หุ้นดีหรือไม่ดีไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่ต้องดูพื้นฐานหุ้นด้วยจ้า

ผมเชื่อว่ามีเพื่อนๆนักลงทุนมือใหม่จำนวนมากที่เป็นแบบผมนะครับ หลังจากที่เราเปิดพอร์ตแล้วลงทุนในหุ้นซักตัวหนึ่ง เราอาจจะเลือกหุ้นจากมุมมองของราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองง่ายที่สุดและข้อมูลก็ Real Time และมีเหตุผลประกอบในการซื้อดังนี้

  • หุ้นกำลังราคาปรับตัวสูงขึ้น ถ้าซื้อตอนนี้ ราคาขึ้นไปอีก แล้วขายทำกำไรขึ้นมา เราก็จะอภิมหารวย!! เราก็เลยซื้อเลยยยย!!!
  • หุ้นที่ราคาลดลงมาแล้ว เรายังคาดหวังว่าราคามันเคยขึ้นไปได้ ตอนลงมาก็เก็บราคาต่ำๆ ดีใจ ลงได้ก็ต้องขึ้นได้อีกสิ ซื้อไว้เดี๋ยวมันก็ขึ้นไปเองนั่นล่ะ ขึ้นเมื่อไหร่รวย

ในเหตุผลของการมองราคาเพื่อซื้อขายทำกำไร โดยที่ไม่ได้มีความรู้ทั้งในแง่ของพื้นฐานของธุรกิจหรือความรู้ปัจจัยทางเทคนิคย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงในการลงทุนนะครับ แต่ในบทความนี้ผมจะเล่าในเชิงของพื้นฐานให้ฟังว่ามันสำคัญยังไง

 

พื้นฐานสำคัญอย่างไร?

ในมุมมองผมนั้น พื้นฐานทางธุรกิจเป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องให้ความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะเป็นตัวบอกว่าทิศทางและแนวโน้มทางธุรกิจเป็นอย่างไร สิ่งที่เราต้องรู้นั้นในเบื้องต้นสำหรับมือใหม่คือ

  • ธุรกิจนี้ทำอะไร อยู่ในเทรนการเติบโตหรือไม่
  • มีความเสี่ยงในเรื่องอะไรบ้าง เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี
  • เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วมีความได้เปรียบในการแข่งขันแค่ไหน
  • มีผลการดำเนินงานที่ดีไหม ยอดขาย กำไร ค่าใช้จ่าย หนี้สินต่างๆ ฯลฯ
  • อื่นๆ ที่เป็นข้อมูลสำคัญ

แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่อาจจะยากซักนิดนึงสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ทางธุรกิจ แต่เมื่อเราศึกษาไปเรื่อยๆเราจะพอจะพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ของเราให้ดีขึ้นได้ หลายอย่างเป็นศิลปะและมุมมอง เราอาจจะเห็นต่างจากคนอื่นได้ ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ตลาดจะเป็นตัวตัดสินเองในอนาคต

 

พื้นฐานที่ดีจะสัมพันธ์อย่างไรกับราคา?

หากเราลงทุนกับหุ้นซักตัวหนึ่งแล้วเรารู้ว่า หุ้นตัวนั้นๆมีพื้นฐานที่ดี อยู่ในเทรนการเติบโต มีศักยภาพในการแข่งขัน เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีกำไรในการทำธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป บริษัทเติบโต ตามธรรมชาติแล้วราคาหุ้นควรจะปรับขึ้นด้วยเช่นกัน

เช่นเดียวกับเวลาที่ใครซักคนเปิดร้าน ทำกิจการ เวลาผ่านไป ลูกค้ามากขึ้น กำไรเติบโตขึ้น หากมีคนมาขอซื้อร้านเราต่อ เราก็คงไม่ขายให้ราคาถูกๆไป เราต้องคิดถึงค่าเสียโอกาสในอนาคตด้วยหากเราจะต้องไปตั้งต้นทำธุรกิจใหม่ แต่ราคานั้นจะตกลงกันได้ไหมก็อยู่ที่ คนเราขายแพงไปไหม และ คนซื้อคิดว่ามันถูกพอที่จะยอมรับได้หรือเปล่า? นั่นก็จะเข้าไปอยู่ในการเจรจาต่อรองราคากัน

เพราะฉะนั้นการถือหุ้นดีในระยะยาวตราบที่พื้นฐานยังดีอยู่ย่อมเป็นสิ่งที่ดีต่อนักลงทุน ในทางตรงข้ามหากเราถือหุ้นแย่ๆที่นับวันกิจการแย่ลงๆ ราคาหุ้นย่อมปรับตัวลงในระยะยาวได้

 

แล้วระยะสั้นล่ะ?

ต้องอย่าลืมว่าในช่วงระยะสั้นนั้นการขึ้นลงของราคาหุ้น อาจจะเกิดขึ้นจากการซื้อขายจากข่าวและกระแสต่างๆ ทำให้หุ้นดีที่มีข่าวร้ายๆแม้จะไม่กระทบกับปัจจัยพื้นฐาน ราคาก็ลดลงได้ และทำให้หุ้นที่ไม่ดีแต่มีข่าวดีๆ ไม่ว่าจะเป็นกำลังจะ Turnaround กำลังจะมี Event ที่ทำให้ได้กำไรอื้อซ่า มาทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นจากความหวังเหล่านี้ได้ (ความหวังแปลว่ายังไม่ใช่ความจริง)

พูดง่ายๆก็คือหุ้นดีหรือหุ้นแย่ ในระยะสั้นก็มีโอกาสที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นหรือลงได้ตามตลาดเหมือนกัน มือใหม่หลายคนอาจจะพลาดตรงนี้ที่ซื้อหุ้นดีๆเอาไว้ แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดแย่ลง หุ้นไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานอะไรแต่พอเหนขาดทุนก็กลัวขายทิ้งไปแล้วและอาจจะมองว่ามันไม่ดี

แต่ถ้าเรามองอีกแง่นึง หุ้นพื้นฐานดีเป็นสิ่งที่เราอยากได้ หุ้นราคาถูกลงก็เป็นจังหว่ะที่น่าซื้อไม่ใช่หรอ ไม่ใช่เป็นช่วงการขายทิ้ง หากเราอยากลงทุนในระยะยาว

 

DCA หุ้นอย่างไรให้ชีวิตเบิกบาน

สิ่งที่สำคัญในการพิจารณาหุ้นสำหรับการ DCA นั้น อย่างแรกเลยต้องให้ความสำคัญกับ “พื้นฐานของหุ้น” ถ้าพื้นฐานดี อนาคตเติบโต การทยอยสะสมระยะยาวก็เป็นสิ่งที่เราควรทำ

ถ้าเราไม่รู้จะซื้อในราคาไหน ประเมินมูลค่าไม่เก่ง การทยอยเข้าซื้อจะช่วยได้ทั้งในเรื่องวินัยการลงทุน และทำให้ลดความเสี่ยงในเรื่องราคาเข้าซื้อ ไม่ซื้อในราคาแพงด้วยเงินจำนวนมากๆจากการที่คนส่วนใหญ่จะมั่นใจและซื้อหุ้นตอนราคาปรับตัวแพง ซึ่ง DCA จะมาแก้ปัญหาให้เราได้ซื้อหุ้นในช่วงราคาถูกลงจำนวนมากขึ้นอีกด้วย

หุ้นจะขึ้นหรือจะลงไม่เป็นไรในการลงทุนแบบ DCA แค่เรา “อย่าเถียงพื้นฐาน” ขึ้นก็ซื้อ ลงก็ซื้อ ระยะยาวก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้จ้า


Posted

in

by

Tags: