หน้าแรก Educate เมื่อผู้ชายและหุ้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ ก็อย่ากังวลใจที่จะต้องเปลี่ยนแปลง

เมื่อผู้ชายและหุ้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ ก็อย่ากังวลใจที่จะต้องเปลี่ยนแปลง

2071
0

เชื่อไหมว่าหลายๆคนลงทุนในหุ้นไปแล้วไม่รู้ว่า พื้นฐานของหุ้นตัวนั้นไม่ดี (หรือเดิมเคยดีแต่ปัจจุบันไม่ดีแล้ว) ระยะต่อมาขาดทุนบักโกรก การลงทุนเสียหายเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เรามักจะทำก็คือ “การรอความหวัง”

ตัวอย่างเช่น ลงทุนในหุ้นตัวหนึ่งไปตอนราคา 20 บาท แต่พอเวลาผ่านมา หุ้นตกลงเรื่อยๆจนเหลือ 0.70 บาท พร้อมประกาศเพิ่มทุนอะไรงี้? ถามว่าเราจะทำยังไง?

สิ่งที่มือใหม่จำนวนมากจะทำก็คือ ถัวให้ราคาเฉลี่ยมันลดลงเพื่อที่จะได้รู้สึกดี ถ้าไม่มีเงินก็จะอยู่เฉยๆ รอคอยความหวัง ไม่กล้าขาย คิดแค่ว่าไม่ขายไม่ขาดทุน มันเคยขึ้นไปถึง 20 บาทมาแล้วนิ ทำไมมันจะขึ้นไปอีกไม่ได้

มันก็ไม่ต่างกับความระหองระแหงกับผู้ชายนั่นล่ะ พอรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป เราก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมา ซื้อของให้ เอาใจ หาทางไปเจอ คิดไปเองว่าเราคิดมาก เอาความทรงจำเก่าๆมาบอกกับตัวเองว่าเขาเคยดีกับเรามาก ซักวันเขาคงจะกลับมาดีกับเราเหมือนเดิม กลัวเสียใจ ไม่กล้าเลิก

อย่าลืมอย่างนึงนะว่า การที่เราขาดทุนทางบัญชี ยังไม่ขาย ไม่ได้หมายความว่าเรามีมูลค่าหุ้นในราคาทุนเท่าเงินที่ใส่เข้าไป ขายเมื่อไหร่ก็ได้เงินจำนวนเท่านั้นออกมาอยู่ดี

นอกจากนี้หุ้นหลายๆตัวถ้าเรายอมรับความจริงและไปดูในพื้นฐาน มันอาจจะแย่ลงกว่าเดิมจากวันนี้ก็ได้ สมมติว่าวันนี้ราคาเหลือ 0.70 ไม่ขายวันนี้ ไปขายในอนาคตเหลือ 0.20 บาท ยิ่งเหลือน้อยลงกว่าเดิม

ข้อแนะนำ 

  1. ยอมรับความจริงว่ามันไปต่อไม่ได้
  2. ทำใจและตัดสินใจเลยว่าเราต้องหยุดการขาดทุน
  3. หาหุ้นที่น่าสนใจในการลงทุนตัวใหม่
  4. เริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่าอาลัยกับตัวเก่า

การหาหุ้นใหม่ที่ดีกว่าลงทุนนั้นจะทำให้เราไม่เสียโอกาสในเรื่องของ

  • เวลา : หากเราแช่เงินในหุ้นไม่ดีแล้วอีก 1 ปี มันจะเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากหุ้นดีๆไปอีก 1 ปีเลย ถ้าไม่ขายยาวกว่านั้นก็อาจจะเสียโอกาสนานกว่านั้น
  • ผลตอลแทน : หากเราอยู่ต่อ ยอมดอยกับหุ้นเดิมๆที่มีแนวโน้มจะแย่ลงเรื่อยๆ ก็อาจจะเสียหายเพิ่มขึ้นก็ได้

หากเรายอมขายหุ้น A ที่ 0.70 บาท ไปซื้อหุ้น B ที่ราคา 10 บาทในวันนี้ มันจะดีกว่าที่เมื่อเวลาผ่านไป เราขายหุ้น A ที่ 0.50 บาท ไปซื้อหุ้น B ที่เติบโตขึ้นแล้วราคาปรับตัวเป็น 15 บาทก็ได้ (อันนี้คือในหลักการในระยะยาว แต่ในความเป็นจริงอาจจะมีความผันผวนในระยะสั้นที่ทำให้ราคาไม่เคลื่อนไปตามพื้นฐานได้)

คำถามที่มักจะถูกถามต่อก็คือ ถ้าขายไปแล้วและหุ้นมันเกิด Turnaround จากการเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจจะไม่เสียดายแย่หรอ?

ขอบอกว่าอย่าไปคิดมาก ในวันที่เราตัดสินใจ เราตัดสินใจในเงื่อนไขที่เราเห็น และในวันนั้นเราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะ Turnaround ได้หรือไม่ได้ และมันจะโชคดีที่กลับมาเป็นหุ้นที่ดีได้ในเวลากี่ปี ไม่ต่างกับเวลาที่เราเทผู้ไปเพราะเขาไม่ใช่ อีก 10 ปีมาเจอกันใหม่กลับกลายเป็นคนที่ใช่ ก็ไม่ได้เสียดายเพราะเราออกมาจากชีวิตเขาในเงื่อนไขในอดีตจ้า

สรุป รักได้แต่อย่าเสียดาย เมื่อผู้ชายและหุ้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ ยังไงก็ต้องไปและเปลี่ยนแปลง