หน้าแรก Educate ไม่มีตังค์แต่อยากใช้ชีวิตดีๆ เลยยอมเป็นหนี้เพื่อหน้าตาทางสังคม

ไม่มีตังค์แต่อยากใช้ชีวิตดีๆ เลยยอมเป็นหนี้เพื่อหน้าตาทางสังคม

1758
0

พอดีไปเห็นเพื่อนถ่ายรูปไป Party ในโรงแรม 5 ดาว ก็เลยนึกถึงว่าก่อนหน้านี้เขามาปรึกษาเรื่องหนี้บัตรเครดิตว่าจะใช้ยังไงดี? บางทีเรารู้ทั้งรู้ว่าเราใช้ชีวิตยังไงเราถึงเป็นหนี้ แต่เราก็ยังใช้ชีวิตแบบนี้กัน

** อย่างไรก็ตามการเป็นหนี้ก็แม้จะเป็นเรื่องของเขา แต่บางเรื่องมันก็เกี่ยวกับเรา คือเมื่อมีปัญหาก็มาบ่น มาขอความช่วยเหลือ มายืมตังไปปิดหนี้ เป็นต้น การเป็นหนี้จึงไม่ได้เป็นภาระของคนๆเดียว แต่สร้างภาระอื่นๆให้คนรอบข้างได้ (เราจึงมีสิทธิ์บ่นเช่นกัน 555)

พอมันเป็นอย่างงี้นะ เราก็เลยตั้งคำถามว่า

“ทำไมคนถึงต้องใช้เงินเพื่อโชว์ Lifestyle?”

เป็นไปได้ไหมว่าโดยทั่วไปแล้วคนเราต้องการ

“ถูกยอมรับในสังคม”

เรื่องพวกนี้บางทีเราแยกไม่ออกนะ เช่น เวลาที่เราต้องการจะซื้อกระเป๋าหรือนาฬิกาแบรนด์เนม ซึ่งต้องจ่าย “หลักแสนบาท”

เราอาจจะบอกว่าเราซื้อเพราะเราชอบ ซึ่งความชอบนั้นก็ไม่รู้ว่าชอบจริงๆหรือต้องการบอกสังคมว่าเราก็ชอบของแบบนี้เหมือนกันนะ อันนี้ต้องถามใจของแต่ละคนจริงๆ บางทีคนเราก็อยากจะแค่ถือถุง Hermes เดินเล่นให้คนรู้สึกรวยก็มี

การถูกยอมรับ vs สถานะทางการเงิน

การถูกยอมรับทางสังคม มันสามารถออกมาเป็นในรูปตัวเงินได้ แต่สิทธินั้นมอบให้กับเฉพาะแค่คนมีเงิน และแน่นอนว่าคงไม่มีใครเบิกเงินจากธนาคารมากองให้คนอื่นเห็นว่าเรามีตังค์ และน้อยคนคงจะเอาสมุดบัญชีธนาคารมาถ่ายรูปให้ดูว่าฉันรวยนะ เพราะคนจะหมั่นไส้ได้

สิ่งที่คนคนมักจะทำกันก็คือการโชว์ Lifestyle การบริโภคต่างๆ ซึ่งตรงนี้มันไม่ได้ให้สิทธิเฉพาะคนรวยเท่านั้น แต่มันมอบสิทธิให้กับ “คนที่ไม่มีตังค์” ด้วย สิทธิดังกล่าวนั้นมาไม่ยากเลยในสมัยนี้ แค่คุณมีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดก็ได้ล่ะ เอาเงินอนาคตมาใช้ก่อน แต่เขาไม่ให้ให้คุณใช้ฟรี มันมีต้นทุนที่ต้องจ่าย

อวดเงิน : คนรวยอวดได้
อวดชีวิต : คนรวย คนไม่รวย อวดได้หมด

จะว่าไปมันก็คือกับดักของชีวิตอย่างนึงเหมือนกันนะ และสังคมก็พากันไปในแนวนี้ซะด้วย สมัยผมเรียนอยู่มหาลัยนะ มันก็มีการล้อกันเรื่องการใช้มือถือรุ่นถูกๆ ทั้งๆที่คนล้อก็ขอเงินแม่มาซื้อเหมือนกัน บางคนก็เก็บตังเองเพื่อให้ได้มือถือดีๆ ซึ่งนี่ล่ะที่ผมถามตัวเองว่า เรากำลังเก็บเพื่อซื้อของที่ชอบ หรือของที่จะบอกสังคมว่าเราชอบเหมือนกัน

คนที่มีเงินและสามารถรักษาความสามารถทางการเงินได้ ผมไม่ค่อยห่วงนะ คุณจะใช้ Lifestyle ยังไงก็ได้ตราบที่คุณมีเงิน…

แต่ที่เป็นห่วงก็คือ…

1. คนที่ไม่ได้มีเงินแต่ใช้ Lifestyle เกินตัว
2. คนที่มีเงิน แต่ไม่รู้ว่าระยะยาวเงินจะหมดตาม Lifestyle
3. คนที่กำลังโตมา โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในวงจรของการบริโภคนิยมและกำลังตื่นเต้นกับโลกมายาแห่งนี้

เข้าใจยังว่าทำไมคนจำนวนมากยังหันหลังให้กับการออมเงิน ผมพูดไม่ผิดหรอก มันมีคนหันหลังจริงๆ ใช้เงินเก่ง ผ่อนทุกอย่าง เพื่อให้ชีวิตดูดีในทุกมิติ

มันจะดีมากกว่านี้ถ้าอย่างน้อยคุณใช้ชีวิตไปด้วยและออมเงินไปด้วย อันนั้นคือสิ่งที่ดี มันยังสร้างภูมิคุ้มกันในชีวิตได้
แต่ถ้าใครสามารถแยกภาพมายาคติของโลกสังคมอุปโภคนิยมได้โดยใช้ชีวิตแบบที่เราเป็นจริงๆ ตามฐานะและสถานะที่ตัวเองเป็นได้ โดยไม่ต้องถีบให้ตัวเองสร้างให้ถูกการยอมรับทางสังคม อันนี้คุณหลุดพ้นกับดักแล้วมันจะเจอเส้นทางไปสู่ความยั่งยืนทางการเงินได้แล้ว

ยินดีด้วย