ให้ฟังนะครับ รวมถึง Know-How ที่ได้เรียนรู้มา เพจที่ผมพูดถึงนะครับ โดยปกติแล้วพวก Scam พวกนี้เขาจะใช้รูปภาพของผู้ชาย Profile ดี ดูหล่อ รวย และถ้าเป็นสมัยก่อนก็อาจจะเป็นผู้ชายฝรั่งเกษียณแล้ว บางคนก็เคยแต่งงานมีลูกเมียแล้วแต่ตอนนี้อยู่คนเดียว โสด อยากจะหาแฟนคนไทย คนไทยน่ารักจะได้มาอยู่ด้วยกัน เทคนิคที่เขาใช้นะครับก็คือ เขาจะไปสืบ Profile ผู้หญิง สาวสอง ฯลฯ ที่เป็นเหยื่อ ไปดูว่าคนนั้นเป็นยังไง Lifestyle เป็นไง ถ้าแบบเป็นผู้หญิงโสดอยู่คนเดียว ผู้หญิงที่สามีเสียไปแล้วอยู่กับลูก หรืออาจจะเป็นคนแก่ในวัยเกษียณ เขาก็จะเข้าไปทักไปคุยด้วยนะครับ ซึ่งด้วยรูปด้วย Profile ที่น่าสนใจก็อาจจะทำให้สาวๆหลงไปบ้าง พวกนี้จะปากหวานมาก เราจะเป็นที่รักของเขาอย่างรวดเร็ว มีอะไรก็มาคุย แลกเปลี่ยนความคิด เขาจะสนใจเรามาก แล้วคนเหงาๆเวลาถูกจีบก็ย่อมคิดไปไกลเสมอ แรกๆเขาจะคุยจนเรารู้สึกดีด้วย ซึ่งเทคนิคต่อมาที่เขาจะใช้ก็คือ พอรู้ว่าเราเริ่มติดเขาแล้ว เขาจะตอบช้าลง ช้าลง สังเกตง่ายๆนะครับ […]

  • แชร์ประสบการณ์ การใช้กระเป๋าตังค์ฟรี มา 15 ปี

    แชร์ประสบการณ์ การใช้กระเป๋าตังค์ฟรี มา 15 ปี

    กระเป๋าตังค์ฟรี ใช้มาแล้ว 15 ปี วันนี้ผมจะเล่าเรื่องกระเป๋าตังค์ผมให้ฟังครับ เมื่อก่อนตอนช่วงผมเด็กๆนะ จำความได้ว่ามันจะมีบางช่วงที่เพื่อนเห่อกระเป๋าตังค์จากต่างประเทศกัน อย่างมัธยมเพื่อนก็จะอวดแบรนด์แนวๆ Guy Laroache, AIIZ, Giordano อะไรพวกๆนี้ เราก็อยากได้ ไปขอแม่ซื้อแม่ก็ไม่ซื้อให้ แม่บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้กระเป๋าตังค์ราคาแพงก็ได้ เราอายุยังน้อย แต่อย่างว่านะครับ ตอนเด็กๆเขาอวดกัน เราก็อยากมีกับเขาบ้าง แต่พอเรียนมหาลัยจนเริ่มทำงาน ก็จะมีการพูดถึงกระเป๋าแบบ High End กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Chanel, Burberry, Hermes, Gucci นอกจากกระเป๋า ก็ยังมีของอีกมากมายที่เราพูดถึงกัน เช่น นาฬิกา เสื้อผ้า ฯลฯ ของแบรนด์เนมเหล่านี้แพงมากในสายตาผม อย่างไรก็ตามผมก็ไม่ปฏิเสธนะที่ผมก็ซื้อของพวกนี้ใช้บ้าง มีอยู่ที่บ้าน ใช้ตามโอกาส แต่ปกติก็ไม่ค่อยเอาออกมาใช้เท่าไหร่ เอาไว้แค่การออกงาน  ก็เคยคิดเหมือนกันนะครับว่า เออ ทำไมเราต้องมีนะ? พอเราได้เรียนรู้ชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ก็พอจะทราบได้ว่า การซื้อของแพงๆของแบรนด์เนมมันก็เป็นแค่อารมณ์หนึ่งที่เราอยากให้คนมองเราและยอมรับเรามากขึ้น เพราะในแง่อรรถประโยชน์มันก็ไม่ได้ต่างกัน แต่บางทีคนชอบเอาเหตุผลว่าที่ใช้ของแพงๆเพราะคุณภาพมันดีกว่าของถูก ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ สำหรับกระเป๋าตังค์ที่ผมใช้อยู่เนี่ย ผมใช้มา […]

  • Review CSI Society ศูนย์รวมกูรูการลงทุน

    Review CSI Society ศูนย์รวมกูรูการลงทุน

    สวัสดีครับทุกคน วันนี้จะเป็นบทความเชิง Review นะครับ พอดีผมได้มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชม Facebook และได้เข้าร่วมคอร์สการลงทุน 1 year pack (19,900 ลดเหลือ 11,990) มาจากเวปไซต์ CSISociety.com นะครับ ก็จะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง เผื่อใครสนใจฟังเรื่องการลงทุนในมุมมองของกูรูหลายๆท่าน มาเริ่มกันที่ Facebook กันก่อนเลย   Facebook : CSISociety หากใครที่อยากได้ข้อมูลการลงทุนแบบฟรีๆก่อนเลยก็สามารถมาเรียนรู้ได้จากเวปเพจนี้ได้เลยนะครับ เขาจะมีประกาศว่าจะมีวิทยากรท่านไหน Live ในวันไหนบ้าง ซึ่งโดยปกติจะมีการ Live ทุกวันในช่วง 19:00 นะครับ หากใครไม่ว่างในเวลาดังกล่าวหรือมาดูไม่ทันก็สามารถมาฟังย้อนหลังได้นะครับ วิทยากรจะสลับหมุนเวียนกันไป ใครเป็นแฟนวิทยากรท่านไหนก็ติดตามได้เลยนะครับ นอกจากนี้ใน Facebook นั้นก็จะมีโฆษณาคอร์สการลงทุนต่างๆให้เราได้เลือกเรียนได้ด้วยนะครับ ค่อนข้างหลากหลาย วิทยากรมากมาย มีทั้งในแนวพื้นฐานและเทคนิคอล มีคอร์สสินทรัพย์ต่างๆที่หลากหลายทั้ง หุ้น อนุพันธ์ หุ้นต่างประเทศ คริปโตเคอเรนซี่ เยอะมากๆเลยครับ   เวปไซต์ CSISociety.com ถ้าเข้าไปดูทางเวปไซต์เขาก็จะมีคอร์สให้เราได้ Shopping กันด้วยนะครับ มันจะมี […]

  • ออมหุ้น : เทคนิคการเพิ่มเงิน DCA เมื่อเกิดวิกฤต

    ออมหุ้น : เทคนิคการเพิ่มเงิน DCA เมื่อเกิดวิกฤต

    มีคนถามว่าในช่วงวิกฤตต่างๆที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงนั้น เราควรจะจับจังหวะการลงทุนอย่างไร ทุ่มเงินลงไปเมื่อไหร่ดี หรือ หากจะออมหุ้น ออมกองทุน แบบ DCA นั้นควรจะต้องทำอย่างไร? จากข้อสังเกตของผมนะครับ ส่วนใหญ่เวลาหุ้นตก คนเรามักจะทำการขายหุ้นมากกว่าซื้อหุ้น และหากคุณลงทุนออมหุ้นแบบ DCA อยู่ บางคนอาจจะไปขอปิดระบบทยอยซื้อรายเดือนเพราะกลัวจะขาดทุน หากเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์แล้ว การเลือกหุ้นที่ดี มีคุณภาพ สามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวได้ ควรจะเพิ่มเงินลงทุนให้มากขึ้นเพราะวิกฤตนั้นคือโอกาส DCA นั้นเหมาะกับการลงทุนที่ไม่ต้องติดตามเรื่องราคาหุ้น เราใช้การทยอยซื้อเดือนละ 1 ครั้งตามวันเวลาที่กำหนด ในช่วงที่เกิดวิกฤตก็สามารถเพิ่มเงินลงทุนได้นะครับ โดยผมขอแนะนำเทคนิคที่สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เพิ่มเงินลงทุนตามเงินที่มีไปเลย วิธีการแรกนะครับ เมื่อเรารู้ว่าตอนนี้กำลังเกิดวิกฤตแล้วก็ลองหาเงินเพิ่มมาลงทุนตลอดระยะเวลาวิกฤต ซึ่งเงินจำนวนนี้มีที่มาได้ 2 แบบครับ เงินเดือน ก็แบ่งเพิ่มมาลงทุน เช่น ปกติลงทุนเดือนละ 5,000 ก็แบ่งเพิ่มมาจากเงินเดือนเดือนละ 1,000 – 2,000 บาท เงินเก็บ เราอาจจะใช้การประเมินดูนะครับว่าวิกฤตนั้นจะกินระยะเวลานานแค่ไหน (ตรงนี้เป็นเรื่องอนาคตไม่มีใครรู้และมีมีสูตรตายตัว) เช่น หากเรามองว่าเรามีเงินเก็บที่จะเอามาลงทุนทั้งหมด 240,000 บาท และคิดว่าวิกฤตนี้อาจจะกินระยะเวลา 24 […]

Got any book recommendations?