หน้าแรก How to ข้อควรคิดก่อนใช้สิทธิช็อปดีมีคืน 30,000 บาท

ข้อควรคิดก่อนใช้สิทธิช็อปดีมีคืน 30,000 บาท

7697
0

ช่วงนี้มีคนพูดถึงโครงการช็อปดีมีเงินคืนกันเยอะมาก จำได้ว่าปีก่อนๆมีโครงการคล้ายๆกันแบบนี้นะ แต่ในปัจจุบันนี้คนเข้าใจในเรื่องภาษีมากขึ้น

ถ้าเป็นปีก่อนๆจะมีคนมาถามว่า ช็อป 30,000 แล้วจะได้ 30,000 กลับมายังไง? คือเขาเข้าใจว่าซื้อของแล้วจะได้เงินคืนเต็มจำนวนกลับมาเลย ปีนี้ยังไม่มีนะ ฮ่าๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องอย่าลืมว่าการซื้อของในโครงการนี้ ก็ต้องวางแผนด้วยว่าเราจะนำไปลดหย่อนภาษีได้ขนาดไหน ขึ้นอยู่กับเงินได้ของเราด้วย

ตัวอย่างเช่น เงินได้สุทธิในส่วนของ 150,000 แรก มันไม่เสียภาษีอยู่แล้ว ถ้าเราได้ในอัตรานี้ การจ่าย 30,000 บาทไปกับการซื้อของมันไม่ได้เงินคืนภาษีนะ

แต่ถ้ารายได้เราสูงกว่านั้น อัตราที่ได้สูงสุดก็จะขยับขึ้นไปเรื่อยๆ ผมไปอ่านๆมาเขาคำนวณไว้แล้วว่า ถ้ารายได้ 5 ล้านบาทขึ้นไป สูงสุดคือ 10,500 บาท (รายได้นี้ไม่ใช้อิฉันเจ้าคะ 555)

โดยปกติแล้วเวลามีโครงการอย่างนี้ เท่าที่ผมสังเกตจากคนรอบตัว จะมี 2 แบบ

กลุ่มที่ 1 ฉันต้องหาเรื่องซื้อของซักอย่าง

คนในกลุ่มแรกจะทำทุกวิถีทางที่จะหาข้ออ้างในการซื้อของ เพราะจะได้เอาประโยชน์ภาษี บางทีก็จะมาถามเราว่า “ซื้ออะไรดีแกให้ครบ 30,000”

กลุ่มที่ 2 ฉันมีของที่ต้องซื้อ ได้จังหวะพอดีเลย

คนในกลุ่มนี้เขามีแผนซื้อของกันอยู่แล้ว และมองว่าพอโครงการมาก็ได้ประโยชน์เลย และจะไม่ค่อยหาเรื่องใช้ให้ครบ 30,000 เอาตามที่เหมาะกับตัวเอง

ที่เล่าให้ฟังก็เพราะ ต้องระวังใจของเราด้วย เวลามีโครงการแบบนี้ บางทีคัน ใจมันอยากซื้อของขึ้นมาทันที ลองคำนวณก่อนว่า

  • เราได้ประโยชน์ทางภาษีขนาดไหน
  • ของที่จะซื้อมา เรากำลังหาเรื่องจ่ายเงินหรือเปล่า?

ไม่ผิดนะที่เราจะซื้อของ แต่แค่จะบอกว่าคิดดีๆกันก่อนหากจะหาเรื่องใช้จ่าย

ส่วนตัวผมนะ ยังไม่มีโครงการซื้อของเลย ฮ่าๆ หลักๆผมมาลดหย่อนในการซื้อประกัน กับ กองทุนรวมที่ได้สิทธิทางภาษี (แต่เน้นประกันนะ ซื้อครบ 100,000 เลย) ส่วนกองทุนซื้อตามความเหมาะสม