หน้าแรก Review & PR News แอสเซท พลัส เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลกปี 2019

แอสเซท พลัส เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลกปี 2019

5222
0

วันนี้พี่มาร่วมงานของแอสเซท พลัส (ASSET PLUS) เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลก ปี 2019 ซึ่งทางผู้บริหารได้มีการแชร์ 10 มุมมองที่น่าสนใจในการลงทุนอีกด้วย

คุณรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ได้กล่าวว่าตลาดทุนมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก แต่พื้นฐานยังดีอยู่ ในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการลงทุน จากบทวิเคราะห์พบว่าหากเราลงทุนในช่วงจังหว่ะ Panic และลงทุนในระยะยาวก็จะทำกำไรได้ดี

ทางแอสเซท พลัสได้มีการแชร์ 10 ข้อมูลคาดการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2019 ได้แก่

1. Fed น่าจะมีการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจโดยรวมไปต่อได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณชะลอตัวในภาพรวม

2. ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า เนื่องจากมีการปรับตัวสูงไปแล้วในปี 2018 ประกอบกับ FED มีทิศทางชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ความน่าสนใจในสหรัฐน่าสนใจน้อยลง

3. ราคาน้ำมันยังผันผวนและมีทิศทางที่ไม่แน่นอน จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น รถพลังงานไฟฟ้ามาแทนน้ำมัน แต่คาดว่าราคาจะไม่ปรับตัวลงอย่างชัดเจนเนื่องจาก OPEC มีแผนจัดการเพื่อรักษาสมดุลราคา

4. ตลาดเกิดใหม่น่าสนใจอีกครั้งหลังจากที่ปรับตัวค่อนข้างมากจนใกล้เคียงจุดต่ำสุด พื้นฐานน่าสนใจ การลงทุนในสหรัฐและตลาดที่พัฒนาแล้วมีความน่าสนใจลดลง อีกทั้งตลาดเกิดใหม่มีผลกระทบจากราคาน้ำมันลดลง จึงน่าจะมีเงินไหลกลับ Emerging Market

5. การอัดฉีด QE จะลดลง เศรษฐกิจโลกก็จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของ Easy Money และธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะถอนเงินที่อัดฉีดที่เป็นสภาพคล่องที่เคยพยุงตราสารหนี้และตราสารทุนให้ปรับตัวขึ้นได้ จึงต้องระมัดระวังการลงทุน

6. ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว แต่ไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจชะลอตัวเสมอไปอย่างที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกิดสภาพคล่องส่วนเกินจาก QE ทำให้เกิดการกดดันผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว ปรากฎการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

7. จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่การผลิต สะท้อนได้จากการย้ายฐานการผลิตจากจีนมาอาเซียนที่ค่าแรงถูก ระยะแรกอาจจะย้ายการ Repackaging แต่ระยะกลางถึงยาวอาจจะย้ายฐานการผลิตให้เห็นโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆที่ได้รับผลกระทบ

8. ทีมการลงทุนยังอยู่ในกระแส Disrupt ที่น่าจับตาและเติบโตสูง เช่นกลุ่ม Cloud Service ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการจัดการ ซึ่งมีอัตราการเติบโตถึง 17% ต่อปี

9. เทคโนโลยีที่น่าสนใจในปีนี้คือ 5G ที่เร็วกว่าเดิม 1,000 เท่า ซึ่ง Samsung, Huawei กำลังมีแผนการเปิดตัว Smart Phone ที่รองรับ 5G ทำให้ปลดล็อกข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสอีกหลายมิติในการลงทุน

10. กระแสการลงทุนในหุ่นยนต์แม้จะชะลอตัวในปีที่ผ่านมา แต่มีหลายธุรกิจที่มีโอกาสถูก Disrupt เช่น การทำฟาร์ม ก่อสร้าง งานที่ไม่ต้องใช้ทักษะด้านแรงงานมาก ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนในเรื่องการลงทุนระยะยาว

โดยสรุปทิศทางการลงทุนในปีนี้ ในตลาดประเทศพัฒนาแล้วควรเลือกลงทุนหุ้นรายตัวในธีมที่น่าสนใจอย่าง กลุ่ม Disruptive โดยเน้นเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง

ในส่วนประเทศ Emerging Market เน้นลงทุนหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงค์จากปัจจัยต่างๆ เช่น อินเดีย ที่เศรษฐกิจมาจากการบริโภคภายในเป็นหลัก มีภูมิคุ้มกันผลกระทบจากสงครามการค้าและความไม่แน่นอน อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐ ส่งผลให้เงินรูปีกลับตัวดีขึ้น

อีกประเทศที่น่าสนใจคือจีนที่น่าจะเติบโตระยะยาวแม้จะยังชะลอตัวอยู่จากข้อตกลงการค้ากับสหรัฐที่ยังไม่ชัดเจน แต่จีนก็มีเครื่องมือด้านนโยบายอีกมากที่จะนำมาสนับสนุนการเติบโตในอนาคต ประกอบกับการปรับตัวลงในปีก่อนทำให้มูลค่าพื้นฐานต่ำมาก

ประเทศเวียดนามเป็นอีกประเทศที่จะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานผลิตเนื่องจากค่าแรงถูกและแรงงานมีความสามารถเมื่อเทียบกีบประเทศเพื่อนบ้าน การเกิดสงครามการค้าอาจจะทำให้เกิดการย้ายฐานจากจีนในอนาคตและเป็นปัจจัยที่ทำให้ขยายตัวได้

กองทุน Flagship 

  • ASP-ROBOT
  • ASP-DISRUPT
  • ASP-FLEXPLUS
  • ASP-VIET
  • ASP-SME
  • ASP-EVOCHINA
  • ASP-INDIA

กองทุนเปิดใหม่

  • ASP-AAA

หวังว่าข้อมูลจากทาง Asset Plus จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนกับทุกคนนะครับ ขอให้ร่ำรวยครับ