หน้าแรก Educate สิ่งที่เราได้เรียนรู้ทางการเงินกับ Covid-19

สิ่งที่เราได้เรียนรู้ทางการเงินกับ Covid-19

4359
0

ตอนนี้เราทุกคนก็อยู่กับเหตุการณ์ Covid-19 มากันระยะเวลานึงละนะครับ แน่นอนว่าเรื่องราวของทุกคนก็คงแตกต่างกันไป แต่ชีวิตของพวกเราก็คงเป็นไปในรูปแบบเดียวกันคือชีวิตลำบากขึ้น ผมเองก็ได้เจอเรื่องต่างๆเยอะมาก อยากจะแชร์ประสบการณ์และข้อคิดที่ได้จากเหตุการณ์นี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน

 

1. รายได้

ในช่วงเกิดวิกฤตโรคระบาเแบบนี้ ที่ผมสังเกตมามันจะมีผลกระทบ 2 ระดับนะครับ โดยระดับแรกจะเกิดกับอาชีพในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน ท่าอากาศยาน โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ที่ทำให้อยู่ๆเราอาจจะเป็นคนตกงานก่อนใคร

ระดับที่ 2 พอมีความเสี่ยงเกิดขึ้น รัฐบาลก็จะออกประกาศเพื่อจัดการควบคุมสถานการณ์โดยมองความปลอดภัยด้านสุขภาพเป็นอันดับแรก ในเรื่องทางเศรษฐกิจก็ถูกกระทบได้ เช่น การให้หยุดดำเนินกิจการในห้างสรรพสินค้า การไม่ให้ซื้อเครื่องดื่มมึนเมา การไม่ให้ออกจากบ้านตอนกลางคืน ฯลฯ

ไม่ว่าจะเป็นในระดับไหนก็ตาม เรามีความเสี่ยงที่จะขาดรายได้ทั้งหมดครับ คนที่รับค่าแรงรายวันจะกระทบสูงมาก หลายคนตกงานทันทีก็เดินทางกลับบ้าน รัฐบาลจึงออกมาตรการมาช่วยให้อย่างน้อยเป็นค่าครองชีพได้ แต่สำหรับคนที่ทำงานประจำ บางบริษัทก็จะขอความร่วมมือในการลดเงินเดือน 10% บ้าง 20% บ้าง บางคนอาจจะเจอมากกว่า 50% หรือขอให้ Leave without pay

ก็ต้องเตือนใจกันไว้นะครับว่าหากสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม มันเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะจ่ายเงินให้พนักงานได้เรื่อยๆโดยที่ธุรกิจนั้นไม่มีรายได้ ก็ต้องเก็บเงินไว้เผื่อสำรองความไม่แน่นอนในอนาคตด้วย

ในส่วนตัวผมทำงานประจำกึ่ง Freelance ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน รายได้บางส่วนก็หายไป แต่ด้วยความที่ผมทำงานอยู่หลายที่ก็เลยลดความเสี่ยงไปได้เยอะ (มี Muilti Job Allocation)

อีกทั้งผมอาจจะโชคดีที่คนที่ทำงานด้วยหลายๆคนพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการเปลี่ยนมาทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด การดูแลสุขภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในปัจจุบันนี้ จึงสามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้มากขึ้นครับ

ระบบเติมเงินมือถือ Feels

 

2. เงินออม

ผมลองจินตนาการแล้วแสดงให้ทุกคนเห็นภาพนะครับ เมื่อเงินเดือนเราลดลงหรือตอนนี้กำลังว่างงาน แต่เรายังต้องใช้จ่ายอยู่ ทางเลือกที่เราสามารถทำได้ก็คือ

  • การประหยัดรายได้ในวันนี้เผื่ออนาคต
  • การเอาเงินออมออกมาใช้แก้สถานการณ์
  • การขายทรัพย์สินเปลี่ยนเป็นเงิน
  • การกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย

มีเพื่อนผมหลายคนบอกว่า ก็เข้าใจวันนี้ล่ะครับว่าเงินออมสำคัญขนาดไหน ในสถานการณ์แบบนี้ รายได้หาย ขายของไม่ง่าขเพราะทุกคนประหยัด และกู้ยืมก็ยากเพราะทุกคนกลัวสถานการณ์ เงินออมที่มีอยู่ก็คือปราการสำคัญนะครับ

ตามหลักการแล้วเราควรมีเงินออมฉุกเฉินซัก 6 เดือน แต่หลักการนี้กำลังถูกท้าทายจาก Covid-19 ซึ่งนำมาสู่คำถามที่ว่าแล้วเราควรมีเงินสำรองเท่าไหร่?

มีบทความวิเคราะห์ออกมาอยู่นะครับ แม้เหตุการณ์นี้คาดการกันว่าเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น แต่มนุษย์เองอาจจะต้องใช้เวลา 12-18 เดือนในการสร้างวัคซีนรักษาไวรัส (อาจจะน้อยหรือมากกว่า) ซึ่งถ้าเราจะต้องอยู่กันแบบนี้ไปอีกยาวๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราคนสำรองเงินกันในระดับ 1-2 ปีในอนาคตเผื่อเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ก็ได้ครับ

โชคดีที่ตัวผมเองก็มีการเก็บเงินสดล่วงหน้าเอาไว้ตลอดเวลาประมาณ 1-2 ปี เป็นปกติจากที่ผมเป็น Freelance อยู่แล้ว ก็พอจะพอมีทางรอดได้ครับ

 บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว

3. รายจ่าย – หนี้สิน

ในช่วงนี้หากเราสำรวจรายจ่ายตัวเองจะพบว่า ค่าใช้จ่ายบางอย่างลดลงเพราะถูกบังคับตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายในเรื่องการท่องเที่ยว การใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อน การออกไปทานข้าวและดูหนังนอกบ้าน และที่งดโดยสิ้นเชิงคือการออกไปเที่ยวต่างประเทศ

แต่รายจ่ายบางอย่างก็อาจจะเพิ่มขึ้น เช่น ค่าประกันชีวิต ค่าหน้ากากอนามัย ค่าเจลล้างมือ ค่าดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค และหลายคนที่อยู่บ้านในช่วง Work From Home และไม่ได้ทำอาหารเอง ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการสั่งอาหารมาทาน

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการจัดการหนี้สินนะครับ ใครมีหนี้อยู่หมุนไม่ทันและมีโอกาสตกงาน ก็ต้องหาทางคุยกับเจ้าหนี้กันนะครับว่าจะจัดการอย่างไร และช่วงนี้ธนาคารก็ออกมาตรการมามากขึ้น หากใครยังผ่อนหนี้ได้อยู่ก็ผ่อน ก็แนะนำให้ผ่อนตามปกตินะครับ

 

4. การลงทุน

จากช่วงที่มีข่าวไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน แรกๆหลายคนอาจจะคิดว่าสถานการณ์ควบคุมได้และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เรายังคงใช้ชีวิตและลงทุนกับแบบปกติ

แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นเหตุการณ์ได้ระบาดมาถึงเมืองไทยและลามไปทั่วโลก ความเชื่อมั่นในการลงทุนเปลี่ยนไป หลายคนได้พบประสบการณ์ใหม่ เช่น การที่ราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างรุนแรงจนเกิด Circuit Breaker และมือใหม่หลายๆคนคงไม่คิดว่าหุ้นจะลงได้ต่ำสุดถึง 969.08 จุดในวันที่ 13 มีนาคม 2563

(ภาพจาก App AVA)

อย่างไรก็ตามแม้ช่วงนี้จะมีการ Rebound เกิดขึ้นก็ยังไม่มีอะไรรับประกันว่าราคาหุ้นจะไม่ตกลงไปอีก ตอนนี้มาตรการของรัฐที่ออกมาก็มาช่วยพยุงทางเศรษฐกิจ แต่ปัญหาจริงๆที่ต้องรอการแก้ไขคือการรักษา Covid-19 ครับ

ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเรื่องนี้จะจบเมื่อไหร่ แต่หากยังไม่จบซักที คนเก็บคนเริ่มตังหมด ก็อาจจะมีปัญหาตามมาในลักษณะเศรษฐกิจตกต่ำระยะยาวได้ ก็หวังว่าเราจะไม่ไปถึงจุดนั้นกันนะครับ ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นแค่ Event สั้นๆเท่านั้น

ส่วนตัวผมยังลงทุนแบบ DCA อยู่นะครับ เน้นในหุ้นที่ยังมีศักยภาพที่จะกลับมาหลังวิกฤตคลี่คลายและน่าจะเป็น Trend การลงทุนในอนาคตครับ

 

5. การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป

ในช่วงนี้ผมเองไม่ได้เดินทางไปไหนมาไหนมาก มีแค่บ้านกับการไปคุยงานกับบริษัทและพบเจอลูกค้าบ้าง ในการประชุมก็ปรับเปลี่ยนไปใช้ Line และ Zoom แทนนะครับ

การทำ Content แต่ก่อนจะใช้การเขียนบทความและมีการทำ Live แต่ช่วงหลังเราจะเพิ่มระบบพูดคุยกับหลายๆ Party กันมากขึ้นเพื่อมาคุยกันใน Live เพื่อพูดคุยกับ Fan Page ร่วมกัน

ผมได้มีการออกไปข้างนอกในเมืองบ้างนะครับ พบว่าเงียบลงไปเยอะ หากใครยังขายของได้คนก็ยังค้าขายกันปกติ แต่ร้านค้าต่างๆไม่อนุญาตให้นั่ง ให้ซื้อกลับได้เท่านั้น ปัญหาในการออกจากบ้านเพื่อไปเที่ยวเล่นก็คือ ห้องน้ำไม่มีให้เข้า ไม่มีที่ให้นั่งกินข้าว ร้อนมากไปเดินเล่นที่ไหนก็ไม่เปิด แบบนี้ก็ต้องอยู่บ้านครับ

ผมลองทำคลิปบรรยายกาศที่ผมไปธุระในเมืองมาด้วยนะครับ

ในอนาคตหลังจากนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรกันอีกนะครับ ก็ไว้จะมาเขียนเล่าให้ฟังในสิ่งที่เจอเรื่อยๆนะ