หน้าแรก History โธมัส เพน ผู้เบิกเนตรชาวอเมริกันให้ประกาศอิสรภาพต่ออังกฤษ

โธมัส เพน ผู้เบิกเนตรชาวอเมริกันให้ประกาศอิสรภาพต่ออังกฤษ

225
0

ช่วงนี้มีคนมาคุยกับผมเรื่องเกี่ยวกับปรัชาญาการเมืองต่างๆมากขึ้น และหนึ่งในผู้ที่ถูกพูดถึงแนวคิดค่อนข้างเยอะก็คือ โธมัส เพน (Thomas Paine) ผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า สามัญสำนึก (The Common Sense) บุคคลนี้และผลงานของเขาเป็นสิ่งที่ท้าทายความคิดทางการเมืองของโลกในสมัยนั้นมาก

เข้าใจว่าที่มันเป็นกระแสขึ้นมาก็เพราะเด็กๆรุ่นใหม่นั้นได้พยายามศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆมากขึ้น และพูดถึงแนวคิดประชาธิปไตย ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในสังคมไทยในปัจจุบัน

[บทความนี้ผมจะสรุปให้ฟังถึงบรรยากาศและแนวคิดของโธมัส เพน ให้ได้อ่านกันนะครับ]

โธมัส เพน เป็นชาวอังกฤษที่อพยพไปอยู่ในอเมริกา เพื่อหาโอกาสใหม่ๆให้ชีวิต ในสมัยนั้นยุโรปถือว่าเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้า แต่ด้วยประเทศต่างๆยังมีเรื่องศักดินา ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ การย้ายไปอเมริกาก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับหลายๆคน

ถ้าให้เปรียบเทียบกับยุคนี้ ก็คล้ายๆหลายๆคนพยายามไปหาที่ทางในโลกใหม่บนอินเตอร์เน็ท เพื่อหลีกหนีระบบต่างๆที่เราเสียเปรียบในการแข็งขันนั่นล่ะครับ นั่นรวมถึงความคิดและการกระทำต่างๆในโลกปกติที่ทำไม่ได้ก็สามารถทำได้อย่างอิสระมากกว่าอีกด้วย

เมื่อคนย้ายไปอยู่ฝั่งอเมริกามากขึ้น รัฐบาลอังกฤษก็มองว่าจะต้องเข้าสร้างผลประโยชน์ต่างๆ และมองว่าดินแดนในอเมริกาเป็นส่วนหนึ่งในรัฐอาณานิคม สิ่งที่รัฐบาบอังกฤษทำก็คือ “เก็บภาษี”

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

ภาษีมันมักจะเป็นปัญหาให้คนในโลกนี้เสมอครับ มันเป็นค่าใช้จ่ายของเราที่ให้รัฐบาล คำถามก็คือรัฐบาลเอาไปทำอะไรต่อ? และประชาชนได้รับผลประโยชน์อะไรกับสิ่งที่จ่ายไปบ้าง?

อังกฤษออกกฎหมายเก็บภาษีสแตมป์ หมวก ขนสัตว์ น้ำตาล ฯลฯ เต็มไปหมด สิ่งที่คนอเมริกันต่อรองกับทางอังกฤษก็คือ “ขอที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ไหม?” ซึ่งอังกฤษปฏิเสธเรื่องนี้ คนอเมริกันวิ่งวนกับความไม่เป็นธรรมกับอังกฤษตลอดเวลา

จริงๆแล้วในช่วงเวลานั้น คนที่อยู่ฝั่งอเมริกาก็มีหลายแบบนะครับ พวกกลุ่มอเมริกันปลดแอกก็ไม่ชอบสิ่งที่อังกฤษทำ ส่วนพวกสลิ่มอเมริกาก็ยังรู้สึกว่าอยากจะเป็นอาณานิคมอังกฤษ อยากอยู่ภายใต้การปกครองพระเจ้าจอร์จที่ 3 เสียภาษีได้โอเคมิเป็นไร

ความขัดแย้งระหว่างอังกฤษและอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ แต่คนอเมริกันบางส่วนก็ยังไม่รู้ว่าจะอย่างไร รู้ว่าถูกอังกฤษเอาเปรียบแต่ต้องอยู่เป็น ขอเป็นกลางอะไรงี้

โธมัส เพนจึงแต่งหนังสือเรื่อง The Common Sense ขึ้นมาเป็นหนังสือที่เขียนง่ายๆให้คนที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ตาสว่างต่อระบบการปกครองในยุคนั้น 

เขาได้ตั้งคำถามง่ายๆเลยนะครับ และไล่เรียงความคิดให้คนได้คิดตามคือ “สังคมของประชาชน” และ “รัฐบาล” คำถามคืออะไรมันสำคัญกว่ากัน?

ซึ่งถ้าเอาจากพื้นฐานง่ายๆก็คือ ถ้าเราอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ เราย่อมมีสิทธิ เสรีภาพในการทำอะไรก็ได้ แต่เมื่อคนเราอยู่เป็นกลุ่มๆ มันย่อมมีการจัดตั้งทีมงานปกครองเพื่อลดความขัดแย้งให้กับสังคมและพัฒนามาเป็นรัฐบาล

เพราะฉะนั้นแล้ว มนุษย์เรามันมีสิทธิเสรีภาพในตัวอยู่แล้ว และสิ่งที่เรียกว่า รัฐบาลมันคือ “สิ่งประดิษฐ์” ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาจากการอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นแล้วรัฐบาล ระบบการปกครองมันเปลี่ยนแปลงได้ และมันก็ยกเลิกได้ สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์มีอีกเยอะ เช่น ความเชื่อ ศาสนา ค่านิยม ประเพณี

ทีนี้การที่คนอยู่ร่วมกันมันก็มีหลายรูปแบบที่พัฒนามา แต่ในสมัยก่อน 

  1. ถ้าคนคุยกันตกลงกันได้ ใช้เสียงส่วนใหญ่ ก็พัฒนามาเป็นรูปแบบ ประชาธิปไตย สาธารณรัฐ ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศผ่านการเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา
  2. ถ้ามีคนเข้มแข็งพยายามยึดอำนาจและขึ้นเป็นใหญ่ เขาจะจับอาวุธ แล้วก็มาเรียกทรัพยากร เรียกความคุ้มครอง (ปล้นเอาก็มี) เป็นระบบมาเฟีย และมันก็พัฒนามาเป็นเผด็จการ สมบูรณยาสิทธิราช มีการตั้งพรรคพวก ขุนนาง ประเพณีสืบทอด ร่วมกับฝ่ายศาสนาอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้คนเห็นว่าคนที่มีอำนาจเขามีสิทธิที่ได้มาจากพระเจ้า เมื่อเวลาผ่านไป คนก็เคยชิน และกลายเป็นความเชื่อแบบนั้น คนก็เต็มใจมอบสิทธิในชีวิตตัวเองให้โดยปริยาย ซึ่งคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ได้ประโยชน์และความมั่งคั่งที่สืบทอดได้ โดยคนทั่วไปต้องยอมรับ เพราะถูกสอนกันมาบนความเชื่อ

อย่างในอังกฤษในสมัยที่โธมัส เพน อยู่ เขาก็รู้ว่าอังกฤษเดิมทีก็เป็นในรูปแบบที่ 2 แต่สิ่งที่พัฒนามาก่อนหน้าที่โธมัส เพนจะเกิดคือ การที่ประชาชนต่อสู้กับอำนาจของกษัตริย์จนกลายมาเป็นระบบรัฐสภาอังกฤษ คือมันมีช่องทางให้ประชาชนคานอำนาจกับกษัตริย์ได้ มันเป็นสิ่งที่ทันสมัยมากในเวลานั้นแล้ว แต่อังกฤษเองก็ไม่ได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร และถ้ามองไปยังสภาฐานันดรของฝรั่ง อันนั้นอำนาจอยู่ที่กษัตริย์อย่างเดียว ตัวแทนประชาชนไม่มีอำนาจใดๆเลย มีหน้าที่ทำตามสิ่งที่พระเจ้าหลุยส์ต้องการ

หนังสือของโธมัส เพนก็ เป็นส่วนหนึ่งในการออกมาเบิกเนตรประชาชนและบอกคนอเมริกันว่า All men are created equal จะต้องปลดแอกออกจากอังกฤษ และมาสร้างระบอบสาธารณรัฐที่ทุกคนจะร่างกติการ่วมกันเป็นรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดมันคือมาจากพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิและเสรีภาพ ส่วนรัฐบาลคือสิ่งประดิษฐ์ที่ทุกคนทำให้เป็นสาธารณะได้ 

แนวคิดนี้มันทำให้คนอเมริกันอินมากและ คนจำนวนมากไม่ต้องการระบอบกษัตริย์ที่รัฐสภาอังกฤษเป็นแค่ข้อต่อรองในภาคประชาชน (ยกเว้นพวก Tories หรือ สลิ่มอเมริกัน ที่ได้ประโยชน์จากความเป็น Elite กับอังกฤษ) แต่ต้องทำให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง 

แนวคิดของโธมัส เพน ได้แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้คนอเมริกันหันมาสู้เพื่ออิสภาพของตัวเอง จึงเอาชนะมหาอำนาจอย่างอังกฤษได้ แนวคิดด้านประชาธิปไตยจึงกลายมาเป็นเสาหลักของอเมริกา และถูกส่งไปยังยุโรปอีกครั้ง

ต่อมายุโรปก็ตาสว่างมากขึ้น จึงมีเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 แต่การก่อร่างสร้างตัวของประชาธิปไตยกว่าจะมาเป็นได้ถึงวันนี้ ก็ใช้เวลาพัฒนากันมาเรื่อยๆนะครับ ในอังกฤษที่ยังมีกษัตริย์ได้ก็เพราะการปรับตัวตามเทรน ที่อำนาจของประชาชนมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่พระราชอำนาจของกษัตริย์จะลดลงเรื่อยๆเพื่อให้คงอยู่เป็นประมุขของชาติสืบไป

แนวคิดโธมัส เพนมันประมาณนี้ล่ะ แต่ก็ต้องยอมรับนะว่า อเมริกันเองมันก็ไม่ได้ Perfect ไปทุกเรื่อง มันก็พัฒนาเรื่องสิทธิต่างๆมาเรื่อยๆ เช่น สิทธิสตรี เรื่องสีผิว จนมาถึงปัจจุบัน แต่อย่างน้อยสิ่งที่อเมริกามันมีดีคือ มันมีระบบที่คอยผลักดันเรื่องต่างๆเพื่อให้เกิดการรองรับสิทธิ์ให้กับประชาชนได้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่อำนาจจากคนๆเดียวถูกถ่ายออกมาให้กับทุกๆคนผ่านระบบตัวแทนที่มีวาระการดำรงตำแหน่ง

การถอดอำนาจจากคนๆเดียวจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การยึดอำนาจจากทุกคนมาไว้ที่คนๆเดียวคือสิ่งที่ผิด

โธมัส เพน จึงเป็นอีกคนหนึ่งที่น่าศึกษาแนวคิดนะครับ