หน้าแรก Educate ธุรกิจไอติม กับ การส่งตามบ้านช่วง Covid-19

ธุรกิจไอติม กับ การส่งตามบ้านช่วง Covid-19

6909
0

วันนี้ผมอ่านข่าว ไปสะดุดประเด็นหนึ่งคือธุรกิจ After You หรือ AU ที่กำไรลดลงในช่วงไตรมาส 2/2563 รายละเอียดลองอ่านข้อมูลได้จากข่าวทั่วไปนะครับ แต่ผมอยากจะมาชวนคุยและวิเคราะห์ว่า ในอนาคตเราควรจะพิจารณาความเสี่ยงประเด็นไหนหากเจอเหตุการณ์คล้ายๆโควิทในอนาคต

คิดว่าทุกคนน่าจะรู้จักธุรกิจร้านไอศครีมแบบ After กันอยู่แล้วนะครับ เป็นร้านที่มี Signature อย่าง ฮันนี่โทสและไอติม และก็มีพวกปิงซูและน้ำแข็งใส ซึ่งในยามปกติแล้วเราก็มักจะไปกินตามห้างใช่ไหมครับ คิดเล่นๆก็มองได้ว่าหากเราสั่งมากินที่บ้าน มันน่าจะแตกต่างกับการกินที่ร้านแน่ๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าในยามปกติเราจะสั่งมาทานที่บ้านกันขนาดไหนนะ เพราะมันเป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับการไปกินที่ร้านมากกว่า

เราลองจินตนาการกันในฐานะนักลงทุนนะครับ ถ้าเกิดเราต้องแก้ปัญหาธุรกิจในการส่งสินค้าไปที่บ้านลูกค้าเพราะคนมาทานหน้าร้านได้น้อยลงจากปัญหา Covid-19 เราจะต้องทำไง

ธุรกิจที่จะเกิดปัญหาเลยคือพวกของที่ละลายได้และต้องคงรูปลักษณ์ สิ่งที่ทำได้ก็คงจะเป็นการแยกร่างของสินค้า ให้ลูกค้าไปประกอบเอง แต่นั่นหมายถึงต้นทุนในการทำ Packaging ที่สูงขึ้น ต้องแยกขนมปัง แยกไอติม แยกเครื่องราด และไอติมก็ต้องมีน้ำแข็งแห้งประคองไม่ให้ละลาย พอได้รับของแล้วพวกขนมปังก็ต้องอบให้ร้อนอีกรอบ

แต่แบบนี้ยังไม่เท่าไหร่ครับ ยังพอไปได้ มาคิดถึงของหวานในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า “ปิงซู” จะจินตนาการยากกว่าเดิมอีกว่าจะส่งให้ลูกค้าไปกินตามบ้านยังไง เอาแค่เราสั่งกินที่ร้าน ของมาเสริฟ ไม่กี่นาทีก็ละลายแล้ว และด้วยรูปลักษณ์ของน้ำแข็งใสที่ต้องคงรูปบนชามสวยๆแบบในร้าน มันก็อาจจะส่งได้นะครับ แต่ลูกค้าจะยอมรับกับรูปลักษณ์ที่ไม่สวยงามกันได้ไหม ถ้าได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าความคาดหวังของลูกค้าที่มีต่อ Brand ด้วยครับ

ในกรณีของไอติมที่ใส่ในถ้วย เพื่อให้สามารถซื้อกลับบ้านได้ น่าจะมีปัญหาในการเอากลับน้อยสุดนะครับ พนักงานเขาก็หยิบถ้วยใส่ถุงเย็น คิดตัง จบเลย รูปลักษณ์ทั้งหลายมันไม่ได้ถูกคาดหวังอยู่แล้ว และค่า Packaging ก็รวมในต้นทุนไปเรียบร้อย ก็น่าจะง่ายที่สุด

ผมลองมานั่งๆคิดนะว่า ธุรกิจแบบไหนจะเปลี่ยนกลยุทธ์จากการนั่งทานในร้านมาเป็นสั่งกลับบ้านง่ายที่สุดโดยไม่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อส่งบ้านโดยเฉพาะ

  1. พวกที่มันอยู่ใน Packaging อยู่แล้ว เช่น สั่งสเวเส่น เป็นควอท หรือ ไอติมวอลล์ที่ 7-11 ถือกลับบ้าน ผมว่าน่าจะมีปัญหาในการแก้ปัญหาในธุรกิจน้อยสุดล่ะ
  2. ยากขึ้นมาหน่อย ก็น่าจะเป็นแบบ After You ที่ต้องแยกสินค้าแบ่ง Packaging (ต้นทุนน่าจะสูงขึ้นมาก) แล้วที่เหลือลูกค้าก็จัดการต้อที่บ้าน รูปลักษณ์สินค่าอาจจะต่างไปจากการทานที่ร้านบ้าง
  3. ร้านปิงซูทั้งหลาย อันนี้ผมว่ามันทำให้เป็นรูปลักษณ์แบบทานที่ร้านได้ยากแน่ๆ ถ้าเขาใส่กล่องพลาสติกมาคงราดไอติมและเครื่อง – ผลไม้ทุกอย่างใส่ด้านบนนั่นล่ะ รูปลักษณ์น่าจะต่างจากในรูปสิ้นเชิง (เห็นใน Clip Youtube ก็ทำกันแบบนี้)

เอาจริงๆนะ ผมเองก็ไม่เคยสั่งมากินเลย ผมรู้สึกว่ามันยากยังไงไม่รู้ กลัวสั่งมาแล้วกลัวมันเละ ก็เลยไม่กล้าสั่ง ขอไปกินที่ร้านดีกว่า ถ้าในสถานการณ์ปกติ ร้านพวกนี้มันเป็นธุรกิจที่ดึงดูดคนเข้าห้างเนอะ คนต่อคิวไปกินกัน กินคนเดียวก็ดูเยอะ ต้องกินกับเพื่อน หรือ ชวนคนที่กำลังจะจีบไปกิน 555

มองความเสี่ยงเพิ่มในเรื่อง Covid-19

หากเรานำเรื่องโรคระบาดอย่าง Covid-19 มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาความเสี่ยงเพื่อลงทุนในหุ้นในอนาคตด้วย แน่นอนว่าเราคงต้องดูผลิตภัณฑ์ไม่ได้เน้นขายหน้าร้ายอย่างเดียว อาจจะต้องจินจนาการต่อว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สินค้าต่างๆนั้นสามารถส่งได้ทาง Online หรือไม่

ถ้าเป็นพวกสินค้าคงทนทั่วไปก็ไม่มีปัญหา แต่พอเป็นไอติมเนี่ย ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นรูปแบบไหน และคิดว่ามันเป็น Choice ที่ดีให้ลูกค้าสั่งหรือเปล่า? หรือเขามี Product Line ที่สามารถส่งแบบ Online ได้ด้วยโดยไม่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นไหม ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราน่าจะเรียนรู้เผื่อนำเงินไปออมหุ้นในอนาคตนะครับ