หน้าแรก Educate ซื้อหุ้นไม่มีแผน เจอ Circuit Breaker ก็พัง

ซื้อหุ้นไม่มีแผน เจอ Circuit Breaker ก็พัง

159
0

#ลงทุนไม่มีแผนให้มีอีกร้อยเครื่องมือก็ไม่ช่วยอะไร

ตลาดหุ้นไทยลงแรงๆจนเกิด Circuit Breaker 2 วันติด สำหรับนักลงทุนมือใหม่ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเจอมาก่อน

แต่ถ้าหากใครลงทุนมาเกิน 10 ปีคงจะได้เจอประสบการณ์แบบนี้มาบ้าง เช่น ตอนที่มีการใช้มาตรการ 30% และช่วง Hamburger Crisis ตอนนั้นผมเองก็พึ่งเข้ามาลงทุนใหม่ๆ เจอกับเขาเหมือนกัน

จากประสบการณ์ช่วงที่เป็นมือใหม่ ตอนนั้นก็มีความเข้าใจผิดหลายอย่างที่มโนกันไปเองเพียบเลย รวมถึงการคิดวิธีที่ทำให้ตัวเองพังเข้าไปอีก เช่น

👉 เจอ Circruit Breaker แล้ว เดี๋ยวหุ้นจะ Rebound แน่ๆ
👉 สงสัยตลาดหุ้นจะพังแล้ว ยังไงก็ต้องขายออกให้หมด
👉 เจอหุ้นตัวนึงลงเยอะมาก ซื้อเลยดีปะ
👉 ไม่ไหวแล้ว ขอถัวก่อน จะได้ต้นทุนต่ำลง

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า เหตุการณ์หุ้นตกเยอะๆมันก็ทำให้ “อารมณ์และความรู้สึก” ของหลายๆคนปั่นป่วนได้ ทำให้ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร จะซื้อดีหรือขายดี พอไม่มีหลักการ ก็จะทำให้เรากลายเป็น “แมงเม่า”

“ราคาหุ้นมันขึ้นลงได้เพราะอะไร?”

เวลาที่เราลงทุนกับอะไรซักอย่างนะครับ เราคาดหวังว่าสิ่งๆนั้นจะสร้างผลตอบแทนให้เราได้ในอนาคต ถ้ามันสร้างผลตอบแทนไม่ได้ เราก็ไม่ลงทุน จริงไหม?

เพราะฉะนั้นแล้ว ปัจจัยในการลงทุนที่ทำให้ราคามันเคลื่อนไหวได้คือ

✅ พื้นฐานธุรกิจที่เราจะต้องมอง (มองกันยาวๆ)
✅ ความคาดหวังที่จะเติบโตในอนาคต (มองกันแบบ 1-3 ปี)
✅ ข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (มองกันรายวัน)

ในเวลานี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปัจจัยระยะสั้นที่มองกันรายวันมันสับสนมาก และตัววิกฤตเองมันทำให้ความคาดหวังที่จะเติบโตพังไปด้วย ก็เหลือปัจจัยสุดท้ายละครับว่า มองกันยาวๆ หุ้นตัวไหนจะมีโอกาสรอดในวิกฤตได้บ้าง

สุดท้ายก็จะหนีไม่พ้นหุ้นที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการจัดการเรื่องการเงิน และ มีความได้เปรียบการการแข่งขัน

เอาตรงนี้ก่อน กลับมาดูว่าหุ้นในพอร์ตเรามันเป็นแบบไหน เราเลือกมันมาเพราะเหตุผลอะไร? ศึกษามา ซื้อตามเพื่อน หรือไปแอบถามเซียน

“การสร้างแผนในการซื้อหุ้นดี”

ตอนนี้ราคามันมีส่วนลดมาเยอะมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะลงอีกไม่ได้ บางคนคิดว่าจะเอาเงินก้อนไปทุ่มซื้อ รวยในไม้เดียวที่จุดต่ำสุด

แต่ไม่มีใครคาดเดาตลาดได้ว่าจะเป็นอย่างไร หลักการที่ผมมักจะแนะนำก็คือการทยอยซื้อแบบ DCA ไม่ต้องรีบซื้อ เดือนละครั้งก็พอ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่

แผนที่เราจะต้องมีก็คือ

✅ บริหารรายรับรายจ่าย เงินออม ให้ดีว่าเงินตรงไหน จำนวนเท่าไหร่ที่จะมาซื้อหุ้น วางเป็นแผนระยะยาวหน่อยเลย บางคนใช้อารมณ์ซื้อกะว่ารีบาวและจะรวยเลย แต่ไปๆมาๆ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องขายขาดทุนมาใช้จ่ายก็มี

✅ กำหนดแผนการลงทุน ซื้อหุ้นอะไรบ้าง ซื้อกี่บาทต่อเดือน ซื้อวันไหนจองเดือน กำหนดเป็นวินัยไปเลย ซื้อแล้วราคาลง ช่างมัน รอเดือนหน้า มีโอกาสซื้อถูกอีกดีกว่าตังค์หมดระหว่างทาง ถ้าราคาหุ้นลงอีกเรื่อยๆ เงินลงทุนเท่าเดิม ก็ได้หุ้นดีๆมากขึ้นเข้าพอร์ต เหมือนซื้อของเซลล์ตามห้าง

✅ อย่าไปให้ความสำคัญกับราคาหุ้นรายวันมาก (เครียดเปล่าๆ) เรากำลังลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ส่วนราคามันจะกลับมาเองเมื่อเหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป ข่าวดีๆออกมา ความคาดหวังเริ่มกลับมา องค์ประกอบครบ ราคาก็จะฟื้นกลับตัวครับ

อย่าลืมแผนตรงนี้นะครับ หุ้นต้องดี มีแผนสะสม อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ ลองประยุกต์ใช้ดูกับการลงทุนนะครับ

หมายเหตุ: วิธีการที่ผมแนะนำเป็นแค่ “ทางเลือกหนึ่งในการลงทุนนะครับ”