หน้าแรก Opinion & Mouth บทเรียนการเงินราคาแพงกรณีคู่รัก พี่ติ๊ก-พี่หนุ่มศรราม

บทเรียนการเงินราคาแพงกรณีคู่รัก พี่ติ๊ก-พี่หนุ่มศรราม

4985
0

ได้มีโอกาสเปิดรายการโหนกระแส กรณีปัญหาทางการเงินของพี่ติ๊ก ที่กระทบมายังชวิตคู่รักจนทำให้ต้องมีการแยกกันอยู่กับพี่หนุ่ม ศรรามนะครับ บทความนี้ผมจึงอยากสรุปบทเรียนราคาแพงที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนได้นะครับ จะได้เป็นกรณีศึกษาให้เราไม่ประมาทในแง่ทางการเงินครับ ประเด็นต่างๆที่เราสามารถเรียนรู้ได้มีดังนี้ครับ

  1. การยืมเงินไปหมุน

การยืมเงินของคนอื่นไปหมุนนั้น หมายถึงการที่เรามีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆหรือมีหนี้สินต่างๆที่เราจะต้องใช้ แต่เราไม่มีเงินสดมากพอที่เราจะทำอย่างนั้นได้จึงต้องหยิบยืนคนอื่นครับ ในกรณีตัวอย่าง เช่น หากเรามีการซื้อประกันเอาไว้ด้วยเบี้ยประกันที่สูงมาก แต่เรากลับจ่ายไม่ไหว เราไปยืมเงินคนอื่นมา อยู่ๆการออมผ่านประกันอาจจะกลายเป็นหนี้จากการยืมเงินได้เหมือนกันนะครับ

ทั้งนี้บางทีเวลาที่เรามีหนี้มากแถมโดนเร่งรัดมากๆ สิ่งแรกที่จะต้องทำคือเอาสมบัติไปขาย เอาทองไปขาย เอานั่นนี่ไปขาย ถ้ามีการแอบกดเงินผู้อื่นด้วยยิ่งแย่เลย หากใครมีคู่ก็คงไม่อยากให้แฟนเรามีปัญหาใช่ไหมครับ ความรู้ทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆในชีวิตคู่ ต้องคุยกันบ่อยๆและวางแผนต่างๆร่วมกันบ่อยๆนะครับ

  1. เรื่องเล่นการพนัน

อันนี้ไปกันใหญ่เลย หลายคนที่มีปัญหาเยอะๆ อยากได้เงินเร็ว สิ่งที่คิดว่าจะช่วยได้ก็คือการไปเล่นพนัน เพราะมีแค่ได้กับเสีย ถ้าได้ก็ใช้หนี้ได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าการพนันนั้นถูกออกแบบมาให้คนเสียมากกว่าคนได้นะ

ผมเคยลองเติมเงินไปเล่นพนันออนไลน์ว่ามันเป็นยังไง ตอนนั้นลองสนุกๆ 200 บาทเพื่อเรียนรู้ เริ่มด้วยพนันของเวียดนาม เล่นยังไงก็แพ้ เลยไปเล่นพวกหัวก้อย สูงต่ำ เป่ายิ้งฉุบ เพราะเราคิดว่าไม่ชนะก็แพ้ แรกๆก็ชนะอยู่หรอก แต่เล่นไปเล่นมาตังหมดเลย

แต่พอผมเล่นจบผมก็เลิกนะ ผมว่าถ้าเป็นบางคนอาจจะเสียดาย เติมเงินไปเล่นต่อเพื่อเอาคืน แล้วก็เสียมากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่หวยนะ แม้การลงทุนทั่วไปอย่างหุ้น คนเอาเงินไปเล่นหุ้นปั่นแล้วเจ๊ง ถ้าไปหยิบยืมคนอื่นก็จะเจ๊งเพิ่มได้เพราะเวลาอยากเอาคืน ผีพนันมันจะเข้าสิงแทน

  1. ใช้เงินเกินตัว โดนยึดทรัพย์

ประเด็นที่ 3 น่าสนใจครับสำหรับคนที่กำลังผ่อนหนี้อยู่ ต้องอย่าลืมว่าถ้าผ่อนไม่ได้เราจะโดนยึดทรัพย์ได้ หากเราใช้เงินเกินตัว ในกรณีตัวอย่าง เป็นหนี้ เขามายึดของ แต่ถ้าเราไม่อยากเสียของก็ต้องหาเงินมาจ่ายหนี้ มันจะวนไปแบบนี้ละครับ

และโดยปกติหากเราใช้เงินเกินตัว เรามักไม่มีเงินมาจัดการหนี้สินและโดนยึดทรัพย์เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ยกเว้นเราจะมีเงินสำรองไปจ่ายหรือไม่ก็ไปลงเอยด้วยการเปลี่ยนเจ้าหนี้ แต่ปัญหามันไม่ได้หมดไปอยู่แล้ว

  1. การทำธุรกิจที่ไม่ถนัด

ผมว่าลึกๆหลายคนที่เป็นหนี้ เขาพยายามหาเงินมาใช้คืนนะ ไม่งั้นไม่ทำอะไรเยอะแยะมากมายให้หาเงินมาปลดหนี้ได้หรอก เพียงแต่เจ้าหนี้ก็กลัวไม่ได้คืน ก็มักจะมาเร่งเอา แต่ก็เข้าใจเจ้าหนี้ว่าถ้าไม่เร่งเดี๋ยวไม่ได้ ลูกหนี้ก็พยายามรีบทำอะไรก็ได้เพื่อได้เงินมา

อะไรที่เป็นการหาเงินง่ายๆ ได้เงินเร็ว มีช่องทางเป็นไปได้ก็มักจะลองทำดู เรื่องหน้ากากอนามัยที่เป็นกระแสเมื่อช่วง Covid-19 มีเยอะมาก ที่เป็นนายหน้ารับเงินต่อ ของปลอมก็เยอะ บังเอิญได้เงินลูกค้ามาแล้วโอนต่อ ท้ายสุดก็ไม่ได้ของ จบเลย เขาจะไปทวงใครก็ต้องมาทวงเรา เงินก้อนนี้เกือบล้าน

จุดแตกหักในความสัมพันธ์ มันเป็นแบบนี้ล่ะครับ สังเกตได้เลยคนเป็นหนี้ จะมีโอกาสที่ Mindset ด้านการเงินพังมากขึ้นได้เรื่อยๆเพราะไม่รู้จะเอายังไงกับปัญหาของชีวิตต่อ

คนที่มีหนี้ สิ่งแรกที่ผมจะให้ทำคือใจเย็นๆ ถ้าเต้นแล้วเอาเงินไปทำอะไรเพื่อให้ได้เงินคืนกลับมาเร็วๆ มันจะพังแล้วพังอีกได้

ค่อยๆคิดก่อน แล้วไปคุยกับเจ้าหนี้ ยอมรับไปเลยว่าใช้ไม่ได้ในตอนนี้ แต่จะหาทางใช้ เสนอแผนไปว่าจะทำอะไร แล้วพอจะเอาเงินมาคืนได้เมื่อไหร่ เจ้าหนี้จริงๆเขาก็อยากได้เงินคืน เดินไปคุยก่อนที่เขาจะมาหาดีที่สุด แต่อย่างว่าเจ้าหนี้แต่ละคนก็โหดหรือใจดีต่างกัน ก็ต้องพยายามคุยความเป็นไปได้