หน้าแรก How to ก่อนจะรักต้องรู้ เลิกกับผัว ไม่ได้เลิกฟรี มีค่าใช้จ่ายนะคะ

ก่อนจะรักต้องรู้ เลิกกับผัว ไม่ได้เลิกฟรี มีค่าใช้จ่ายนะคะ

2642
0

จะเห็นได้ว่าในช่วงหลังๆ การอยู่กันก่อนแต่งกลายเป็นเรื่องที่ธรรมด๊าธรรมดาของบรรดาคู่ที่รักวัยเริ่มต้นทำงาน หลายคนเมื่อตัดสินใจคบหากัน ก็ตัดสินใจย้ายเข้าไปพักด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการ เช่าบ้านด้วยกัน ผ่อนบ้านด้วยกัน ซื้อทรัพย์สินด้วยกัน  อย่างไรก็ตามคนสมัยใหม่ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้นมาก ชีวิตคู่และการแยกทางกันเกิดขึ้นกันได้ง่าย และพอมีการเลิกกัน มันก็หลายๆอย่างเกิดตามขึ้นมา

กรณีตัวอย่างที่ผมเจอมาก็คือ 2-3 ปีก่อนรุ่นน้องผมตัดสินใจคบหากับแฟนและตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน (ยังไม่แต่งงาน) ต่อมาก็ได้มีการซื้อคอนโด ผ่อนคอนโดร่วมกันเพราะคิดว่าจะอยู่ด้วยกันยาวนานจนแต่งงานกัน แต่ปรากฎว่าเลิกกันก่อนซะงั้น

ซึ่งหลายๆอย่างมันนำมาสู่ค่าใช้จ่ายในการ “เลิกกับผัว”

รุ่นน้องผมเล่าให้ฟังว่ามันมีอะไรที่ตามมาเยอะหากเราผูกความสัมพันธ์กันในเชิงนิตกรรมเอาไว้ ตัวอย่างเช่น การผ่อนคอนโดร่วมกัน เมื่อแยกทางกันนั่นหมายถึงการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่อยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นที่เขาเล่าให้ฟังคือ

  • การถอนชื่อผู้กู้ร่วม (ตรงนี้หากธนาคารไม่เก็บก็จะไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • การถอนชื่อออกจากโฉนด อันนี้มีค่าใช้จ่ายกับทางกรมที่ดิน

นอกจากนี้แล้วเมื่อแยกทางกันก็ต้องมาตกลงกันต่อว่าทั้งคู่จะเอาอย่างไรกับสมบัติที่มีด้วยกันต่อ เช่น ขายคอนโดแล้วแบ่งสมบัติกัน

  • เมื่อขายคอนโดแล้วมันก็มีเรื่องของ “ภาษี” จากการขาย ถ้ามีคนนึงถอนตัวออกไปก่อน อีกคนเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์และขายกันที่หลังก็จะโดนในเรื่องของภาษี ก็ต้องมาตกลงว่าจะช่วยกันในเรื่องภาษีอย่างไร

ปัญหาที่เคยเจอกันมาก็อาจจะมีในเรื่องของข้อตกลงกันอีกด้วย เมื่อฝ่ายหนึ่งออกไปก่อนแล้ว ก็ต้องตกลงกันอีกว่า เงินที่เคยช่วยผ่อนจะเอาอย่างไรต่อ บางคนเขี้ยวๆก็จะบอกว่าให้อีกฝ่ายจ่ายคืนมาในฐานะเจ้าของที่เคยอยู่ร่วมกัน อีกฝ่ายก็เขี้ยวกลับแล้วบอกว่าแบบนี้แปลว่าอยู่ฟรี งั้นก็ควรถือว่าที่เคยช่วยผ่อนนั้นเป็นค่าเช่า

สุดท้ายก็ไปจบกันที่ข้อกฎหมายว่าควรจะทำอย่างไรให้ถูกทำให้เกิดความบาดหมางกันได้ (ถ้าจบไม่สวย) และแน่นอนว่าในช่วงที่รักกันก็คงไม่มีใครคิดว่าจะต้องมาถึงจุดที่ต้องต่อรองระหว่างกันเมื่อเลิกกันอยู่แล้ว

ค่าใช้จ่ายอีกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีฝ่ายหนึ่งออกไปและเราเองเป็นฝ่ายที่อยู่ต่อ นั่นก็คือ ภาระการผ่อนคอนโดนั้นจะอยู่ที่เราคนเดียว สมมติว่าเคยผ่อนกันเดือนละ 12,000 โดยการหาร 2 ตกคนละ 6,000 อาจจะไม่ได้เป็นภาระที่หนักมาก แต่หากต้องมาผ่อนคนเดียวเดือนละ 12,000 ก็อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันระยะยาวของเขาขึ้นมาทันที ไม่ก็ต้องไปรีไฟแนนซ์เพื่อหาทางออกให้เหมาะสม

พอผมได้คุยกับรุ่นน้องผมแล้วก็เลยเห็นบทเรียนว่า ถ้าหากเราจะคบกับใครและต้องการทำนิติกรรมร่วมกันจะต้องมั่นใจดีๆและมีข้อตกลงร่วมกันก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตครับ