หน้าแรก บล็อก หน้า 39

มรดก 200 ล้านมีดี เจ้ภัสสร อย่าพึ่งงอน #เลือดข้นคนจาง

0

จากเหตุการตายของอากง และการแบ่งมรดกให้ลูกหลานตระกูลจิระอนันต์ในซีรีสย์เรื่องเลือดข้นคนจาง เจ้ภัสสรไม่ได้รับหุ้นของโรงแรม แต่ได้เงินสดที่อากงให้ไว้ 200 ล้าน เรื่องนี้ทำให้เจ้งอนมากจนเป็นเหตุให้เจ้โดนพี่ชายตบหลังจากด่ากันว่าเฮงซวย

อันที่จริง 200 ล้าน มันก็ไม่ใช่น้อยๆนะ แล้วเจ้เองก็มีรายได้จากการบริหารธุรกิจ มีเงินเดือน โบนัสอีกด้วย ลูกเจ้ก็โตแล้ว เป็นเจ้าของกิจการ เป็นดารา หล่อๆน่ากินทั้งนั้น

ส่วนหุ้นของโรงแรมจิรานันตรา มันก็ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เจ้เอาไปขายไม่ได้อยู่ดี นอกจากกำไรจะแจกเป็นเงินปันผลให้ตามหุ้นส่วน แต่เชื่อดิไม่ได้แจกหรอก เฮียเจ้คงเอาใส่กงสีหมด ยังไงก็ต้องขอตังกองกลางอยู่ดี

ประเด็นคือ ก่อนเฮียประเสริฐตาย เจ้กำลังครองกิจการแม้ไม่มีหุ้นก็ตามนะค๊าาา ถ้าเจ้ไม่งอนจนโดนไล่ออกพร้อมลูกน้อง ทุกคนยังต้องการเจ้บริหารต่อแน่ๆ

กลับมาที่ทางเลือกของเจ้ ถ้าเอาเงินมรดก 200 ล้าน มาลงทุนซัก 100 ล้าน เจ้จะได้ผลตอบแทนยังไงใน 10 ปีให้หลังได้บ้าง คิดทบต้นแบบรายปีนะคะ สมมติฐานอัตราผลตอบเฉลี่ยต่อปีที่แทนที่แตกต่างกัน เจ้จะมีเงินดังนี้

1% ต่อปี ในความเสี่ยงต่ำ เจ้จะมี 110 ล้านบาท

5% ต่อปี ในความเสี่ยงกลางๆ เจ้จะมี 164 ล้านบาท

10% ต่อปี ในความเสี่ยงสูง เจ้จะมี 259 ล้านบาท

 

ถ้าเจ้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนนึงเอาชัวร์ๆ เช่น ฝากเงิน ลงกองทุนตลาดเงิน อะไรงี้ซัก 100 ล้าน อีก 100 ล้านจัดพอร์ตลงความเสี่ยงสูงหน่อย สมมติที่ 10% ต่อปี

ตามสมมติฐานนี้ ผ่านไป 10 ปี เจ้จะมีถึง 369 ล้านได้นะคะ มันไม่ได้เป็นจำนวนเงินที่น้อยเลย เผลอๆครอบครัวพี่น้องเจ้ ยังหยิบเงินมาใช้ไม่ได้กันซักกะบาทเพราะ

1. เงินอยู่ในกงสี คนดูแลต่อไม่ให้เบิกไปใช้ตามต้องการ ก็ไม่ได้เงินนะจ๊ะ

2. หุ้นที่แต่ละคนมีเอาไปขายต่อไม่ได้ สภาพคล่องมันไม่มี ขายไม่ได้ก็ไม่ได้ตัง ถ้าจะขาย เจ้ก็เข้าไปซื้อเองเลยจะได้ฮุบกิจการ

3. เจ้ จ่ายเงินเดือนกับโบนัสให้ตัวเองก่อนเยอะๆ กำไรตกไปกงสีน้อยลง ใครกล้าไล่เจ๊ออกคะ? น้องคนไหนจะบริหารต่อ วันๆกินแต่เหล้ากับจะซื้อรถ บริหารไปก็เจ๊ง ถ้าไล่ออกพนักงานออกตามหมด ไม่มีเฮียประเสริฐแล้ว ไม่มีคนตัดสินใจได้อยู่

4. เจ้จะครองโลกแน่ๆ เราทำนายได้ เราเป็นกำลังใจให้เจ้

จริง ๆ การมี 200 ล้าน อาจจะดีกว่าการได้หุ้น 700 ล้านที่เอาไปทำอะไรไม่ได้ก็ได้นะ Cash is King แล้วเจ้ก็มี Power ที่จะ Control ได้

เราเป็นกำลังใจให้ เจ้ภัสสร จุฟๆ

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

คนโสดต้องอ่าน การมีคอนโดใกล้วัดดีอย่างไร?

0

หลังจากที่เจอดราม่าใน Facebook กระหน่ำกันให้อ่านตั้งแต่วัน เกี่ยวกับการผู้อยู่อาศัยในคอนโดร้องเรียนเรื่องวัดตีระฆังกลางดึก จนเป็นข้อถกเถียงกันว่าวัดควรจะตีระฆังยังไงให้เบาลงหรือคอนโดควรทำยังไงให้ลูกบ้านได้ยินเสียงเบาขึ้น ซึ่งเราจะไม่คุยเรื่องนี้นะเธอ แต่เราจะคุยเรื่อง Life Style และการเงินว่าการมีบ้านอยู่ใกล้วัดดียังไง

คำว่าใกล้วัดของพรี่ไม่ได้หมายความว่าติดกับวัด แบบว่ามองกระจกลงมาเห็นกุฎิพระ แล้วทักทาย Hello หลวงพี่ สบายดีนะคะ แต่หมายถึงมีระยะทางที่เดินไปวัดได้ไม่ไกลวัดมาก และมันก็มีข้อดีสำหรับคนโสดด้วยนะเธอ

1. วัดเป็นที่ๆทำให้เราได้สงบจิตสงบใจ

ตอนที่เรายังไม่ได้อายุมาก เราอาจจะยังไม่ได้อินกับเรื่องวัด เรื่องธรรมะ ยังใช้ชีวิตแบบเฟี้ยวฟ้าวได้ แต่พอเราอายุมากขึ้น แถมโสดด้วย การไปวัดเพื่อทำสิ่งดีๆก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ ลองดูสิ มีคนอายุมากๆไปนั่งสวดมนต์ ทำบุญ เพราะท้ายสุดการแสวงหาความสุขทางใจก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

คอนโดที่อยู่ใกล้วัดก็ย่อมทำให้เราได้เปรียบในการเดินทาง ยิ่งเฉพาะถ้าอยู่ในวัยเกษียณแล้ว จะขึ้นรถเมล์ก็ไม่รู้จะขึ้นไหวไหม นั่งแทคซี่ก็ใช้เงินเยอะ การเดินไปด้วยเวลาซัก 10 – 20 นาที ก็เป็นการออกกำลังกายด้วย

2. วัดเป็นจุดสุดท้ายของชีวิตชาวพุทธ

ท้ายสุดเวลาตายไปเราก็ต้องไปเผากันที่วัด เราเป็นคนโสดอาจจะไม่ได้มีลูกหลานมาคอยช่วยเหลือเรา แต่เราก็เตรียมเรื่องต่างๆได้ล่วงหน้า รู้ว่าตายแล้วจะต้องไปเผาที่ไหน ก็เตรียมเงิน เตรียมพร้อมในเรื่องจิดใจกับวัดใกล้คอนโดก็ได้

แล้วฝากฝังคนที่เรารู้จักและสนิทใจกันว่าเมื่อถึงเวลาก็ช่วยพาฉันไปวัดที่ฉันรู้จักที ฉันเตรียมการไว้หมดแล้ว มันก็ทำให้เราเป็นคนโสดที่จากไปโดยไม่ได้ทำให้คนอื่นลำบากมากจนเกินไปได้อีกด้วย

3. ทำเลที่ดีนอกจากวัด ควรจะมีโรงพยาบาลใกล้ๆด้วย

โสดแล้วไม่มีใครดูแล จะหอบตัวเองไปโรงพยาบาลไกลๆทำไม เป็นไปได้ควรหาที่พักที่ใกล้กับโรงพยาบาลด้วย พอรู้สึกท้องไส้ไม่ดี มีอาการเจ็บป่วย ก็เดินทางไปโรงพยาบาลได้ง่ายๆ แล้วต่อไปมันก็เป็นเทรนของคนสูงวัยนะ พวกเราก็จะไปรวมตัวกันที่ Wellness Center ทั้งหลายกันด้วยล่ะ

ทำเลเรื่องโรงพยาบาลกับวัดเนี่ย คนมักจะไม่ได้นึกถึง ส่วนใหญ่จะนึกถึงใกล้ห้าง ใกล้ BTS ใกล้ที่ทำงาน แต่บั้นปลายจริงๆอาจจะต้องการแค่ที่ๆเราดูแลสุขภาพกับการสงบจิตสงบใจก็ได้ การอยู่ใกล้วัดก็มีข้อดีแบบนี้ล่ะเธอ จุฟๆ

เธออย่าลืมเรื่องนึง สมัยนี้ต้องมีประกัน พรี่ขอ Tie-in เลย สนใจหลักประกันให้กับชีวิตของคนโสด คนอยากมีชีวิตดีๆยามเกษียณ สามารถเข้าไปเทียบแบบประกันและซื้อประกัน Online ได้ที่ ej-fin.com 

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

สดแล้วมีข้อเสียยังไง ไม่สดดีกว่าไหม? มาดูต้นทุนเงินสดกันดีกว่า

0

พอดีพี่ไปอ่านจากเวป Thaipublica พูดถึงงานสัมมนาที่จัดโดนธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการพูดถึงระบบชำระเงินในยุคปัจจุบันว่ามันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก

อย่างว่านะก่อนหน้านี้เราจะใช้การแลกเปลี่ยน แล้วมาใช้สื่อกลาง พอมีเงินสด ยุคต่อมาก็มีบัตรเครดิต ส่วนในช่วงหลังๆนี้ก็มีการพัฒนาในเรื่องระบบการโอนเงิน ชำระเงิน Online และพวก e-Payment ซึ่งทำให้เรามีความสะดวกและที่สำคัญทำให้ต้นทุนเกี่ยวกับเงินทองมันลดลงด้วย

เงินมีต้นทุนยังไง? หลายๆคนอาจจะสงสัย

“เงินสด ไม่ใช่ของฟรี”

กว่าที่เราจะได้เงินมาใช้ในกระเป๋า แน่นอนว่ามันจะมีต้นทุนในการผลิต ค่าขนส่งไปแจกจ่าย พวกนี้มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะ พอใช้ไปซักระยะ เงินที่หมุนเวียนเก่าลงบ้าง เสียหายไปบ้าง ก็ต้องมีการผลิตขึ้นมาใหม่

นอกเหนือจากการผลิตแล้วในการใช้งานก็มีต้นทุนเหมือนกัน เราลองคิด Case Study ง่ายๆนะ เช่น

  • ไปกดเงินที่ตู้ ATM เพื่อเอาซื้อของ

ธนาคารเองก็ต้องมีค่าขนเงินไปใส่ในตู้ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการตู้ ATM ต้องวางตู้เต็มไปหมดให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน กว่าจะมาถึงมือเราให้เดินไปกด 400 บาท เพื่อเอาไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อข้างๆ ซึ่งถ้ามีระบบชำรำเงินออนไลน์โดยตรงระหว่างเราไปยังการจ่ายเงินในร้านสะดวกซื้อ จะตัดต้นทุนที่กล่าวมาหมดเลยนะเธอ

  • เอาสมุดบัญชีไปที่ธนาคารเพื่อเบิกตัง

ต้นทุนเพื่อจัดการในสาขาธนาคารก็เป็นอะไรที่สูงมาก ในแต่ละสาขามีค่าเช่า ค่าจ้างพนักงานเป็นเงินเดือนเพิ่มขึ้นมาอีก ทุกอย่างเป็นต้นทุนเต็มไปหมด ธนาคารบางแห่งจึงเริ่มนโยบายสาขาที่พนักงานลดลงแต่มีระบบต่างๆที่เอื้ออำนวยในการทำธุรกรรมเข้ามาแทนที่ มีการปิดสาขาและพัฒนาระบบ Online ให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลที่ทางเวปไซต์สรุปมาค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพวกเรื่องเงินๆทองๆคิดเป็น 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งในมูลค่าจำนวนนี้เป็นของธนาคารแห่งประเทศไทยในการผลิต ขนส่ง และจัดการถึง 4 พันล้านบาท

ต้นทุนของการผลิตเงินจะต่างกับพวกระบบ e-Payment ตรงที่การผลิตก็ต้องพิมพ์เงินออกมาใช้เรื่อยๆ ยิ่งปริมาณเงินมากยิ่งต้นทุนสูง แต่ระบบ e-Payment จะหนักไปในเรื่องการวางโครงสร้าง เวลายิ่งผ่านไปพวก e-Payment จะต้นทุนต่ำกว่า จากการศึกษาของแบงค์ชาติเขาบอกว่า เงินสดต้นทุนสูงกว่า 3 เท่า

นี่ล่ะมันก็เลยมีการนำเสนอออกมาทางสื่อเยอะมาก และเชิญชวนคนมาใช้ธุรกรรมทาง Online มากยิ่งขึ้นเพราะทำให้ประเทศชาติประหยัดลงในเรื่องนี้

ถ้าอยากร่วมประหยัดให้กับประเทศชาติ เริ่มง่ายๆจากการ “ไม่สด” นะครับ หากชำระเงินด้วยระบบต่างๆได้ก็ลองเลือกใช้ดูนะครับ เดี๋ยวนี้เขาทำระบบง่ายมากๆ จ่ายเงินผ่าน Application QR Code อะไรพวกนี้นั่นแล

ไม่สดนะ พี่ขอ

จุฟๆ

 

Reference:

https://thaipublica.org/2018/10/bot-symposium-2018-05/

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

How to: ยึดเงินผัว ยึดบัตร ATM ไม่พอหรอก ต้องยึดอย่างอื่นเพิ่มด้วย

0

พอเห็น Cover เหล่าบรรดาแฟนเพจผู้ชายก็คงคิดว่าพรี่คงจะเสนอหาทางออกในการใช้จ่ายเมื่อถูกบรรดาเมียๆยึดบัตร ATM ไป แต่พรี่จะบอกว่าบทความนี้เขียนเพื่อผู้หญิงจ๊ะที่รักว่าจะต้องยึดอะไรอีก หากต้องการรัฐประหารสามีตัวเองในการใช้เงินเปลืองหรือนำไปเปย์หญิงอื่นโดยที่เราไม่ได้ยินยอม แอร้ยยยยยย

ถ้าเราย้อนกลับไปในยุคก่อนๆ เวลาที่เราจะนำเงินมาจับจ่ายใช้สอย มันก็มีเส้นทางดังนี้

  • เก็บเงินสด เอาไว้ใช้จ่าย
  • เก็บไว้ในธนาคาร เบิกด้วยสมุดบัญชี
  • เก็บไว้ในธนาคาร เบิกที่ตู้ ATM
  • ใช้บัตรเครดิตรูดไปก่อนแล้วค่อยมาชำระ
  • ชำระตรงๆผ่านบัตรเครดิตเลย

ยุคก่อนๆเรามีวิธีการนำเงินสดมาใช้จ่ายแบบนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจที่บรรดาภรรยาจะใช้มาตรการยึดบัตร ATM หรือบัตรต่างๆ แล้วให้เงินสดไปใช้จ่ายเพียงพอแต่ความต้องการในแต่ละวัน

แต่ในปัจจุบันนี้มีอีกหลายช่องทางที่เราจะสามารถใช้จ่ายเงินได้ โดยไม่ต้องมีบัตร ATM เลย มาดูวิธีการกันนะเธอ

1. เบิกเงินที่ตู้ ATM ด้วย Application

โดยปกติเวลาที่เราลืมบัตร ATM แล้วต้องการเงินสด มันก็ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรในการเบิกแล้วก็ได้ ในบางธนาคารก็มีบริการที่เราไม่ต้องใช้บัตรในการถอนเงิน แค่ทำรายการผ่านตู้แล้วยืนยันตัวผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เท่านี้เองเงินก็จะออกมาให้เราใช้จ่ายได้แล้ว

2. ใช้ Prompt Pay ในการโอนเงิน

บริการ Prompt Pay นี่มีประโยชน์มากๆในยุค Cashless Society เลยนะ เห็นหลายๆที่เริ่มมีการใช้ระบบนี้ในการชำระเงินค่าบริการตามร้านค้า บริการแทคซี่ เพียงแค่เรา Scan หรือกดหมายเลขโทรศัพท์ของคนที่เราจะจ่ายเงินให้ ก็จะมีชีวิตอยู่รอดง่ายๆสบายๆโดยไม่ต้องมีบัตร ATM ได้แล้ว

3. เก็บเงินไว้ใน e-Wallet และ Application

เดี๋ยวนี้มันมีพวกกระเป๋าเงินออนไลน์ซึ่งเราสามารถนำเงินไปใส่ไว้ได้ด้วยนะ เวลาที่เราต้องการใช้จ่ายก็จ่ายผ่านพวก e-Wallet นี่ล่ะ ภรรยาหลายคนก็ไม่ค่อยรู้จักระบบแบบนี้ ข้อดีของพวก Wallet และ Application ก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลด อะไรพวกนี้ได้ด้วย

 

จะเห็นได้ว่าช่องทางการชำระเงินในปัจจุบันทำให้เราไปสู่ระบบ Cashless Society ได้ง่ายๆ มีช่องทางอีกมากมายที่เราสามารถชำระเงิน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องใช้เงินสด

ในยุคหน้าพรี่เชื่อว่าบรรดาเมียๆจะไม่ยึดบัตร ATM กันแล้ว แต่จะใช้การ

  • ยึด Smart Phone แล้วให้ใช้มือถือรุ่นกระติกน้ำแทน
  • ยึดเบอร์โทรที่ผูกกับโทรศัพท์

ยินดีต้องรับสู่ Cashless Society จ้า ไม่มีเงิน ไม่มีบัตร ไม่มีอะไรเลย

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

รู้ไหม! เงินเดือนของพวกเธอทำไมถึงหมดไว

0

พรี่เชื่อว่า มนุษย์เงินเดือนหลายๆคนสามารถค้นพบความยิ่งใหญ่ของวัตถุที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วกว่าแสง นั่นก็คือ “เงินเดือนของเราเองงงง”

ก็พอต้นเดือนแบบนี้หลายๆคนเงินเดือนเข้าปุ๊ป ยังไม่ได้เชยชมอะไรเลย อีกแปปเงินเดือนก็หมดแล้ว หายไปแบบพริบตา แอร้ย มาดูสาเหตุกันเถอะว่าเพราะอะไร

 

เงินเดือนต้องถูกนำไปใช้หนี้สิน

ประเด็นนี้น่าจะเป็นเหตุผลอันดับ 1 ของมนุษย์เงินเดือนเลย หลายๆครั้งเราซื้อของไง แล้วไม่ได้ซื้อเงินสด รูดบัตรเครดิตเอา มีแบบรูดน้อยบ้าง เยอะบ้าง ผ่อน 0% 10 เดือนบ้าง แล้วพอถึงรอบบิลปลายเดือน เงินเดือนออกปุ๊ป มันก็ตัดปั๊บ บ๊ายบาย จุฟๆ ลาก่อน

แต่พรี่อยากจะบอกว่าการเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด มีเงินเราก็ต้องใช้ ถูกป่ะ? เก็บหมด 100% ไม่แหลกไรเลย ไม่ซื้อไรเลยมันเป็นไปไม่ได้ เงินมีก็ต้องใช้

แต่มันจะเป็นปัญหาเมื่อเราเป็นหนี้เกินตัวจนทำให้เกิดการกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เงินเดือน 20,000 เป็นหนี้บัตรเครดิต 500,000 ธนาคารให้ผ่อนเดือนละ 50,000 ไรงี้ อันนี้ไม่ควรนะคะ เงินใช้เพื่อความบันเทิงได้ ต้องใช้อย่างเงินอย่างมีสติ

ส่วนตัวพรี่ว่าหนี้อย่าไปก่อเยอะ พรี่ก็มีผ่อนโน้นนี่นะ แต่คิดเป็น 10% ของรายได้เอง ยกเว้นเธอจะต้องผ่อนบ้าน อันนั้นอีกเรื่อง เป็นหนี้ดี สร้างทรัพย์สิน ก็ลองคำนวณเอาว่าก่อหนี้ยังไงให้ไม่เดือนร้อนกับตัวเองในการใช้ชีวิต

 

เงินเดือนนำไปใช้จ่ายสนุกสนานตั้งแต่ต้นเดือน

ถ้าพูดถึงการใช้หนี้ก็คือการใช้เงินในอนาคตแล้วพอถึงเวลาก็ใช้เงินคืน แต่อีกส่วนคือการใช้จ่ายด้วยเงินปัจจุบันหลังเงินเดือนออก สังเกตได้ว่าเมื่อเงินเดือนออกแล้วเราจะกล้าใช้เงินมากขึ้น และ Lifestyle จะกลับมาหรูหราได้มากกว่าช่วงปลายเดือน เช่น

เมนูแนะนำประจำเดือน

  • ช่วงต้นเดือน : ชาบู ปิ้งย่าง ซูชิ บุฟเฟต์โรงแรม
  • กลางเดือน : ข้าวแกง อาหารตามสั่ง
  • ปลายเดือน : บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของที่พอมีในตู้เย็น

พอเงินเดือนออกปุ๊ป โทรหาเพื่อนจ๊ะ แกรรร ไปกินชาบูกัน ไปช็อปปิ้ง เข้า Spa กัน นี่ล่ะก็ทำให้เงินหมดเร็วได้

อย่างที่บอก มีเงินเดือนก็ต้องใช้ แต่เราต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพให้สามารถอยู่รอดได้ทั้งเดือน วิธีการที่เราใช้ได้คือ “การตั้งงบประมาณรายจ่าย” และ “การเก็บออมให้เป็นไปตามเป้าหมาย” ตรงนี้จะแก้ปัญหาให้กับหลายๆคนได้ด้วยถ้าต้องส่งเงินให้กับพ่อแม่ เพราะเราจะคำนวณไว้ก่อนแล้วว่าเราใช้เงินได้มากน้อยแค่ไหน

ก็แบ่งไปเลยว่า เงินเดือนไหนจะต้องใช้ในเรื่องอะไร ออกแบบมาเป็นแผนในแต่ละเดือน และสร้างวินัยในการใช้จ่ายให้เป็นนิสัย มีการกำหนดเป้าหมายในการออมเงินด้วย

ลองวางแผนกันดูนะจ๊ะ จะได้ให้เงินเดือนอยู่กับเรานานๆ จุฟๆ

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

ข้อดีในการทำประกันชีวิตถ้าคิดจะมีเมียน้อย #เลือดข้นคนจาง

0

แอร้ยยย พรี่ดูหนังเรื่องนี้แล้วอินนนน

หลังจากที่เรื่องเลือดข้นคนจางฉายมาถึงตอน EP5 หลังทุกคนแม่มสงสัยกันว่าใครฆ่าประเสริฐกันแน่ ตอนนี้ก็เป็นที่หนุ่มพีทได้พบกับฉี๋น้องชายคนและแม่

สถาการณ์ของเรื่องในตอนนี้คือ

  • ประเสริฐแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับคุณนิภาแม่ฉี๋อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ประเสริฐถูกยิงตายในวันต่อมา แสดงว่าแม่ฉี๋จะกลายเป็นคู่สมรสที่ได้รับมรดกกฎหมาย หากประเสริฐไม่ได้เขียนพินัยกรรมอะไรไว้

ในตอนนี้ฉี๋ไปงานศพประเสริฐแล้วมีการเอ่ยถึงการแบ่งเงินมรดกเพื่อจะเอาไปรักษาแม่ เกิดการทะเลาะกันเบาๆ ก็เป็นเรื่องปกติระหว่างบ้านใหญ่กับบ้านเล็ก

พรี่เข้าใจว่าฉี๋ไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลนี้หรอก แค่ทวงสิทธิ์ที่ควรได้มารักษาแม่เท่านั้นเอง พีทก็เลยตัดสินใจไปเจอคุณนิภา เมียน้อยพ่อ ที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พรี่ก็เลยไม่รู้จะเรียกคุณนิภาว่าเมียน้อยหรือเมียหลวงดี 5555

แต่เรื่องนี้ถ้าคุณประเสริฐมีประกันชีวิต มันจะช่วยเรื่องการเงินได้เยอะมาก มาดูข้อดีกัน…

 

ประกันจะจ่ายค่าสินไหมให้

ตามหลักการแล้ว ประเสริฐควรทำประกันชีวิตให้ตัวเองแล้วระบุว่า ถ้าเขาตายไป ให้ผู้รับประโยชน์คือ นิภา หรือ ฉี๋ งานนี้มีเงินรักษามะเร็งให้เมียได้ต่อได้ และถ้าให้ดีประเสริฐก็ควรจะให้นิภาทำประกันให้ตัวเองพร้อมคุ้มครองโรคร้ายแรงด้วย ใครจะรู้ว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งขึ้นมา เป็นมะเร็งก่อนทำประกันไม่ให้ทำนะคะ

กรณีที่เมียหลวงไม่รู้ว่าเราเป็นเมียน้อย ก็แจ้งตัวแทนประกันว่าอย่าเอาเช็คมาให้กลางงานศพขณะเม้าท์มอยกับเมียหลวงอยู่นะคะ เดี๋ยวเมียหลวงตบกลางงาน ซวยอีก

 

ค่าสินไหมเป็นผลประโยชน์ไม่รวมในกองมรดก

จริงๆนี่เป็นข้อดีของการทำประกันเลยนะ ผัวตายใครได้เงินผลประโยชน์ยังไงก็ตามกรรมธรรม์นั้น ถ้าซื้อกองทุนรวมหรือหุ้นมันจะต้องไปอยู่ในกองมรดก ดูตามพินัยกรรม ดูตามลำดับทายาท ปวดหัวจากการเสียผัว แล้วยังปวดตัวจากการตบแย่งชิงอีก

กรณีการซื้อประกันควบการลงทุน อันนี้จะจ่ายเป็นค่าสินไหมจ้า เพราะถือว่าเป็นประกัน ฉะนั้นบรรดาพวก Unit Link, Wealthy Link ทั้งหลาย มันก็มีข้อดีในกรณีแบบนี้มากกว่าการแยกซื้อประกันกับกองทุนรวม

 

กรณีจะซื้อประกันลองไปลองเทียบประกันใน ej-fin.com โดยทีมงานเจ้ฮวยรวยประกันก่อน เพื่อจะได้ตัดสินใจก่อนทำประกัน

เอาหล่ะก็หวังว่า ทุกคนก็ควรจะเห็นประโยชน์แล้วว่าการทำประกันให้เมียน้อยดียังไง อุ่นใจ แม้ตายไป เมียน้อยและลูกก็มีคนคุ้มครอง

เอ้… แต่นิภากลายเป็นเมียหลวงไปแล้วหนิ!

หมายเหตุ:

1. บทความนี้เขียนตัวอย่างจากหนังของคนที่มีเมียน้อยนะครับ การมีเมียน้อยในโลกแห่งความจริงต้องพิจารณาดีๆในแง่ศีลธรรมของผู้อ่านแต่ละท่านนะครับ

2. กรณีมีเมียน้อยและมีลูกขึ้นมาจริงๆเหมือนในหนัง ก็ต้องรับผิดชอบกับชีวิตครอบครัวอีกฝ่ายด้วยนะครับ อย่าไปทิ้งขว้างเนอะ ซึ่งเครื่องมือทางการเงินอย่างประกันก็มาช่วยได้ครับ

รูปภาพ : Line TV เลือดข้นคนจาง

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

How to สร้าง Passive Income ด้วยตัวเองโดยไม่ง้อผัว

0

มีน้องๆมาบ่นให้ฟังว่า อยากรวย อยากสบาย แบบมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ ควบคู่กับงานประจำ ทำยังไงดี?

พอตั้งคำถามแบบนี้ในกลุ่มวงเพื่อนก็จะแซวๆกันว่า ถ้าพ่อไม่มรกดก็คงต้องหาผัวรวยๆให้ผัวเลี้ยงสิแกรรร! แนวคิดนี้ได้ยินจนเพื่อนผู้ชายแท้ๆบางคนถูกสะกดจิตจนอยากมีผัวบ้างเลย กร๊ากกกก

ถ้าในมุมมองของพรี่ การมีผัวเลี้ยงนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราสบายก็จริง แต่ต้องอย่าลืมว่าผัวก็คือมนุษย์หนึ่งคน ซึ่งจิตใจเขาอาจจะมั่นคงหรือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ได้ บางทีการมีผัวเลี้ยงเราอาจจะเจอเรื่องเหล่านี้

  • ความคาดหวังต่อตัวเธอที่มากขึ้น
  • การเปลี่ยนใจไม่รักแล้ว ไม่เปย์แล้ว
  • ผัวตายห่าไปก่อนโดยไม่ได้ทิ้งพินัยกรรมไว้ให้

เพราะฉะนั้นแล้วอย่าไปพึ่งให้ผัวเลี้ยงอย่างเดียว เราสามารถสร้าง Passive Income ด้วยหนทางอื่นๆได้ เหมือนกัน มาดูตัวอย่างของรายได้ในรูปแบบอื่นๆกัน

 

1. ให้หุ้นและกองทุนรวมเปย์เงินปันผล

วิธีการแรกที่เธอสามารถทำได้ไม่ยากก็คือการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม ในกรณีของหุ้นนั้นเราจะเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่มีการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เราจะต้องศึกษาข้อมูลดูว่าหุ้นไหนดี มีโอกาสเติบโตในอนาคตได้ ส่วนกองทุนรวมนั้นเราก็มองดูว่ากองทุนไหนมีนโยบายอย่างไรลงในทรัพย์สินแบบไหน ผลการดำเนินงานดีไหมและเลือกกองทุนรวมที่ตอบโจทย์กับชีวิตของเรา

หุ้นและกองทุนรวม อาจจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับเราได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็น Passive Income ให้เรามา ในกรณีที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผล แต่เราเห็นว่ามันมีมูลค่างอกเงยก็ขายมันออกมาเปย์ตัวเราเองได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

แต่การลงทุนหุ้นและกองทุนรวมจะต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุนนะจ๊ะ

 

2. เก็บค่าเช่าห้องเชือด

บางคนอาจจะไม่อยากลงทุนในหุ้นแต่ชอบที่จะลงทุนในคอนโด (หรือห้องเชือดของพวกเธอนั่นล่ะ) เพราะการมีคอนโดมันเหมือนมีของจับต้องได้ ถ้าไม่อยู่เองก็สามารถปล่อยให้คนอื่นเช่าก็ได้

การปล่อยเช่าคอนโดนั้นเราจะได้ค่าเช่าจากผู้เช่า ก็ถือเป็น Passive Income ในรูปแบบหนึ่ง ก็อยู่ที่ว่าจะให้เช่าแบบไหน ถ้าเช่าประจำก็เป็นรายได้ระยะยาว บางคนก็อาจจะให้เช่าระยะสั้น แบบว่ามีบ้านไม่ได้อยู่ก็เอาไปให้เช่ารายวันด้วย Air BNB อะไรอย่างงี้ก็มีเยอะ แต่อย่าลืมเช็คเรื่องของกฎหมายแล้วทำให้ถูกต้องกันนะจ๊ะ

และอย่าลืมคำนวณต้นทุนต่างๆ ค่าความเสียหาย ความเสี่ยงจากการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุนด้วย

 

3. ค่าลิขสิทธิ์และขายบริการทางเพจ

อันนี้เป็นรายได้ที่เหมาะสำหรับคนที่มี Idea สูง มีความคิดเลิศๆและพร้อมจะถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้รู้และเก็บค่าสินค้าบริการได้ เช่น การเขียนหนังสือ การทำคอร์สออนไลน์

ตัวอย่างเช่นถ้าเราเขียนหนังสือแล้วสำรักพิมพ์ชอบ เขาก็จะตกลงในเรื่องส่วนแบ่งลิขสิทธิ์กับเราแล้วจัดทำหนังสือขาย เราก็รอรับรายได้จ้า นอกจากนี้เราอาจจะตีพิมพ์เองเป็น eBook ก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้หลายๆคนก็อัดวิดีโอสอน How to ต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์ก็มี ทำครั้งเดียวแล้วขายบริการทางเพจ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Fan Page หน้า Page ตามเวปไซต์ ใครสนใจก็ซื้อสินค้าเราและเข้ามาเรียนรู้ผ่านสื่อที่เรามี สามารถสร้างเป็น Passive Income ได้ด้วยนะเธอ

ก็เป็น 3 ตัวอย่างไอเดียคร่าวๆที่พวกเธอสามารถลองทำดูได้ และเราก็สามารถสร้างรายได้อีกทางโดยไม่ต้องง้อว่าจะต้องมีผัวเลี้ยง จริงๆมีอีกหลายวิธีนะ มีเยอะมาก แต่เราจะไม่สามารถมีรายได้แบบนี้ได้เลยถ้าเธอไม่เริ่มสร้างมันขึ้นมา

เป็นกำลังใจให้ทุกคนร่ำรวยและสร้างสรรค์รายได้ด้วยตัวของเรา

สนใจ การลงทุนในหุ้น สามารถโหลด eBook ฟรีจากตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยการ add LINE @Tarkawin (มี @ ด้วยนะ) แล้วทำตามระบบอัตโนมัติได้เลยจ้า

ถ้าผัวรัก รับส่วนลดจองโรงแรมไปเที่ยวเลยคร่า

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

How to วางแผนการเงินเพื่อเปย์ผู้ชาย

0

สมัยนี้โลกมันไปไกลแล้วเธอ เรื่องการจีบผู้ชายก่อนมันไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เข้าใจว่าทรัพยากรผู้ชายมันน้อยลง เกิดอยู่ๆเหงา อยากชวนผู้ชายไปเที่ยวบ้างอะไรบ้าง พาไปกินข้าวพาไปเลี้ยงก็ทำให้เราเบิกบานขึ้นมาได้บ้าง

แต่จำไว้นะคะว่า การเปย์มันต้องมีสติ ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน การ Offer เพื่อเลี้ยงเล็กๆน้อยๆมันแสดงถึงความมีน้ำใจ การบอกนัยๆว่าเราเชื่อใจในการเปิดความสัมพันธ์ สร้างความใกล้ชิด

และเราต้องพึ่งระลึกเสมอว่า สุดท้ายผู้ชายอาจจะไม่ได้ชอบเราก็ได้ ถึงเวลานั้นจะได้ทราบไว้ว่าเราเป็นแค่ “เจ้” กับ “น้องชาย” การเปย์นั้นมันจึงไม่ต้องไปบุญทุ่มซื้อรถ ซื้อนาฬิกา ซื้อมือถือ ผ่อนคอนโดให้ก็ได้

พรี่เชื่อว่าพวกเธอมาอ่านบทความนี้เพราะอยากได้ How to พรี่จึงอยากแนะนำให้รู้จักคำว่า “การตั้งงบประมาณ” หรือพูดภาษาอังกฤษเขาจะบอกว่า “ตั้ง Budget”

 

ตั้งงบประมาณ

สมมติเราเงินเดือน 20,000 บาท เรามองว่า ในวันหยุดสุดสัปดาห์ อยากชวนผู้ไปเที่ยว ให้เรากำหนดตัวเลขออกมาเป็นงบประมาณง่ายๆ เช่น อาทิตย์ละ 1,000 บาท

  • ถ้าเจอวีคละครั้งก็ 4,000 บาท
  • ถ้าเจอวีคเว้นวีคก็ 2,000 บาท
  • ที่เหลือเรายังเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 14,000 – 18,000 บาท

 

ตรวจสอบงบตามสถานที่

จริงๆ 1,000 บาท มันก็เพียงพอต่อการเปย์ผู้ชายในการออกเดท 1 วันนะคะ มาดูรายการกัน

1. ดูหนัง

ใช้เงินประมาณ 400 บาท อาจจะใช้แต้มบัตรเครดิตแลกก็ได้ ถ้าผู้ชายถามว่าอยากกินป็อปคอร์นไหม ให้บอกว่าช่วงนี้กำลังลดน้ำหนัก จะได้ไม่ต้องจ่าย

2. ทานอาหาร

ร้านโดยทั่วไปมีราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 200-400 บาท กิน 2 คนไม่เกิน 1,000 ได้ ส่วนบุฟเฟต์จะแพงขึ้นมาให้เราบอกผู้ชายไปว่าพี่ทานบุฟเฟต์ไม่ไหว กำลังลดน้ำหนัก

3. ทานกาแฟ

เป็นกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ น่ารักๆ แก้วละ 150 บาท พอทาน 2 คนก็ 300-400 บาท เค็กซักชินไม่เกิน 200 แล้วก็นั่งแช่ นั่งเม้าท์เอาเพลงมาใส่หูฟังพูดคุยกันได้

4. ไปพิพิธภัณฑ์

อันนี้จะถูกมาก ส่วนใหญ่ฟรี แพงสุดก็ 100-200 ต่อคน ถือสมุดไปจดๆด้วย ให้เราดูเหมือนเป็นผู้ทรงภูมิปัญญา ผู้ชายสมัยนี้เขาก็มีเทส ไม่ต้องมีแฟนหน้าตาดี แต่แบบชอบคนเก่ง เห็นแล้วปลื้ม

เราอาจจะผสมกิจกรรมก็ได้แต่ขอให้อยู่ในงบที่ตั้งไว้

 

เลือกช่วงเวลา

การเปย์ผู้ชายควรจะวางแผนล่วงหน้า เพื่อ Control งบประมาณให้อยู่ใน Budget เช่น การวางแผนช่วงเวลาในการนัด

11:00 – 16:00 คล่อมเที่ยง จะได้เปย์มื้อเดียว ตอนเย็นๆพรี่มีนัดต่อกับเพื่อนค่ะ

16:00 – 20:00 คล่อมเย็น เจอกันเย็นๆนะคะ พรี่ไปธุระก่อนแล้วมาเจอกันช่วงเย็นๆ จะได้เปย์แค่มื้อเย็น

คือต้องทำตัว Busy Busy เล็กน้อย ให้เขาเห็นด้วยว่า แม้เราจะให้ความสำคัญกับเขา แต่เราไม่ได้นัดง่าย เรามีงาน มีสังคม เรามีอะไรที่ต้องทำ (แต่จริงๆคือเราแค่ต้องตั้ง Budget แค่นั้นเอง)

 

เทคนิคในการใช้ข้ออ้างเมื่อไม่มีตังเปย์

ช่วงไหนไม่มีเงินให้บอกไปว่าติดงาน ช่วงนี้เจ้านายกำลังให้ไปทำ Project ใหม่ เร่งมาก อย่าไปบอกว่าไม่มีเงิน พยายามให้เหตุผลว่าที่มาเปย์ไม่ได้เพราะเรากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตมาก เขาจะต้องเข้าใจ แล้วทำอะไรให้เขาเห็นว่าเราเลิศๆ

และอย่าโพส Facebook อะไรที่แสดงว่าเราไปทำอย่างอื่น ให้โพสคำคมการทำงาน คิดอะไรไม่ออกแค่แชร์ข่าวเศรษฐกิจแล้วบอกว่า “อย่างที่เราบอกไว้เลย เห็นไหม?” แค่นี้พอแล้ว รวมถึงอย่าไปโพสอ่อย อ่อยใน Line กับ Inbox พอ

สรุป กลยุทธ์ทางการเงินในตอนนี้คือ

  1. กำหนดงบประมาณ
  2. วางแผนล่วงหน้า
  3. กำหนดเวลาที่เหมาะสม
  4. หาข้ออ้างที่ดูดีๆเวลาไม่มีตัง

อยากจะฝากไว้ท้ายสุดว่า จีบๆผู้ชายไปเถอะ ถ้าเขาไม่เอาเดี๋ยวเขาบอกเอง ไม่จีบก็ไม่รู้นะคะเธออออ

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

4 ปัจจัย ในการซื้อ “ห้องเชือด” ให้กับตัวเอง

0

รู้นะว่าหลายคนกำลังมองหาห้องเชือดอยู่… อุ้ยๆๆๆ ผิดๆๆ พรี่หมายถึงคอนโดมิเนียม ไหนๆพอเราเรียนจบทำงานแล้ว มีเงินเก็บ หลายคนก็อยากจะมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง พรี่เลยมาแชร์ Idea ให้ฟังว่าเวลาที่เราซื้อควรมองอะไรบ้าง

 

  1. ทำเลดี

 

ไหนๆจะซื้อแล้วก็เลือกทำเลที่ดีๆหน่อย ถ้ามองในเชิงของการใช้ประโยชน์ ทำเลก็ควรจะมีอะไรให้เราแบบครบๆ เช่น ใกล้ BTS MRT เดินทางไม่ลำบาก มีห้างสรรพสินค้า เดินทางไปออฟฟิศทำงานได้ไม่ยาก

 

ถ้ามองในเชิงอารมณ์-ภาพลักษณ์ มันก็บ่งบอกความเป็นตัวเรา เกิดใครถามว่าบ้านอยู่ไหน เราบอกไปแล้วมีคำว่า สาธร, ชิดลม, พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และมาดู Netflix ได้ มันจะดูน่าไปให้เชือดมากๆ มันดูรวย ดูเก๋ เป็นคนทันสมัย พรี่เลยชอบทำเลก่อน

 

  1. ราคาต้องซื้อได้ ไม่ลำบาก

 

ก็เหมือนกับการซื้อของทั่วๆไปนั่นล่ะ ก่อนซื้อต้องดูเงิน ดูรายได้ในกระเป๋าตังเราด้วย บางทีในช่วงผ่อนดาวน์ยังไม่เท่าไหร่ ผ่อนได้สบายๆ แต่ช่วงผ่อนกับธนาคารเนี่ยน่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงและมีภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายด้วย

 

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อคอนโด คำนวณดีๆ เอาแบบเหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่แบบว่า อยากได้คอนโด 20 ล้าน แต่เงินเดือน 15,000 คือพรี่ชอบที่พวกเธอมีความฝัน แต่ถ้ายังทำไม่ได้ตอนนี้ ก็ซื้ออันที่เหมาะสมไปก่อน หาเงินเพิ่มสร้างเนื้อสร้างตัวแล้วค่อยทยอย Upgrade Lifestyle พรี่เชื่อว่าพวกเธอทำได้อยู่แล้วถ้ามีฝันและมีพลัง

 

  1. Developer น่าเชื่อถือ

 

อันนี้สำคัญมากๆเลย การที่เธอซื้อเจ้าที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ เขาจะสามารถจัดการงานได้ดี ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการพัฒนาที่ดิน ขอ EIA ซึ่งแบบ โอ้ย บางทีกว่าจะขอกันได้ลุ้นกันจน Jim เหี่ยวกลัวไม่ได้ก่อสร้าง จนกระทั่งไปถึงระบบการขาย การดูแลลูกบ้านเมื่อเข้าไปอยู่

 

แต่อย่างว่าต่อให้เป็นเจ้าที่มีชื่อเสี่ยง พวกเธอก็ต้องตรวจสอบโครงการและผลงานเก่าๆที่เขาทำมาก่อน ง่ายสุดก็เปิดหาใน Google Pantip ดีว่ามีคนโวยวาย กรี๊ดๆ อะไรบ้างไหม เขารับผิดชอบยังไงบ้าง

 

Developer ทำโครงการออกมาก็ไปเยี่ยมชมดูห้องตัวอย่างเขาหน่อย ว่ามันเป็นแนวๆที่เหมาะสมกับเราไหม ถ้าดีไซน์มันใช่ เราชอบ อยู่ก็มีความสุขด้วย

 

  1. ขายง่าย พร้อมเท

 

คนสมัยใหม่เดียวนี้มีการเปลี่ยงแปลงชีวิตกันง่ายๆ ในช่วงทำงานใหม่ๆ มีชีวิตโสดเราอาจจะอยู่ห้องเชือดเล็กๆแบบ Studio  หรือ One Bed วันธรรมดาไปทำงาน วันหยุดออกไปเที่ยวบ้าง พาคนมาเชือดที่ห้องบ้างอะไรบ้าง แต่พอเราอายุมากขึ้นก็อยากขยับขยาย มีครอบครัวก็ต้องหาที่ใหม่ใหญ่กว่าเดิม

 

เราก็อาจจะต้องขายห้องเก่าไปเพื่อนำเงินไปซื้อที่อยู่ใหม่ (พร้อมๆกับหนีกิ๊กทั้งหลาย ว้ายยย) เพราะฉะนั้นคอนโดที่เราอยู่ก็ควรเป็นทรัพย์สินที่มีความต้องการในตลาดสูง ขายได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งมันก็จะกลับไปในเรื่องของทำเลด้วย

 

ก็เป็นสิ่งที่พรี่อยากแชร์ แต่จริงๆเชื่อว่าหลายคนก็อาจจะมีจุดที่มองมากกว่านี้ ก็ลองประยุกต์ใช้นะจ๊ะ และอย่าลืมว่าการซื้อคอนโดคือการซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ อย่าใจร้อน ลองศึกษาข้อมูลดีๆ เปรียบเทียบหลายๆโครงการดูข้อดีข้อเสียด้วย แล้วเลือกอันที่เราเห็นว่าเหมาะสมกับเราที่สุด

 

จุฟๆ

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

ไม่รู้จะเริ่มวิธีคิดรวยๆยังไง เริ่มที่สูตรนี้เลย เป้า ใหญ่ ยาว เยอะ

0

บทความนี้เขียนให้บรรดาเพื่อนๆชาวนีทุกท่าน เนื่องจากมีน้องสอบถามเข้ามาใน Inbox ว่า ถ้าอยากรวย อยากเริ่มต้นการลงทุนจะต้องมีวิธีคิดยังไงให้มันแบบ มีกำลังใจที่จะทำ ขอแบบเป็นสูตรที่ได้แรงบันดาลใจ เพราะไม่มีสามี

พรี่ก็ขอแนะนำสูตรทางการเงินแบบใหม่ให้พวกเธอไปใช้จะได้เก็บเงินกันรัวๆ และจะบอกว่าสูตรนี้ทำงานกว่าการมีแฟนซะอีก สูตรนี้คือ

“เป้า ใหญ่ ยาว เยอะ”

มาดูแต่ละอันเลยว่าเป็นอย่างไร!

1. เป้า : เป้าหมายต้องมี 

เราทุกคนจะต้องมีเป้าหมายว่าจะเก็บเงินไปทำอะไร จำนวนเงินเท่าไหร่แล้วเมื่อไหร่จะต้องมีเงินก้อนนี้ ขอให้เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้นะเธอ ไม่ใช่แบบ ฉันจะมีเป้าหมายจะซื้อหวยแล้วพรุ่งนี้ได้ 100 ล้าน อันนี้ไม่ด้ายยยยย ขอให้เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้ ลองทำดู เช่น

จะเก็บเงินเอาไว้เปย์กระเป๋าให้ตัวเอง 200,000 บาท ภายใน 20 เดือน แล้วเธอมองว่าเราเก็บเงินด้วยเป้าหมายแบบนี้ทำได้ไหม ต้องเก็บยังไง ด้วยเงินเท่าไหร่ เธอจะเห็นภาพทันที ก็เริ่มเป็นแผนได้เลย

2. ใหญ่ : ออมเงินก้อนใหญ่

การออมเงินให้ไปสู่เป้าหมาย ยิ่งเงินที่เราใช้มีเงินออม และเก็บเงินออมสะสมมากขึ้น หรือจะเอาไปลงทุนเพิ่มเติมตามความเสี่ยง ก็ยิ่งทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้มากขึ้นเช่นกัน

อย่าลืมกำหนดเงินออมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนะจ๊ะ ขอแบบเป็นการเก็บที่เยอะพอที่จะถึงเป้าได้เร็ว แต่ต้องไม่เก็บจนเค็มแทบเลอเหม็นเปรี้ยว เก็บแบบมีความสุขและสามารถใช้จ่ายทั่วๆไปได้อย่างปกติก็ดีเลยเธอ

3. ยาว : ให้เวลาเงินทำงานยาวๆหน่อย

การออมและการลงทุนนะเธอ ถ้าเราให้เวลาเงินทำงาน มันจะทำให้เรารวยกว่าเก็บสั้นๆ เหมือนกับการปลูกต้นไม้นั่นล่ะ มันต้องใช้เวลาเติบโต แต่พอมันสูงใหญ่ยาว ต้นเป็นลำแข็ง มีผลไม้ให้กิน ตอนนั้นน่ะ โอ้วชอบเลย

จะเริ่มออมเมื่อไหร่ดี เริ่มตอนเด็กง่ายกว่าตอนแก่ ถ้ากลัวพรุ่งนี้แก่กว่าวันนี้ ก็เริ่มวันนี้เลยสิ ถูกไหม?

4. เยอะ : ผลตอบแทนต้องเยอะกว่าเงินเฟ้อ

อย่าลืมอย่างนะ การออมต้องออมให้รวย รวยที่ว่าต้องเทียบกับค่าครองชีพที่งอกเป็นเห็ดหยุมหยิมในแต่ละปีด้วย อย่าออมให้จนลงนะเธอ

ค่าครองชีพเพิ่มจากของแพง ของแพงเกิดจากเงินเฟ้อ เพราะฉะนั้นแล้วต้องวางแผนด้วยว่าจะออมยังไงให้ชนะเงินเฟ้อ มันก็จะกลับมาสู่เรื่องการจัดพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายแบบชนะโล้ดด้วยจ้า

เอาหล่ะ อย่าลืมนะจ๊ะ เราควรวางแผนการออมด้วยสูตรนี้!

เป้า ใหญ่ ยาว เยอะ

ขอให้รวยจ้า

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank

90,553แฟนคลับชอบ
1,819ผู้ติดตามติดตาม
935ผู้ติดตามติดตาม