หน้าแรก Educate 2000 – 2019 ค่ารถเมล์ในลอนดอนขึ้นเยอะแค่ไหน?

2000 – 2019 ค่ารถเมล์ในลอนดอนขึ้นเยอะแค่ไหน?

1836
0

ในช่วงนี้เรื่องค่ารถเมล์ในกรุงเทพกำลังถูกพูดถึงกันเยอะเนื่องจากมีการเริ่มขึ้นค่าโดยสารกันแล้ว ซึ่งอาจจะกระทบค่าใช้จ่ายของหลายๆคนนะครับ ทีนี้ผมเองก็เลยอยากรู้ว่าในเมืองอื่นๆเขาขึ้นค่ารถเมล์กันยังไง ก็เลยเอาเมืองที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่แล้วกัน ก็จะมาสำรวจค่ารถเมล์ในลอนดอน ประเทศอังกฤษนะครับ

ในบทความนี้ผมจะนำเสนอเฉพาะ “ราคาค่ารถเมล์ เที่ยวเดียว” นะครับ ไม่รวมถึงการซื้อรายสัปดาห์ รายเดือน หรือส่วนลดต่างๆ

ถ้าเรามาดูค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าเดินทางเราจะต้องแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา นั่นคือช่วงที่มีการจ่ายเงินค่ารถเมล์เป็นเงินสดได้ และ ช่วงเวลาที่จะต้องจ่ายผ่านบัตรต่างๆ เพราะ ดังนี้นะครับ

  • การใช้เงินสดจ่าย : ปี 2000 – 2014
  • การจ่ายด้วยบัตร : ปี 2004 – 2019

ในกรุงเทพบ้านเราใช้บัตรกระต่าย Rabbit Card ส่วนที่ลอนดอนใช้บัตรหอยนางรมหรือ Oyster Card ถ้าเป็นฮ่องกงจะเป็น Octopus Card แหม… ยกขบวนกันมาเป็น Animal Planet เลย

ในช่วงที่ผมอยู่ในอังกฤษนั้น ผมมีทางเลือกทั้ง 2 ทางเลยว่าจะใช้บัตรจ่ายหรือใช้เงินสดจ่าย ตั้งแต่ปี 2014 ลอนดอนได้ยกเลิกการจ่ายค่ารถเมล์ด้วยเงินสดกับคนขับและที่นั่นไม่มีกระเป๋าตังมาฉีกตั๋วตระโกนว่า “ในเลยพี่ ในเลยยยย” (เป็น Cashless Society ที่แท้ทรู) เราต้องซื้อตั๋วมาก่อนผ่าน Oyster Card, Contactless Card

ตารางค่ารถเมล์ที่ผมหาข้อมูลมาหน้าตาเป็นแบบนี้นะครับ (กราฟนี้ผมทำเองใน Excel)

London Bus Fare by year

จากตารางจะเห็นได้ว่าในค่ารถเมล์เขาจะมีการปรับขึ้นเรื่อยๆ และการชำระด้วยเงินสดจะแพงกว่า การใช้บัตรต่างๆ อย่างเงินสดในปี 2000 เราจ่าย 1 ปอนด์ และผ่านมาถึงปี 2007 เราจ่าย 2 ปอนด์กันเลย แปลว่าในระยะเวลา 7 ปีเนี่ยค่ารถเมล์ขึ้นกัน 100% ได้

ส่วนการใช้บัตรจะถูกกว่า ในปี 2004 ที่เริ่มใช้บัตร ราคา 0.70 ปอนด์ และปรับขึ้นเป็น 1.40 ปอนด์ ในปี 2013 แปลว่าในกรณีของบัตรค่ารถเมล์จะเพิ่มขึ้น 100% ในระยะเวลา 9 ปี แต่เรื่องนี้ก็ต้องไปเปรียบเทียบกับรายได้ของคนที่นั่นว่าเป็นอย่างไรนะครับ  ตารางข้างร่างจะเป็นกราฟการขึ้นราคาครับ

London Bus Fare by year

แต่ข้อดีของระบบของเขาเนี่ยคือ เขาจะมีวิธีคิดเงินแปลกๆด้วย เช่น

  • ช่วงที่เราเดินทางต่อรถเยอะๆ เขาจะเรียกว่า Hopper Hours ก็คือใน 1 ชั่วโมงนั้นๆ เราจะนั่งรถต่อรถกี่รอบก็ได้ เขาก็จะคิดเงินแค่ 1.50 ปอนด์เท่านั้น
  • ถ้าเรานั่งรถเมล์เกิน 3 ครั้งต่อวัน เขาจะคิดเหมาะรวมให้เป็นคล้ายๆตั๋วรายวันเลยที่ราคา 4.50 ปอนด์

วิธีการแบบนี้มันจะใช้ได้เฉพาะการใช้บัตรเท่านั้นเพราะถ้าคุณจ่ายเงินสดไป แล้วไปขึ้นรถเมล์อีกคันหนึ่ง มันไม่มีการเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบนี้ได้ครับ

แน่นอนครับว่าตั๋วรายสัปดาห์และรายเดือนถูกกว่ารายเที่ยว ใช้บัตรเติมเงินนี้ล่ะซื้อได้ คล้ายๆ Rabbit เขาคิดเหมาะนะ รถเมล์นั่งราคาเหมา (แต่รถไฟนั่งเหมาตาม Zone) ส่วนบ้านเราเป็นรูปแบบจ่ายจำนวนเยอะเที่ยวได้ลดราคา คนละแบบ

ก็โดยสรุปว่า ทุกที่ในโลกล้วนขึ้นค่ารถเมล์ แต่เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นข้อดีของลอนดอนคือมันจะมีรูปแบบการคิดราคาที่ทำให้ค่าเดินทางถูกลงได้ด้วยระบบ Cashless นะครับ ก็คิดว่าบ้านเราคงต้องใช้เวลาอีกระยะนึงในการไปถึงตรงนั้น

อย่าลืมติดตามพี่ทางช่อง Youtube นะจ้า ถ้ามีเวลาจะทำเพิ่มเรื่อยๆน้า

ติดตามพี่ได้ที่ช่องทางอื่นๆได้จ้า

FB: bit.ly/2Sv8WBK
IG: bit.ly/2GmYTqV
Twitter: bit.ly/2GltrcE
Line@:  bit.ly/2t75cY0
Youtube: bit.ly/2BkGp7f

พื้นที่โฆษณา
สนใจบัตรเครดิต CitiBank สมัครได้ที่ bit.ly/2Gd3BZl

Source :

https://londonist.com/2011/11/london-transport-fares-2000-2012

https://www.toptiplondon.com/transport/tickets/bus-tickets/