หน้าแรก Educate สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ เมื่อรายได้ลดลง 50%

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ เมื่อรายได้ลดลง 50%

3587
0

พอดีผมได้มาสำรวจค่าใช้จ่ายต่างๆของตัวเองมากขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากผมรู้สึกว่าเศรษฐกิจมันแย่ลงซึ่งมีผลกระทบแน่ๆกับตัวเองเพราะทำธุรกิจส่วนตัวและเป็น Freelance ที่รายได้ไม่แน่นอนเหมือนมนุษย์เงินเดือน

เท่าที่ผม Track ตัวเองดูค่าใช้จ่ายด้านประกันและการลงทุนของผมจะตกอยู่ที่ปีละประมาณ 400,000 บาท หรือตกเดือนละ 3-4 หมื่นบาท ซึ่งประกอบด้วย

  • ประกันชีวิต สุขภาพ บำนาญ ฯลฯ
  • เงินลงทุน ออมหุ้น-กองทุนรวมแบบ DCA

ซึ่งถ้าผมรวมเงินที่ใช้จ่ายแต่ละเดือนโดยทั่วไปของผมเดือนละ 20,000 บาท รายได้ขั้นต่ำที่จะทำให้ผมสามารถใช้จ่าย ซื้อประกัน ลงทุน ทั้งหมดจะอยู่ที่ 5-6 หมื่นบาท

 

คำถาม : ทำไมต้อจ่ายอะไรเยอะขนาดนี้?

สิ่งที่ผมค้นพบในชีวิตตัวเองอย่างหนึ่งก็คือ ในวันที่เรามีรายได้เยอะ เราเองก็มักจะหาทางให้เงินมันไป ซึ่งแต่ละคนก็มีแนวทางที่ต่างกันนะครับ อย่างผมเนี่ยจะเน้นในเรื่องของการสร้างหลักประกันและการลงทุน แต่บางคนอาจจะชอบที่จะซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น ผ่อนรถ ผ่อนคอนโด ซื้อสินค้า Luxury ตรงนี้อยู่ที่แต่ละคนจะให้ความสำคัญกับการใช้เงินตัวเองยังไง

ที่นี้ถ้าผมบอกว่า ผมมีรายได้เดือนละ 150,000 – 200,000 การจ่ายเงินเพื่อการสร้างหลักประกันและการลงทุนของผมที่ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือนคงเป็นตัวเลขที่พอจะจัดการได้อยู่แล้ว และเงินในส่วนอื่นๆเราอาจจะเก็บไว้ หรือไม่ก็แบ่งส่วนมาเพิ่ม Leverage ในการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหน่อยก็พอเป็นสิ่งที่หลายคนก็ทำ อารมณ์แบบ ขาดทุนไป 1-2 หมื่นก็ไม่ได้เสียดายเงินมากเพราะรายได้เราเยอะ

และแน่นอนว่าการวางแผนการเงินทั้งหลาย อย่างเวลาจะซื้อประกัน ผมก็ให้ Financial Advisor คำนวนก่อนด้วยว่าเรื่องเบี้ยฯเรื่องค่าใช้จ่ายมันโอเคไหม กับความเสี่ยงต่างๆและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับผม (บางคนอาจจะมองว่าใช้ 30 บาทแทนก็ได้)

 

ปัญหามันอยู่ที่ว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่ารายได้เราจะลดลงในอนาคตหรือเปล่า?

ผมว่าในปัจจุบันทุกคนมีความเสี่ยงนะ แม้เป็นมนุษย์เงินเดือนก็ถูกให้ออกจากงานได้ อย่างผมเป็น Freelance ก็จะมีช่วงที่ดีและช่ววงที่ไม่ดี แต่บางครั้งพอเราเห็นในมุมของเศรษฐกิจเนี่ยที่กำลังแย่ลง มันชัดเลยเพราะทุกคนปรับตัว เราก็ปรับตัวเพื่อลดรายจ่าย

ลูกค้าเราจ้างเราน้อยลง เราก็รายได้ลด ส่วนเราปรับตัวลดรายจ่าย คนที่ขายของให้เราก็โดนผลกระทบตาม เวลาเจออะไรอย่างงี้ ทุกคนพยายามปรับตัวล่ะ และทุกครั้งที่ปรับตัวมันก็กระทบไปเรื่อยๆ

จากที่เราเคยมีรายได้เยอะๆ วันนี้รายได้ลดลง 50% นั่นหมายความว่า สมมติรายได้เราเหลือ 80,000 แต่มีค่าใช้จ่าย 3-4 หมื่นบาท มันกลายเป็น 40-50% ของค่าใช้จ่ายเลยนะ

และเศรษฐกิจไม่ดีมันมีผลกระทบอีก เช่น

  • งานน้อยลง รายได้เฉลี่ยลดลง
  • มูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนลดลง (ถอนมาก็ร้องไห้)
  • เริ่มต้นงานใหม่ๆก็ควักเงินลงทุนแรงลงทุนอีก
  • คนอื่นก็แย่ อาจจะมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน

 

ก็มักจะมีคำถามว่า “เราจะแก้ไขปัญหาของตัวเรายังไง?”

เวลาที่สถานการณ์นี้เกิดขึ้น เราอาจจะนึกถึงเงินสำรองฉุกเฉินก่อน แต่บางทีมันช่วยได้แค่ระยะเวลานึงเท่านั้น เราอาจจะต้องพึ่ง เครื่องมืออีก 2 อย่างคือ

  • ลดรายจ่าย
  • เพิ่มรายได้

ซึ่ง 2 อย่างนี้ผมว่าการลดรายจ่ายเป็นวิธีการที่เราต้องทำเป็นอันดับแรก แต่เงื่อนไขในการลดรายจ่ายของแต่ละคนก็ต่างกัน เช่น

  • หากเป็นการลงทุน ก็ลดการลงทุนลง หยุดลงทุนได้
  • หากเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป ก็ลดปริมาณการใช้จ่าย
  • หากเป็นรายจ่ายที่เกิดจากการกู้ยืม มีดอกเบี้ย ก็ต้องเจรจากับเจ้าหนี้ เพราะเป็นเรื่องนี้ใหญ่มาก รายได้หาย ผ่อนต่อไม่ได้ โดนยึดทรัพย์สินอีกแหนะ

การหารายได้ใหม่ๆก็เป็นสิ่งที่เราทำได้หากเรามีโอกาส แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในยามที่เศรษฐกิจไม่ดี

อย่างผมเองก็จะเอาลำดับความสำคัญของรายจ่ายมาเรียงดูว่า ผมจะต้องลดอะไรก่อน เช่น รายจ่ายไม่จำเป็น รายจ่ายหรูหรา ลดก่อนเลย พวกเรื่องการลงทุนก็ลดลงได้ แต่พวกหลักประกันต่างๆที่จะช่วยคุ้มครองเราจะต้องดูว่าต้องปรับให้เหมาะสมยังไง

มันไม่ได้ผิดหรอกที่เมื่อเรามีรายได้เยอะ เราจะจัดสรรเงินไปใช้ในเรื่องต่างๆได้มากกว่าคนอื่น เพราะต่อให้คุณมีรายได้เดือนละ 10 ล้าน และมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนแค่ 3 หมื่น (มีส่วนต่างในรายได้ต่อรายจ่ายเยอะ) แต่เจอวิกฤตในชีวิตที่ทำให้ล้มเงินหายหมด งานไม่มีทำ การมีรายจ่าย 3 หมื่นบาทต่อเดือนอาจจะถือว่าเป็นเรื่องที่หนักขึ้นมาก็ได้ (แต่ส่วนใหญ่ผมว่าน่าจะมีเงินเก็บกันบ้างละม้างงง)

สุดท้ายแล้วผมว่าหากเราวางแผนการเงินไว้อย่างดี มันจะช่วยเราระดับนึงนะ ชีวิตเราไม่มีอะไรแน่นอน อาจจะเจอบางอย่างที่ไม่อยู่ในแผน เราก็ต้องแก้ปัญหากันไปให้รอดกันนะครับ