หน้าแรก How to มนุษย์เงินเดือนต้องทำอย่างไร ในวันที่เศรษฐกิจไม่ดี

มนุษย์เงินเดือนต้องทำอย่างไร ในวันที่เศรษฐกิจไม่ดี

2708
0

ช่วงนี้ได้คุยกับเพื่อนหลายๆคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนและ Freelance ซึ่งหลายคนได้เริ่มเห็นสัญญาณที่ไม่ดีทางเศรษฐกิจที่กำลังเข้ามากระทบถึงงานตัวเอง เช่น งานน้อยลง ค่าคอมมิชชั่นลด หากมีคนลาออกจะไม่ได้รับคนเพิ่มเหมือนเดิม คนที่ทำงานต่ออาจจะต้องรับภาระมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหลายครั้งเราอาจจะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีอย่างเดียวแต่เป็นเพราะเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาทำให้เราเสียเปรียบในการแข่งขันนั้นมากขึ้น อย่างไรก็ตามหลายคนก็อาจจะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ท้ายสุดถ้าภาพใหญ่นั้นเศรษฐกิจยังคงไม่ดี ผลกระทบมันก็มาเยือนเราอยู่ดี

และเราก็ไม่รู้ว่าหากเราไม่เตรียมตัวแต่ผลกระทบมาตกอยู่ที่เราโดยตรงแบบหายนะ เช่น ถูกไล่ออก ตกงาน บริษัทปืดตัว มันก็จะเป็นปัญหากับชีวิต เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องไม่ประมาทและวางแผนเตรียมรับมือเอาไว้

แชร์สิ่งที่ผมลองทำดูนะครับว่าเราควรจะต้องสำรวจและเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

 

1. สำรวจค่าใช้จ่ายและหนี้สินของเรา

ลองจินตนาการดูเล่นๆว่าหากวันพรุ่งนี้เราตกงาน ผลกระทบอะไรที่จะตามมาบ้าง? โอกาสที่เราไม่มีรายได้นั้นเกิดขึ้นได้ แต่การไม่มีรายจ่ายเลยนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะยังไงเราก็ต้องกินข้าว (มนุษย์อิ่มทิพย์ไม่ได้นะเธอ) ลอง List รายการออกมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง เช่น

  • ค่าอยู่ค่ากิน อย่างของผม หากมือละ 50 บาท ตกวันละ 150
  • ค่าเดินทาง ตกงานเรายังต้องเดินทางนะ สมมตวันละ 100
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ สมมติเดือนละ 2,500
  • ค่าใช้จ่ายจากการผ่อนหนี้ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ
  • ค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ เช่น ประกันชีวิต

เอาแบบ Basic เลยนะ ผมอาจจะคงยังมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาทเป็นอย่างน้อย ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เราอาจจะไม่คาดฝันไว้ก็ได้ หากผมเผื่อเงินเอาไว้ใช้เดือนละ 20,000 บาท ผมต้องเตรียมสำรองไว้ 6 เดือนถึง 120,000 บาท และหากคิดว่าเราจะต้องรอดใน 1 ปี ก็ต้องเตรียมถึง 240,000 หรือใครมองว่าการตกงานมันมีความเสี่ยงยาวนานกว่านั้นก็เพิ่มเงินสำรองไป

 

2. ดูก่อนว่าปัจุบันมันมีรายจ่ายอะไรไม่จำเป็นบ้างป่ะ

ถ้าเราอยากจะเผื่อเงินเอาไว้ไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนในอนาคตเนี่ย มันต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะอยู่ๆเราจะไปหักดิบตัวเองให้ลดค่าใช้จ่ายในวันที่ตกงานก็คงจะอกแตกตายได้ การทยอยลดค่าใช้จ่ายในวันนี้มันช่วยให้เราเก็บเงินได้มากขึ้นพร้อมๆกับการลดค่าใช้จ่ายด้วย ตัวอย่างเช่น

  • ลด Package รายเดือนบางอย่างที่ไม่ค่อยได้ใช้
  • ลดพวกค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง (ไม่ต้องเลิกนะ แต่ลด)
  • ลองหาทางเลือกอื่นๆที่ใช้งานได้

 

3. Review เงินที่ต้องจ่ายเพื่อการออมและการลงทุนในแต่ละเดือน

ถึงแม้ว่าช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ราคาทรัพย์สินต่างๆอาจจะลดลงและทำให้คนที่มีเงินสามารถลงทุนได้ในเงื่อนไขของราคาที่ดีขึ้น แต่อันนั้นเป็นเรื่องของคนที่มี Surplus ทางการเงินพร้อม ในกรณีของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราการที่กำลังจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระผูกพันยาวๆอาจจะต้องวางแผนเผื่อไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น

  • ออมหุ้น ออมกองทุนรวม : หากเราตกงาน การออมหุ้น ออมกองทุนรวม เราสามารถหยุดได้ ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร แต่ถ้าเราอยากจะลงทุนต่อเนื่องก็ต้องมองตัวเลขที่เหมาะสมไม่ให้กระทบต่อการดำรงชีวิตของเรา รวมถึงต้องใจเย็นด้วยนะจ้า ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี หุ้นลงอาจจะต้องรอฟื้นตัวนาน หากใจร้อนขายขาดทุน ซวยอีก
  • ประกันชีวิต : จะมีประเด็นเยอะขึ้นมาหน่อยเพราะเราทำสัญญาระยะยาวโดยที่เราไม่รู้ว่าอนาคต 20 ปีข้างหน้าเรายังคงมีงานทำหรือเปล่า ตรงนี้ต้องดูเบี้ยประกันที่เหมาะสม รวมถึงการศึกษาเงื่อนไขกรณีที่เราจ่ายไม่ไหว ต้องเวณคืนเผื่อไว้ด้วย ฯลฯ
  • LTF RMF : หลายคนอยากให้สิทธิในการลดหย่อนภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยซื้อให้ได้มากที่สุด แต่เอาจริงๆหากเรากำลังอยู่ในช่วงที่มีความเสี่ยง ก็ต้องคำนวณให้ดีเช่นกันว่าจะลดหย่อนแค่ไหนให้เหมาะสม มีหลายคนซื้อจนไม่มีเงินสดเก็บเพราะคิดว่าเก็บใน LTF RMF ไปแล้ว ชิลได้ แต่อย่าลืมว่าพวกนี้มีข้อกำหนดด้วยว่าถ้าขายออกมาก่อนกำหนดจะต้องยื่นภ่าษีใหม่ ตกงานแล้วไปขายทิ้งอาจจะเจอค่าปรับทั้งหลาดเพิ่มได้

การมีเงินเก็บนะมันดี และการมีเงินเก็บแล้วมาลงทุนในวันที่เศรษฐกิจไม่ดีเราอาจจะได้ทรัพย์สินในราคาถูกก็จริง แต่ต้องบริหารเงินให้ดีด้วย ลงทุนหมดแต่ไม่มีเงินสำรองก็แย่เลย

 

4. เกาะเก้าอี้และรายได้แน่นๆไว้

ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี เป็นช่วงที่ต้องเกาะแหล่งรายได้ให้ดีเพราะเป็นช่วงเวลาที่หางานยาก ออกจากงานแล้วมาตามหาความฝันอาจจะทำให้มีความเสี่ยงได้ แต่ก็แล้วแต่คน นะ บางคนเป็นคนเก่ง มีความรู้เฉพาะทางที่บริษัทยังต้องจ้าง ก็ยังคงหางานได้อยู่

หลายคนก็พยายามหารายได้หลายๆทางสำรองไว้ มันก็ทำได้แต่ในภาพใหญ่ถ้าเศรษฐกิจมันไม่ดีเท่าไหร่ การหางานที่ 2 ทำก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน และหากเราจะลงทุนเปิดร้านเปิดธุรกิจในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีก็ต้องพิจารณาความเสี่ยง ความชำนาญ โอกาส ความสามารถในการแข่งขันด้วย

 

โดยสรุปจากประสบการณ์ของผมนะ หากเราอยากอยู่รอดทางการเงินในช่วงเวลาที่ไม่ดี พยายามสร้างสายป่านของตัวเองให้ยาวๆ ค่าใช้จ่ายต้องไม่เวอร์วัง ไม่ก่อหนี้ มากและหากมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมได้ก็จะดีมากกกกก

ลองดูนะครับ วางแผนกับตัวเองดีๆ