ย้อนรอยปัญหาสีผิวของคานธีในแอฟริกา

เรื่องราวระหว่างคนขาวและคนดำในอเมริกาในช่วงนี้ ทำให้นึกถึงเรื่องเรื่อง การรุมทำร้าย “มหาตมะคานธี” โดยคนผิวขาว แล้วโยนลงรถไฟในแอฟริกาใต้ในปี 1893 ซึ่งนั่นเป็นจุดเปลี่ยนของที่พาคานธีมาเรียกร้องให้อังกฤษปลดปล่อยอินเดียในเวลาต่อมา

คานธีเกิดในครอบครัวที่มีเงินนะ เขาถูกส่งไปเรียนกฎหมายที่อังกฤษ อยู่ที่ The Honourable Society of the Inner Temple และจบมาเป็นเนติบัณฑิต ต่อมาเขาต้องเดินทางไปแอฟริกาใต้เพื่อว่าความ

เขาซื้อตั๋วโดยสารชั้น 1 ในการเดินทาง เป็นตั๋วที่แพงที่สุด แต่ทุกคนก็ทราบครับในช่วงเวลานั้น อังกฤษปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในโลก คนขาวเป็นสีผิวเบอร์ 1 ในสังคม คนดำ แขก คนเอเชีย โดนดูถูกหมด

แต่จริงๆมันก็ย้อนแย้งอยู่นะครับ ในลอนดอนมีสมาคมที่รวมกลุ่มของชนชั้นนำ และคนมีการศึกษาที่มาจากประเทศต่างๆ รวมถึงรัฐอาณานิคม ทำให้คนต่างชาติที่อยู่ในเครือข่ายยังถูกยอมรับได้ แต่พอไปในดินแดนอื่นชองอังกฤษ คนขาวก็ยังถือว่าตัวเองเป็นชนชั้นนำที่ยิ่งใหญ่กว่าสีผิวอื่นอยู่ดี

การเดินทางของคานธีทำให้คนขาวที่เดินทางบนรถไฟขบวนนั้นไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทำไมคนผิวสีถึงนั่งรถไฟชั้น 1 ได้! เจ้าหน้าที่คงสงสัยอะครับว่า เป็นทนายจริงหรอ เก๊หรือเปล่า? มีตังค์มานั่งได้ไง ขโมยใครมาเปล่า? เจ้าหน้าที่จะให้คานธีไปนั่งชั้น 3 แทน แต่คนซื้อตั๋วชั้น 1 มาจะให้ไปนั่งชั้น 3 ก็กระไรอยู่

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

คานธีก็เลยถูกทำร้ายแล้วจับโยนลงรถไฟที่สถานี Pietermaritzburg นั่นล่ะคือจุดเริ่มต้นที่คานธีเริ่มต่อสู้ในเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” และใช้การต่อสู้แบบ “สันติอหิงสา” ให้กับคนอินเดียซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ คนอินเดียสมัยก่อนก็อยู่ทั่วโลกครับ ทำงานที่แอฟริกาใต้ก็เยอะ ก็เริ่มจากแถวนั้นและมาเรียกร้องที่อินเดีย

และคานธีก็ถอดภาพลักษณ์ใส่สูทแบบตะวันตก มาใส่ชุดแบบห่มผ้าสไตล์พื้นบ้านอินเดียอย่างที่เราเห็นในรูปภาพนะครับ คนเลื่อมใสคานธีกันมาก พอนัดหยุดงานกันทีสะเทือนไปถึงรัฐบาลอังกฤษเลยทีเดียว

การต่อสู้ที่เป็นตำนานที่สุดคงจะเป็นเรื่อง การประท้วงเรื่องเกลือ
อังกฤษห้ามอินเดียจำหน่ายและผลิตเกลือดด้วยตัวเอง คนจนในอินเดียไม่มีตังค์ซื้อ คานธีเลยเดินพาคนเดิน 400 กิโล ไปยังชายฝั่งเพื่อหยิบเกลือมาใช้ซะเลย ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แต่แน่นอนว่าได้ใจคนอินเดียมากๆ

เมื่ออังกฤษต้องการปราบปราม ทำร้าย นักข่าวก็จะไปประโคมแสงสว่างให้ภาพลักษณ์รัฐบาลอังกฤษแย่ไปอีก ท้ายสุดทุกอย่างก็จบกันที่การเจรจา และท้ายสุดก็นำไปสู่การปลดปล่อยอินเดียในเวลาต่อมา

ผมว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนถือเป็นเรื่องสำคัญนะ เราควรจะมอบความเป็นเพื่อนมนุษย์ให้กันมากๆนะครับ ไม่ว่าเขาจะเป็นเรื่อง เชื้อชาติ ฐานะ การศึกษา เพศสภาพ ความชอบ อย่าไปว่ากันเลย

กฎหมายควรให้ความเท่าเทียมกับทุกคนอย่างเสมอภาค บางทีเราเห็นคนเสนอให้ใช้ความรุนแรงกับคนอื่นก็ทำให้รู้สึกแย่ เพราะวันหนึ่งเราเป็นฝ่ายถูกกระทำเราคงยิ้มไม่ได้เช่นกัน

หมายเหตุ : ผมเข้าใจว่าหลายๆคนที่ศึกษาประวัติคานธี อาจจะไม่ชอบแน่แง่มุมที่เขามองคนแอฟริกันไม่ดีเท่าอินเดีย จนเป็นเหตุที่คนผิวดำประท้วงเอารูปปั้นเขาออก อันนั้นเป็นอีกมุมที่ผมคงไม่ได้กล่าวไว้ในบทความนี้นะครับ

Ads โฆษณา สินค้าพี่เองครับ

Unicorn Almonds อันดับ 1 ของถั่วเคลือบรสเพื่อสุขภาพ หวานน้อย อร่อยมาก สามารถคลิ๊กเพื่อสั่งซื้อได้ทาง Shopee ครับ


Posted

in

by

Tags: