หน้าแรก Educate ทำไงดี? อยู่บ้านแต่รายจ่ายมากกว่าเดิม

ทำไงดี? อยู่บ้านแต่รายจ่ายมากกว่าเดิม

3284
0

จากที่ผมได้เคยเขียนบทความ การใช้จ่ายของคน 4 กลุ่มที่เกิดในช่วง Covid-19 ซึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะที่น่าสนใจมากๆก็คือ คนที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน แม้จะมีความกังวลในเรื่องโรคระบาด แต่ก็ยังใช้จ่ายเงินเยอะ

“เป็นกันไหมครับ อยู่บ้านแล้วยังใช้จ่ายเงินเยอะ” 

คนกลุ่มนี้เรียกว่า Hibernate and Spend หรือ จำศีลแต่ใช้จ่ายสูง

และที่น่าสนใจก็คือ คนกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้จ่ายแค่เรื่องอาหารและสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ยังคงใช้จ่ายทั่วไป ตามกรณีที่ทาง EY ได้ศึกษามา กลุ่มคนอื่นๆส่วนใหญ่จะตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกและหันมาซื้อเฉพาะในส่วนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้น

แต่จากการศึกษาคนกลุ่มนี้ มีอายุตั้งแต่ 18-40 ปี พบว่า

  • 40% ที่ซื้อของลดลง
  • 42% เปลี่ยนสินค้าที่ตัวเองซื้อ
  • 46% ยังคิดว่าต้องการสินค้าแบรนด์เนม (เกือบครึ่งเลยนะ)

คนกลุ่มนี้แม้จะเป็นเพียง 11% ของกลุ่มคนทั้งหมดที่สำรวจมา ผมเข้าใจว่าหลายๆคนอาจจะมีลักษณะพฤติกรรมของการใช้จ่ายแบบนั้นได้เพราะ “หลายคนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้เร็วผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ”

ในช่วงที่รัฐบาลสั่งให้กักตัวอยู่บ้าน ถ้าเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่อายุ 60-70 ก็จะเน้นการทำอาหารอยู่บ้าน อาจจะออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตบ้าง อะไรที่ยังซื้อไม่ได้ก็ยังไม่ซื้อ

ในขณะคนที่เกิดในยุคเทคโนโลยี อายุ 18-40 ปี มักจะรู้วิธีการสั่งของทาง Online แม้ร้านอาหารปิดก็ยังสั่งจาก Grab ได้ หรือแม้แต่การ Shopping ก็ซื้อผ่าน Shopee นอกจากนี้ยังรู้จักวิธีการชำระเงินผ่านทาง Application ต่างๆ สามารถใช้จ่ายได้อย่างเชื่อมั่นอีกด้วย

การใช้จ่ายทางออนไลน์ก็มีอีกหลายรูปแบบที่ขึ้นอยู่กับ Lifestyle เลยครับ ผมเองอาจจะใช้เงินผ่านทาง Online ในช่วงกักตัวแค่สั่งอาหารเป็นหลัก แต่บางคนอาจจะจ่ายเงินในเรื่องอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็น ซื้อของ ซื้อบริการเกมส์ สมัครสมาชิกเพื่อดูหนัง

พอจะเห็นภาพไหมครับว่า หากเราปรับตัวในการใช้ชีวิตได้ มันมีการใช้จ่ายรองรับอยู่เหมือนเดิม กระบวนการใช้จ่ายเงินก็ยังคงมีอยู่และอาจจะมากกว่าเดิมก็ได้ อย่างว่านะครับ ไม่ออกไปซื้อก็สั่งมาส่งได้อยู่ดี

 

“อยู่บ้านอาจจะไม่ได้ประหยัดเหมือนเดิม แต่เราจะควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างไร?”

ไม่รู้มีใครเป็นบ้างไหมที่เราคิดว่าเราอยู่บ้านนะ ไม่ได้ออกไปไหน แต่บิลค่าบัตรเครดิตมาเพียบเหมือนเดิม ต้องกลับมาตรวจสอบในเรื่องของรายจ่ายอีกครั้งครับ

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

 

1. อย่าลืมตรวจสอบค่าใช้จ่ายตลอดเวลา

บางทีพอเราใช้จ่ายเพลินๆไปก็อาจจะลืมว่าเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง การทำบัญชีจะทำให้เราเห็นรายการทั้งหมดว่าเงินหมดไปกับอะไร ตรงนี้จะชวนเราวิเคราะห์ได้มากว่าเราควรจะปรับลดอะไรให้สอดคล้องกับรายได้และเป้าหมายเงินออมครับ

 

2. แยกให้ออกว่าอันไหนคือ Need และ Want

การซื้อของเราในแต่ละครั้งอาจจะเกิดจาก Need (ความจำเป็น) หรือ Want (ความต้องการ) แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายที่มักจะทำให้เราจ่ายเยอะๆมักจะเกิดจาก Want อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากได้ ซื้อหมดเลย แล้วพอเป็น Online มันซื้อง่ายกว่าเดิมอีก จึงต้องไตร่ตรองก่อนซื้อมากขึ้นครับ

 

3. ใช้วิธีซื้อแบบชาญฉลาด

การจะซื้อของอย่าซื้อด้วยอารมณ์นะครับ หากต้องการซื้อจริงๆลองตรวจสอบราคา ทางเลือกในการซื้อว่าอันไหนดีที่สุด ทั้งนี้หากเรารอได้ลองยังไม่จ่ายตังก่อนซัก 3-7 วัน

  • เผื่อจะมีส่วนลดหรือโปรโมชั่นที่มากขึ้น
  • ให้เราได้ทบทวนก่อนว่าเรายังต้องการมันจริงไหม

 

4. อย่าลืมกำหนดงบประมาณในการซื้อแต่ละครั้ง

การซื้อแต่ละครั้งต้องมี Limit หรือการจำกัดการใช้จ่ายนะครับ เช่น เราตั้งงบไว้ว่าจะ Shopping ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ก็ต้องทำตามวินัยนี้ ตรงนี้จะส่งผลดีต่อการวางแผนต่างๆได้อีกด้วย เช่น การสร้างเงินออมที่มีขึ้น แล้วเรานำเงินออมไปลงทุนต่อได้อีกด้วย

 

ตัวอย่าง

มีอยู่ช่วงนึงผมเองเบื่อๆก็ไปเล่นเกมส์นะครับ และในเกมส์นั้นเราสามารถเติมตังได้ด้วย ก็เติมไปแบบไม่รู้ตัว

เริ่มต้น ผมสำรวจรายจ่ายเจอว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จากบิลในค่าบัตรเครดิตครับ และมองว่าจะต้องจัดการค่าใช้จ่ายตรงนี้ออกไป

การเล่นเกมส์สำหรับผมมันคือค่าใช้จ่ายที่ลดได้ แค่บางทีเราอาจจะอยากชนะก็เลยเติมเงินลงไป ซึ่งจริงๆแล้วในเกมส์มันจะมีโปรโมชั่นให้ซื้อตลอดครับ ไม่ต้องรีบซื้อก็ได้ แปปๆก็ลอยมาให้กด

และสิ่งที่ผมต้องทำก็คือ การกำหนดเป้าหมายว่าเราจะจ่ายเงินให้การเบ่นเกมส์ของตัวเองอย่างไร

  • ให้ตัวเองโหลดเกมส์มาเล่นได้ทีละเกมส์ ไม่โหลดมาพร้อมๆกัน เล่นอันไหนเบื่อค่อยเปลี่ยน
  • หากจะเติมเงินจะกำหนดไว้ว่า จะต้องเติมได้เดือนละไม่เกิน 500 บาท (งบประมาณรวม)
  • อันไหนที่เล่นแพ้ ต้องเติมเงินซื้อไอเทมสู้เกิดขึ้น ผมจะเลิกเล่นเร็วมากเพราะในความคิดผมนั้นการเลิกตั้งแต่เสียเงินน้อยๆย่อมดีกว่าเล่นจนตัวละครเราเก่งแล้วเราเลิกได้ยาก (เสียดายยยย)

แต่ปัจจุบันผมก็ไม่ได้เติมเงินเพื่อเล่นเกมส์เท่าไหร่ละครับ คิดไปคิดมามันแพงกว่าตอนเด็กๆอีกนะ ตลับเกมส์เครื่องแฟมมิคอม อันละ 200-500 บาทเล่นได้ทั้งปีทั้งชาติ สมัยนี้เติมเงินกันไปมาจ่ายหลัก 1,000 หลัก 10,000 ได้

อย่าลืมลองปรับแผนของเรากันนะครับ เผื่อจะได้ใช้เงืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จ่ายเงินซื้อของนะจ่ายได้แต่จ่ายให้เหมาะสมต่อตัวเราได้นั้นย่อมดีกว่า

 

Ads โฆษณา สินค้าพี่เองครับ (กำหนดงบก่อนซื้อนะ ฮ่าๆ)

Unicorn Almonds อันดับ 1 ของถั่วเคลือบรสเพื่อสุขภาพ หวานน้อย อร่อยมาก สามารถคลิ๊กเพื่อสั่งซื้อได้ทาง Shopee ครับ