หน้าแรก How to เตรียมตัวเรื่องเงินยังไง หากโดนตัดพี่ตัดน้องตอนแก่

เตรียมตัวเรื่องเงินยังไง หากโดนตัดพี่ตัดน้องตอนแก่

1912
0

ผมเคยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตในครอบครัวนะ อย่างตัวผมเองเกิดในกรุงเทพและเกิดในครอบครัวเชื้อสายจีน สมัยก่อนจะเห็นว่ารุ่น อากง อาม่า ที่เป็นเด็กรุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาจะเน้นการมีครอบครัวใหญ่ๆ ลูก 6-7 คนอะไรงี้ และพี่น้องเขาก็จะไปมาหาสู่กันตลอด ในยามเจ็บยามแก่ก็จะมีคนมาช่วยดูแล สามารถฝากผีฝากไข้ได้

แต่พอมาถึงรุ่นพ่อแม่ (ยุควัยรุ่น 14 ตุลา) เขาจะมีลูกกันน้อยลง เช่น 2-3 คน และ พอมาถึงรุ่นเรา Gen X Gen Y ทั้งหลาย ก็ไม่ค่อยจะได้แต่งงานกันเท่าไหร่ ครองตัวเป็นโสดมากขึ้น (อารมณ์แบบก็อยากมีผัวนะ แต่หาผัวไม่ได้ก็ต้องทำใจ) ถ้าแต่งงานก็อาจจะไม่มีลูกหรือมีลูกแค่คนเดียว

แน่นอนว่าถ้าในตอนแก่เราอาจจะไม่ได้มีลูกหลานดูแล ก็พอจะมีพี่น้องเนี่ยล่ะที่เป็นห่วงเป็นใยได้ แต่ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตมันจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทะเลาะกันจนกลายเป็นการตัดพี่ตัดน้องตอนแก่หรือเปล่า? เห็นก็ตัดกันมาเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวเสมอก็คือการเตรียมตัวให้มีชีวิตอยู่ได้ในยามแก่

 

1. เตรียมเงินยามเกษียณ

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ Basic ที่เราจะต้องวางแผนก่อน เพราะแก่ตัวไปไม่มีใครดูแล เราก็ต้องดูแลตัวเอง วิธีที่เราสามารถคำนวณได้ง่ายๆก็คือลองดูว่า ในช่วงอายุเยอะๆเราน่าจะพบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? เช่น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายในเรื่องการท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายในเรื่องสุขภาพ

เราสามารถประเมินคร่าวๆจากการใช้เงินในปัจจุบัน บางที่ก็แนะนำว่าในช่วงอายุมากค่าใช้จ่ายเราอาจจะเหลือแค่ 70% เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามก็ลองคำนวณเงินเฟ้อเข้าไปด้วย

ตัวอย่างเพื่อการคำนวณง่ายๆ เช่น เราใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท ตอนแก่อาจจะใช้อยู่ที่ระหว่าง 21,000 – 30,000 บาทต่อเดือน ใช้จ่าย 20 ปีในยามเกษียณตกประมาณ 5-7 ล้านบาทในปัจจุบัน และหากเราเพิ่มเงินเฟ้อเข้าไปด้วยที่ 3% ต่อปี ซึ่งหากวันนี้เราอายุ 30 ปี ในอีก 30 ปีข้างหน้าเราอาจจะต้องเตรียมเงินไว้ 12 – 16 ล้านบาท ตามค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ตรงนี้เราก็สามารถเอาไปตั้งเป้าหมายทางการเงินได้นะ

หมายเหตุ : หากเป็นนักวางแผนการเงินคำนวณเขาจะมีวิธีการที่ละเอียดกว่านี้นะครับ

 

2. เตรียมเงินค่าทำศพ

อันนี้โครตสำคัญเลยและหลายคนลืมนึกถึง เวลาที่เราอยู่คนเดียวและตายไป มันต้องมีคนจัดการงานศพให้เราด้วย ตรงนี้เช็คค่าใช้จ่ายตามวัดได้เลยว่าเป็นอย่างไร เราควรเตรียมเงินตรงนี้ไว้ คำนวณไว้ว่าอย่างน้อยถ้าคนอื่นจัดให้ง่ายที่สุดต้องใช้เงินเท่าไหร่ ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจจะมี Package รวมๆไว้ เช่นในเรื่องดังนี้

  • ค่าสถานที่
  • ค่าอาหาร
  • ค่าพิธีการ
  • จำนวนวันที่จัด

เพราะหากเราตายไปแล้ว ไม่ได้เตรียมอะไรเอาไว้เลย พี่น้องหรือคนที่ดูแลเราก็ต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ และยิ่งถ้าเป็นคนที่เคยตัดพี่ตัดน้องไปแล้ว แต่เป็นคนเดียวที่จะจัดงานศพให้ต้องมานั่งออกค่าใช้จ่ายให้เนี่ย โอ้ยยย ตายไปแล้วก็ยังโดนด่าต่อนะเธออออ

พี่เลยมองว่าการตายของคนโสดอย่างเราๆต้องไม่ให้เป็นภาระใครในอนาคตด้วย

 

3. เตรียมมรดก (Optional)

บางคนมองว่าหากเราเป็นคนโสด ไม่ได้มีภาระอะไร ก็ใช้จ่ายเต็มที่ไปเลย ไม่ต้องเหลือให้ใคร แต่ในทางกลับกันเมื่อเราแก่ขึ้นเราอาจจะไม่ได้คิดแบบเดิมก็ได้ ยังรู้สึกว่าพี่น้องที่ทะเลาะกันอยู่ก็ยังคงเป็นญาติที่สำคัญ หากเราตายไปก่อนเขา สมบัติเราเอาไปไม่ได้ในโลกหน้าอยู่แล้วก็อาจจะจัดการมรดกยกให้พี่น้องก็ได้

และสิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คือการอโหสิกรรมให้แก่กัน คนตายเอาอะไรไปไม่ได้ แต่สมบัติที่มีก็ยังสามารถทำให้คนที่อยู่ต่อดำเนินชีวิตได้เช่นกัน การให้มันเป็นสิ่งที่ Positive ในชีวิตอยู่แล้ว

อย่าลืมในเรื่องการเขียนพินัยกรรมว่าจะยกสมบัติให้กับใครด้วยนะจ๊ะ

โดยสรุปแล้ว ในสมัยนี้เราก็พึ่งพาพี่น้องได้ล่ะ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องพึ่งตัวเองก่อน และอย่าลืมเตรียมพร้อมในเรื่องต่างๆเผื่อวันหนึ่งในวันที่เราไม่อยู่แล้วเราจะไม่สร้างภาระให้คนอื่นในอนาคตและมอบสิ่งต่างๆที่เรามีให้กับพี่น้องเราได้

สำหรับคนที่เป็นโสดอยู่คนเดียวและต้องการทำประกันสุขภาพต่างๆ พร้อมทุนประกันเอาไว้เป็นค่าทำศพ ไม่ต้องเดือดร้อนพี่น้อง สามารถโหลด Ask Pro เพื่อค้นหาตัวแทนประกันที่มีคุณภาพที่ร่วมงานกับ aomMONEY ได้นะครับ >> https://askpro.asia/

(ปัจจุบันให้บริการในระบบ Android และ ในพื้นที่กรุงเทพจ้า)