19 ล้านล้านบาทกับแก้ปัญหา The Great Depression ในสมัย แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์

บทความนี้เราจะมาคุยกันต่อจากบทความที่แล้วเรื่องชนชั้นกลางอยู่อย่างไรในช่วง The Great Depression นะจ๊ะว่า หลักจากที่เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในอเมริกาที่เรียกว่า The Great Depression ปี 1929 สิ่งที่ตามมาเป็นอย่างไร?

แน่นอนอย่างที่เราทราบกันแล้วก็คือ หุ้นตก คนแห่ถอนเงินในธนาคาร ธุรกิจพัง คนตกงานโดยไล่ออก ประเทศเข้าสู่ช่วงวิกฤตและลามไปกันทั่วโลก

รัฐบาลอเมริกาตอนนั้นอยู่ภายใต้การนำของเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ ในเวลานั้นก็บริหารภายใต้แนวคิดตลาดเสรีที่ Demand กับ Supply จะแก้ปัญหาของมันเอง ทุกคนก็ขอให้มีศรัทธาในพระเจ้าแล้วกัน

รัฐบาลก็พับโครงการต่างๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ประหยัดเข้าไว้ การทำงบประมาณต่างๆก็ทำให้มันสมดุล และก็ออกกฎหมาย Smoot Hawley Act เพื่อขึ้นภาษีนำเข้า จะได้แก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตร แต่ก็พังพินาศเข้าไปใหญ่เมื่อเจอชาติอื่นทำสงครามการค้าคืนบ้าง ไม่ต่างกับที่เห็นในปัจจุบัน

ความยากจนและไม่มีจะกินของประชาชนที่ตกงาน ก็เลยมีการแซวและประชดประชันลุงฮูเวอร์ กันแบบว่า ฉันต้องอยู่ในบ้านของเมือง Hooverville (สลัมดีๆนี่เอง) หรือ ใส่รองเท้าหนังฮูเวอร์ (รองเท้ามีรูยัดกระดาษแข็ง) หรือ มีผ้าห่มฮูเวอร์ (กระดาษหนังสือพิมพ์มาห่มแทนผ้า)

บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว

ประธานาธิบดีคนใหม่ แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์

หลังจากการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ประชาชนก็ได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ (หรือ ลุงแฟรง ของเรานั่นเอง) เขามองการแก้ปัญหาต่างออกไปโดยใช้หลักการของจอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ที่เสนอแนวทางว่ารัฐบาลสามารถเป็นตัวกลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาตกต่ำ การว่างงานและภาวะเงินฝืดได้

พอเป็นแบบนี้ปุ๊ป ในช่วงวิกฤตรัฐบาลก็จะสร้างโครงการใหญ่ๆขึ้นมา เช่น การใช้จ่ายของภาครัฐ ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ทำให้เกิดการจ้างงานขึ้น รวมทั้งการออกนโยบายต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

ว่าแต่รัฐบาลก็เอามาจากการก่อหนี้ในส่วนนี้? เขาก็ต้องตั้งแผนขาดดุลงบประมาณ มีการกู้เงิน แล้วก็เอาเงินไปลงทุน เมื่อรัฐบาลลงทุน เอกชนจะมั่นใจขึ้นจะมีการลงทุนต่อ ประชาชนมีงานทำ มีเงินใช้จ่าย เศรษฐกิจก็จะฟื้นขึ้นเรื่อยๆ

 

New Deal สำหรับชาวอเมริกัน

ในช่วงที่เกิดภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำหลายนโยบายของลุงแฟรงเขาก็ทำออกมาอย่างเร่งด่วนพร้อมประชาสัมพันธ์แบบใกล้ชิดกับประชาชนนะ ในสมัยนั้นแกจะมีรายการ Fireside chats ทางวิทยุ ซึ่งก็คล้ายๆ “รายการนายกพบประชาชน” นั่นเอง การใช้เครื่องมือประชาสัมพันธ์ดังกล่าวก็จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่าลุงจะทำอะไร เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐบาลกับประชาชน

ในส่วนของนโยบาย New Deal นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 เรื่องได้แก่

  • Relief บรรเทาทุกข์: การจัดงานให้คนอเมริกันที่ตกงานอยู่ทำ เช่น การไปสร้างถนน สร้างรถไฟ สร้างเขื่อน สร้างระบบชลประทาน ไปเป็นเจ้าหน้าที่ป่า พัฒนาสถานที่ต่างๆ และมีโปรเจตอีกมากมายเพื่อสร้างงานสร้างรายได้
  • Recovery ฟื้นฟู : การสนับสนุนการฟื้นฟูการเกษตร เนื่องจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำก็เลยต้องมีนโยบายเข้าไปดูแลแก้ปัญหา ป้องกันการล้นตลาด เช่น ข้าว ฝ้าย ข้าวโพด เป็นต้น
  • Reforms ปฏิรูป : เพื่อป้องกันโอกาสที่จะเกิดวิกฤตในอนาคต รัฐบาลจึงสร้างหน่วยงานต่างๆมารองรับ เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้กำกับงานต่างๆให้เกิดความเชื่อมั่น

 

เงินที่ใช้ในนโยบาย New Deal

มีการประเมินโดนักเศรษฐศาสตร์จาก FED of St.Louis ว่า งบประมาณที่ใช้ใน New Deal นั้นมีตัวเลข $41.7 พันล้าน ซึ่งถ้าเทียบกับมูลค่าในปี 2009 นั้นจะอยู่ที่ $653 พันล้าน

เรามาคิดเล่นๆเป็นเงินไทยที่อัตรา 1 USD = 30 บาท ก็จะตกอยู่ที่

19.59 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว

 

อ้างอิง

https://www.thebalance.com/fdr-and-the-new-deal-programs-timeline-did-it-work-3305598

https://en.wikipedia.org/wiki/Herbert_Hoover

https://www.history.com/topics/great-depression/new-deal

https://socratic.org/questions/what-were-the-three-r-s-of-fdr-s-new-deal

https://www.stlouisfed.org/on-the-economy/2017/may/which-bigger-2009-recovery-act-fdr-new-deal

 


Posted

in

by

Tags: