หน้าแรก How to แต่งงานแล้ว จัดเงินยังไงให้ลงตัว แถม DCA ได้

แต่งงานแล้ว จัดเงินยังไงให้ลงตัว แถม DCA ได้

1702
0

เรามาคุยเรื่องการเงินของคู่รักกันบ้างดีกว่า คือพี่เห็นมาเยอะแล้วเรื่องเงินๆทองๆเนี่ยหากมันมีปัญหากันขึ้นมา มันทำให้ชีวิตคู่พังทลายได้เลยนะ มันเลยเป็นสิ่งที่ต้องนำมาคุยด้วยกันตั้งแต่แรก ซึ่งเท่าที่สังเกตและคุยกับเพื่อนที่แต่งงานกันแล้วหย่ากันไปแล้ว มีปัญหาหลักๆกันดังนี้

  1. ไม่คุยเรื่องภาระกัน : บางคนพอใช้ชีวิตไปดันมีปัญหาด้านการเงิน เช่น เกิดหนี้สิน ให้คนยืมเงินไปแล้วไม่คืนมีผลกระทบต่อการใช้เงินของตัวเอง แต่ไม่กล้าเล่าให้ผัวฟัง กลัวผัวด่าแบบว่ากำลังจะซื้อรถเสือกไปสร้างปัญหาอีก เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ เรื่องเงินจึงเป็นสิ่งที่ต้องคุยกันเสมอเพราะเวลามันเกิดปัญหาบางทีกระทบทั้ง 2 ฝ่าย บางทีลามมาถึงค่าเทอมลูกด้วยอีกแหนะ
  2. ไม่คุยเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน : อันนี้ก็เจอบ่อย บางคนเลี้ยงดูแฟนอย่างกับเทพเจ้า เช่น ผัวได้เงินเดือนมาก็เปย์และรับผิดชอบทุกอย่างในบ้านอยากให้เมียสบาย ส่วนเมียได้เงินมาก็ใช้ชีวิตเก๋ๆของตัวเองได้ พอผัวมีปัญหาการเงินปุ๊ป เมียมองว่าชีวิตไม่มั่นคงแล้ว เทดีกว่าเดี่ยวลำบากด้วย เรื่องความรับผิดชอบเรื่องเงินก็เลยต้องคุยกันทั้ง 2 ฝ่ายด้วยจ้า

เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหันหน้ามาคุยกัน คุยกันเรื่องภาระทางการเงินของแต่ละฝ่าย รวมถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัวร่วมกัน ซึ่งในหลักการแล้วเราจึงควรแบ่งเงินไว้ 3 กระเป๋าได้แก่

  • เงินเรา – สำหรับตัวเราใช้จ่าย
  • เงินคู่รักเรา – สำหรับแฟนเราที่จะใช้ชีวิตของเขา
  • เงินกองกลาง – สำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในเรื่องของบ้าน ครอบครัวและลูก

เงินในส่วนของเราและตัวคู่รักเรา อาจจะเป็นส่วนที่ต่างคนต่างจัดการชีวิตตัวเอง เพราะทั้ง 2 ฝ่ายอาจจะมี Lifestyle ของชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องไม่ลืืมว่ามันต้องมีเงินที่เป็นกองกลางเพื่อนำมาใช้และรับผิดชอบชีวิตครอบครัวร่วมกัน

ซึ่งเราอาจจะจัดสรรเงินกองกลางนี้เป็นหลายๆเป้าหมายที่สำคัญต่อชีวิต ไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายในระยะสั้นไปจนถึงระยะยาว

  • ค่าใช้จ่ายของครอบครัวร่วมกันในแต่ละเดือน
  • เงินออมเผื่อฉุกเฉินของครอบครัว
  • สะสมเอาไว้ซื้อทรัพย์สิน
  • เงินสำหรับเลี้ยงดูและให้ค่าเทอมลูก
  • เงินเออมสำหรับสร้างมรดก

คำถามคือ : อย่างงี้เราควรจะออมหุ้นแบบ DCA แยกกันหรือร่วมกัน? 

ในส่วนตัวผมคิดว่ามันอยู่ที่การตกลงกัน บนหลักการแบ่งเงิน 3 กระเป๋า ซึ่งจะมีบางส่วนที่เราออมหุ้นเพื่อเป้าหมายของชีวิตเราเองและสามารถใช้เงินกองกลางเพื่อออมหุ้นในเป้าหมายของครอบครัวได้

แน่นอนว่าบางคนก็อาจจะย้ายเป้าหมายของตัวเองมาเป็นเป้าหมายครอบครัว เช่น จากเดิมเราออมเพื่อเที่ยวคนเดียวก็เปลี่ยนเป็นเก็บเงินกองกลางเที่ยวด้วยกับแฟนและเผื่อลูกด้วย (ลูกยังเล็กต้องพาไปด้วย)

หรือตอนแรกคิดว่าจะออมเงินไว้ซื้อคอนโดอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าชีวิตขึ้นคานแน่ๆ แต่อยู่ๆไปอ่อยผู้สำเร็จหวะ! พอแต่งงานก็คิดว่าต้องมีบ้านหรือคอนโดที่ใหญ่ขึ้นก็มาเผื่อมีลูกซัก 2 คน ก็เปลี่ยนมาวางแผนร่วมกับแฟนได้

มันอยู่ที่การคุยกัน เพราะฉะนั้นเป้าหมายในการเก็บออมเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งให้กับครอบครัวก็ DCA ร่วมกันได้ เช่น เรานำเงินบางส่วนจากกองกลางที่มองว่ายังไม่มีเป้าหมายในการใช้จ่ายในอนาคตและตอนนี้มีเงินสะสมมากพอที่จะนำเงินบางส่วนรับความเสี่ยงได้มากขึ้น ก็นำมาเพิ่มผลตอบแทนด้วยการออมหุ้น ออมกองทุนรวมได้

เช่น DCA ด้วยกองกลางร่วมกันเดือนละ 5,000 ตามความเสี่ยงที่ทั้งคู่มองว่าเราได้ เอาไว้เที่ยวด้วยกัน เก็บเป็นมรดกให้ลูก และเป็นเงินส่วนเพิ่มยามเกษียณให้กับทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ บางคนก็ทำเป้าหมายที่แปลกๆและน่าสนใจเช่น เก็บเอาไว้เป็นเงินประกันความรัก ฝ่ายไหนมีชู้ บอกเลิกก่อน อีกฝ่ายได้เงินก้อนนี้ไปเลยจ้าาาาา เก็บไปเก็บมามีหลายล้าน ไม่กล้านอกใจ กลัวไม่คุ้มเสีย ฮ่าๆ

แต่เงินตรงนี้ขอให้ตกลงร่วมกันนะ ไม่ใช่ว่าเห็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเก่งกว่า ก็ยกหน้าที่ให้เลย เพราะการลงทุนมันขาดทุนได้ถ้าไม่เข้าใจก็จะผิดใจกันเปล่าๆ หรือเราอาจจะใช้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Financial Advisor ในการรับคำแนะนำในเรื่องการนำเงินออมไปสร้างหลักประกันและการลงทุนก็ได้นะครับ

แน่นอนว่าเมื่อเราแต่งงานด้วยกันแล้ว อย่าลืมคุยเรื่องเงิน รับผิดชอบเรื่องเงินด้วยกัน และสร้างเป้าหมายทางการเงิน รวมถึงต่อยอดความมั่งคั่งร่วมกันได้ เราก็จะมีชีวิตที่มีความสุขร่วมกันได้ทุกๆวันนะครับ

[App ใหม่ โหลดได้เลย] สำหรับเพื่อนๆที่สนใจพบกับ ตัวแทนประกันชีวิตที่เป็นที่มีความเชี่ยวชาญและให้คำปรึกษาทางการเงินของครอบครัวได้ อย่าลืมโหลด App Ask Pro ตาม Link นี้นะครับ >>> https://askpro.asia/

ปัจจุบันให้บริการใน Android และ ในพื้นที่กรุงเทพก่อน (หากใครมาจากโลกอนาคตและพัฒนาให้ใช้ในระบบอื่นๆและจังหวัดอื่นๆได้ก็สามารถใช้งานได้ในเวลานั้นนะครับ)