หน้าแรก How to DCA ต่อ หรือ ขายทิ้งรอจังหวะ ดีกว่ากัน?

DCA ต่อ หรือ ขายทิ้งรอจังหวะ ดีกว่ากัน?

5400
0

ในช่วงปลายปี 2561 จะเห็นได้ว่าหุ้นมีความผันผวนสูงมาก เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงเอาอะไรแน่นอนไม่ได้ แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่าง GDP ในครึ่งปีแรกที่เราดูแล้วค่อนข้างสดใส ปลายปีตัวเลขกลับไม่ดีเอาซะเลยจากผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐและนักท่องเที่ยวจีนก็มาเยือนไทยน้อยลงอีกด้วย

ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตรงนี้ทำให้นักออมหุ้นแบบ DCA นั้นเกิดการตั้งคำถามว่าจะเอายังไงกับชีวิตดีระหว่าง

  1. DCA ต่อไปอย่างไม่หวั่นไหวเพราะหุ้นที่เราเลือกมันพื้นฐานดี
  2. ขายทิ้งแม่งให้หมดพอร์ตเลยแล้วตลาดดูดีค่อยลงทุนใหม่

ถ้าถามผมนะ ผมว่าคำถามที่เกิดขึ้นในใจของแต่ละคนนั้นมันเกิดจากราคาหุ้นที่ทำให้บางคนมองว่ายังมีกำไรอยู่น่าจะขายก่อนมันลงจนไม่มีกำไร หรือ บางคนขาดทุนอยู่และคิดว่ามันอาจจะขาดทุนได้เพิ่มอีก ขายไปก่อนแล้วมารอรับที่หลังอาจจะทำให้ลดโอกาสการสูญเสีย (คำถามพวกนี้มีอยู่ในใจเราอยู่แล้วครับ)

ที่นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนกลับมามองในเรื่องของวิธีคิดในการลงทุนในแต่ละรูปแบบว่าคุณกำลังมองแบบไหน

 

รูปแบบที่ 1 เรากำลังสะสมทรัพย์สินที่ดีมีมูลค่าอยู่

ถ้าเรากำลังคิดแบบนี้ นั่นหมายความว่าเรามีหน้าที่หาเงินมาซื้อทรัพย์สินที่ดีก็พอแล้ว ส่วนราคามันจะขึ้นหรือจะลงก็ช่างแม่งเหอะ หากราคาลงอย่างต่อเนื่อง เราอาจจะเสียดายที่ไม่ได้ขายทำกำไรออกไปก่อน แต่สิ่งที่เราจะได้รับคือจำนวนทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นจากการทยอยสะสมโดยไม่ขาย และหากทรัพย์สินนั้นเป็นหุ้นที่มีเงินปันผลด้วย มันก็ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดให้เราได้เช่นกัน

เมื่อเราผ่านจุดที่เป็นขาลงของราคาได้ และราคาหุ้นกลายเป็นขาขึ้น เราจะรู้สึกกลับมาดีใจอีกครั้งที่เราสะสมหุ้นดีในช่วงที่ราคาถูก และหากผลการดำเนินงานดีกว่าเดิมก็ก็อาจจะทำให้เราได้ทั้งส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงขึ้น ที่สะสมๆมามันก็ทำให้เรารู้สึก Happy ได้

 

รูปแบบที่ 2 เรากำลังให้ความสำคัญกับราคาทรัพย์สิน

บางคนอาจจะมองว่าราคาของทรัพย์สินเป็นเรื่องที่สำคัญ คิดแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ เพราะท้ายสุดมันคือตัวเลขที่ตกลงกันว่าเราจะซื้อหรือขายกันจริงเท่าไหร่ ต่อให้เป็นหุ้นพื้นฐานดีโครตๆ มียอดขายและกำไรพุ่งน้ำแตกแค่ไหน แต่ถ้าราคาซื้อขายมันถูกตกลงกันในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนของเรา ยังไงเราก็ขาดทุนอยู่ดี ในทางตรงกันข้ามแม้ในช่วงขาขึ้นก็ตาม หากทรัพย์สินมันดีเยี่ยมแต่ราคาไม่ไปไหน เราก็ทำกำไรกับมันไม่ได้

ถ้าเรากำลังมองการลงทุนในรูปแบบนี้ เราอาจจะต้องให้ความสำคัญของราคาหุ้นด้วย หากดูแนวโน้มแล้วว่ามันน่าจะราคาลง ขายเอากำไรมาก่อนแล้วไปดูแนวโน้มอีกทีก็ได้ว่าช่วงไหนตลาดเริ่มจะดี ก็เอาเงินเข้าไปลงทุนอีกครั้ง (จะทยอยซื้อกลับหรือจับจังหวะราคาก็ได้) การลงทุนในรูปแบบนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หลายๆคนคิดว่ามันก็น่าจะช่วยในเรื่องลดความเสี่ยงและโอกาสได้

 

แล้ววิธีไหนดีกว่ากัน?

เอาจริงๆผมเองก็ตอบไม่ได้หว่ะ ว่าอะไรดีกว่ากัน มันอยู่ที่การนำไปใช้ของแต่ละคน หากเรา DCA ไปเรื่อยๆ แม้เราอาจจะไม่สามารถทำกำไรรายทางได้ก็จริง แต่เราก็ไม่พบความเสี่ยงและโอกาสที่จะขายหมู-ซื้อควายระหว่างทางเช่นกันเพราะไม่มีการขยับพอร์ตเปลี่ยนไปมาระหว่างเงินกับหุ้น (การขยับแต่ละครั้งมันมีโอกาสและความเสี่ยงเสมอ)

แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมมองการใช้ราคามากำหนดจังหวะในการซื้อขาย ถ้าใครมีความสามารถ วิธีการนี้มันก็อาจจะสร้างโอกาสและประสิทธิภาพในการลงทุนได้มากกว่าเดิมได้เหมือนกัน แต่ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะว่า เมื่อมีโอกาสก็มีความเสี่ยงตามมาได้ มีโอกาสกำไรมากกว่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิมก็ได้

มันก็เหมือนกับคำถามที่หลายๆคนรู้คำตอบแล้วว่า ใจะลงทุนแบบ DCA ซื้อเฉลี่ยไปเลย หรือจะรอจังหว่ะหุ้นตกเยอะๆแล้วซื้อทีเดียว ซึ่งผู้ชนะมันก็เป็นไปได้ทั้ง 2 แบบ DCA อาจจะได้ต้นทุนที่ดีกว่าก็ได้ถ้าราคาหุ้นในช่วงตกไม่ลงมาเยอะกว่าราคาเฉลี่ยที่เคยสะสมมา หรือ ถ้าหุ้นลงเยอะมากกว่าราคาเฉลี่ยที่สะสมมา การจับจังหวะก็ชนะได้

เมื่อมันไม่มีคำตอบ สิ่งที่เราควรทำคือ “หาวิธีที่เราเข้าใจมากที่สุด” ไม่ต้องเสียดายว่าหากเราทำอีกวิธีคงจะดีกว่าวิธีนี้ เพราะไม่มีใครรู้อนาคต ทุกอย่างมันเป็นความเสี่ยง แต่เราแค่มาเห็นผลลัพธ์จึงเสียดายเท่านั้นล่ะครับ ลองตัดสินใจกับคำตอบของตัวเองดีๆแล้วกันนะครับ

เป็นกำลังใจให้จ้า

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank