หน้าแรก How to สงสัยไหม? ทำไมเราวางแผนเที่ยวเก่งกว่าวางแผนชีวิตด้านอื่นๆ

สงสัยไหม? ทำไมเราวางแผนเที่ยวเก่งกว่าวางแผนชีวิตด้านอื่นๆ

2132
0

วันนี้เข้าไปนั่งดูรูปเก่าๆใน Facebook ของตัวเองและเพื่อนๆ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิด Covid-19 นั้นพอนั่งนับจำนวนทริปย้อนหลังแล้วก็พบว่าเที่ยวกันเก่งไม่เบาเลยนะครับ และเชื่อว่าหลายๆที่เป็นคนยุคใหม่งานอดิเรกก็คือการวางแผนเที่ยวเหมือนผมนั่นล่ะ

ประเด็นที่อยากคุยวันนี้ก็มีอยู่ว่า พอผมมาลองสังเกตตัวเองในเรื่องการวางแผนต่างๆ ผมพบว่าการวางแผนเที่ยวนะเป็นอะไรที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพที่สุด แต่ถ้าเป็นแผนเรื่องงานกับเรื่องการเงินบางทีเรามักจะ เออ… ไม่อยากจะคิดเลย เอาไว้ก่อน ฮาๆ

 

  • การวางแผนเที่ยวเราวางแผนอะไรบ้าง?

1. จองตั๋วเครื่องบินอันไหนดีที่สุด ต้องออกจากบ้านกี่โมง ขึ้นเครื่อง-ลงเครื่องกี่โมง และเมื่อไปถึงจุดหมายผ่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วจะต้องเข้าเมืองยังไง

2. โรงแรมที่เราไปพัก ตรงไหนดีที่สุด ราคาไหนเหมาะที่สุด บริเวณโรงแรมมีอะไร ใกล้สถานีรถไฟอะไร เดินทางไปไหนมาไหนง่ายไหมและปลอดภัยหรือเปล่า

3. แผนการเดินทางในแต่ละวัน จุด Check-in จุดถ่ายรูป Selfie เรื่องนี้สำคัญมากๆ ถ้าเราไปแล้วไม่ได้ไปถ่ายรูปสถานที่เหล่านี้ถือว่ามาไม่ถึง

4. ร้านอาหารที่จะต้องไปกิน ร้านเด็ดร้านดังของเมือง

5. เงินที่จะต้องใช้ทั้งหมด จุดแลกเงินที่ดีที่สุด รวมถึงค่าใช้จ่ายแต่ละวัน

6. แผนสำรองหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สถานที่นั้นๆปิดจะไปที่ไหนแทน

จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเนี่ยเราวางแผนกันเป็นกระบวนการกันเลย แถมเป็นกระบวนการที่ไม่ได้มีใครสอนด้วยนะ มาจากความคิดและประสบการณ์ พร้อมกับการหาข้อมูลประกอบจากเวปไซต์ต่างๆ

 

แปลกใจใช้ไหมครับว่า ที่กล่าวมาเป็นข้อๆทั้งหมดนั้นอ่ะ เราทำกันได้อย่างไร? จริงๆคำตอบมันง่ายมากๆเลยนะ

“เพราะเรามี Passion ไง”

การเดินทางท่องเที่ยว มันเป็นสิ่งที่เราใฝ่ฝัน มันเป็นสิ่งที่เราชอบ เราเลยสร้างเป้าหมายและ Take Action ต่างๆ โดยพยายามทำมันให้ดีที่สุดในการใช้เงินออกเดินทางในแต่ละครั้ง

แต่พอกลับมาคิดในเรื่องอื่นๆของชีวิต เช่น เรื่องการงานและเรื่องการเงิน หลายคนอาจจะรู้สึกว่า โอ้ย เหนื่อยจัง ไม่อยากคิด ขอทำงานไปรับเงินเดือนไปวันๆแล้วกัน นั่นก็เพราะเราอาจจะยังไม่เจอสิ่งที่เราชอบ ยังไม่เจอเป้าหมายในชีวิตของเรา การทำงานและการเงินก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไกลตัวหรือเปล่า?

 

  • เริ่มจากเป้าหมายและ Passsion 

บางทีเราอาจจะต้องมองมาที่ตัวเองนะครับว่า สิ่งที่เราอยากจะเป็นในอนาคตและความสำเร็จของเราคืออะไร?

ตัวอย่างเป้าหมายเรื่องงาน : 

เราเป็นคนชอบกินขนม เราอยากทำขนมขาย และได้รับแรงบันดาลใจจากขนมหลายๆอย่างเชฟชื่อดัง ลองดูเลยครับว่าเป้าหมายที่เราอยากจะทำขนมนั้นจะต้องเดินทางไปอย่างไร ตัวตนของคนที่สร้างแรงบันดาลใจของเราเขาคิดอย่างไร ลองดูข้อมูลต่างๆเพื่อพัฒนาออกมาเป็นสิ่งที่เราฝันจะไปถึง

และอย่าลืมลงมือทำนะครับ ไม่ว่าเราจะอยู่ในองค์กรเป็นพนักงานประจำก็พิสูจน์ผลงานให้เจ้านายเห็นหรือเป็น Freelance ก็พิสูจน์ให้ลูกค้าเห็น มันอาจจะไม่ง่ายแต่มันต้องมีเส้นทางให้เราไปได้แน่ๆถ้าเราได้เริ่มลงมือทำ

 

 

ตัวอย่างเป้าหมายเรื่องการเงิน : 

บางคนอาจจะอยากให้ครอบครัวเรามีชีวิตที่ดีขึ้น อยากให้พ่อแม่เราอยู่บ้านดีๆ อยากจะซื้อบ้านใหม่ เราก็ต้องมาวางแผนกันนะว่า จะทำให้เป้าหมายตรงนี้มันเกิดขึ้นได้และเหมาะสมกับฐานะของเราในปัจจุบันต้องเริ่มอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นวางแผนเก็บเงิน ดูราคาบ้านที่น่าสนใจ หาข้อมูลการผ่อนชำระ และตัดสินใจลงมือทำให้เหมาะสมกับตัวเราที่สุด

จริงๆเพื่อนๆใน Fan Page ผมประสบความสำเร็จกันไปเยอะแล้วเหมือนกันนะครับในเรื่องของการสร้างเป้าหมายความมั่งคั่งให้กับตัวเองด้วยการลงทุนแบบ DCA ทุกคนเข้าใจ Mindset หลักการ วิธีการ การตัดสินใจ การสร้างวินัย ขอให้ไปถึงจุดหมายของตัวเองครับ

ทั้งหมดนี้ เชื่อไหมครับว่าทุกคนทำได้ แค่ขอให้เราเริ่มต้นจากเป้าหมายและความฝันก่อน หลังจากนั้นเราจะหาข้อมูลต่างๆเพื่อให้เราไปถึงจุดที่เราประสบความสำเร็จได้ ระหว่างทางมันอาจจะมีอุปสรรค์ ขลุกขลักบ้าง ขนาดไปเที่ยวยังมีเลยแม้แผนจะเป๊ะขนาดไหน แต่มันจะมีทางของมันไปต่อได้เสมอครับ

สู้ๆนะครับ

 

[พื้นที่โฆษณา]