หน้าแรก Opinion & Mouth ทำไมบริษัทฝรั่งมีแนวโน้มจะจ่ายเงินดีกว่าบริษัทไทย

ทำไมบริษัทฝรั่งมีแนวโน้มจะจ่ายเงินดีกว่าบริษัทไทย

5939
0

อาจจะเคยมีคนสงสัยในประเด็นเดียวกับผมนะครับว่า ทำไมเราถึงเชื่อว่าบริษัทฝรั่งจ่ายเงินดีกว่าบริษัทไทย อารมณ์แบบว่าเรียนจบมาใหม่เขาถามว่าสมัครงานที่ไหนดี เราจะมีมุมมองในเรื่องเงินเดือนว่า ถ้าทำงานราชการเงินเดือนจะน้อย ทำงานเอกชนเงินเดือนจะเยอะกว่า และถ้าเป็นเอกชนของฝรั่งจะเยอะกว่าบริษัทไทย ซึ่งเดี๋ยวผมจะลองไล่เรียงอธิบายดูว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นนะครับ (ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้นะครับ แค่นำเสนอมุมมองเฉยๆ)

ถ้าเรามองภาพในอดีตย้อนกลับไปในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมจนมาถึงปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่ฝรั่งมีเหนือกว่าเรานั้นคือเรื่องของ ความเชียวชาญ เทคโนโลยี การเก็บข้อมูล การบริหารจัดการ ซึ่งในช่วงที่ฝรั่งเขาเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี สังคมไทยยังเป็นรูปแบบศักดินาอยู่ ไพร่ทำหน้าที่หลากหลาย ไม่ได้มีความเชียวชาญเฉพาะทาง คนที่มีความเชี่ยวชาญจะอยู่ในหมู่คนทำงานศิลปกรรมซึ่งอุปถัมป์โดยชนชั้นปกครอง สังคมยังทำเกษตรอยู่และมีการทำค้าขาย ซึ่งเราก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา

ผมว่าสิ่งที่ผมพอจะตอบได้คือ Key ในเรื่องการให้ความสำคัญในเรื่อง

  • ความต้องการในเชี่ยวชาญ
  • ฐานทุนที่ได้เปรียบ
  • เทคโนโลยีที่คนอื่นไม่ทัน

มาดูกันครับว่าเป็นยังไง

 

ความต้องการในผู้เชี่ยวชาญ

นักเศรษฐศาสตร์และนักวิชาการมองกันมาเป็นร้อยปีแล้วว่า หากมนุษย์ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างในชีวิต วันๆแค่ให้ตัวเองออกไปหาอาหารก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้วครับ มันจะไม่เกิดการพัฒนาอะไรเลย การพัฒนาความเจริญของชาวตะวันตกเริ่มมาจากการแบ่งหน้าที่การทำงานเป็นอาชีพๆ เมื่อเราเริ่มทำอะไรซ้ำๆเดิมๆมันจะทำให้เราสร้างผลผลิตได้มากขึ้น และเราจะรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน รู้ว่าจะต้องเพิ่มอะไร ทุ่นแรงด้วยอะไร มันก็จะเกิดแนวคิดสร้างสรรที่เราเรียกว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรม

นั่นหมายความว่าการเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิต ใช้เครื่องจักรที่มีคุณภาพกว่าคนที่ทำด้วยมือ ผลิตของได้มากขึ้น รู้ปัญหาและลดต้นทุนได้มากขึ้น ความเชี่ยวชาญนั้นสามารถส่งออกได้เป็นสินค้าและบริการ ซึ่งบรรดาฝรั่งเขาก็ส่งออกความเชี่ยวชาญตรงนี้ไปทั่วโลก ของที่ต้นทุนต่ำและดีกว่า ก็เป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยก่อน

จนถึงปัจจุบันเนี่ยเวลาฝรั่งออกสินค้าอะไรมาใหม่ๆ บางอย่างเราก็ยอมซื้อในราคาที่แพงเพราะเราผลิตเองไม่ได้ ถึงผลิตได้ก็ไม่รู้ว่าคุณภาพจะดีกว่าเขาหรือเปล่า ยอมซื้อมือถือเครื่องละ 30,000 บาท ถือว่าถูกกว่าการลงทุนสร้างขึ้นมาเอง แน่นอนว่านอกจากสินค้าและบริการแล้วการจ้างฝรั่งที่มีความเชี่ยวชาญมาทำงานจึงมีค่าตัวแพง

ที่นี้พอเข้าใจแล้วหรือยังว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงสยามจ้างฝรั่งมาทำงานเต็มไปหมด เนื่องจากเราไม่มีเทคโนโลยีอะไรที่สู้ฝรั่งได้ ผู้เชี่ยวชาญเราก็มีน้อย จะขยับไปพัฒนาอะไรทางไหนจึงยากมาก และต่อมาจึงมีการเลิกไพร่เลิกทาสเพื่อนำคนเข้าสู่ระบบอาชีพ เช่น อาชีพครู อาชีพตำรวจ ฯลฯ พร้อมทั้งปฏิรูประบบราชการใหม่เป็นกระทรวงต่างๆ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชี่ยวชาญของคนไทย

จนมาถึงในปัจจุบันเวลาที่เราสมัครงาน ถ้าเป็นบริษัทฝรั่งเขาจะมองถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญและเทียบว่าเงินที่เขาจ่ายนั้นคุ้มค่ากับการลงทุนของเขาไหม ถ้าเราเก่งจริงๆเขาก็ยอมจ่ายครับ วิธีการเดียวกันนี้บริษัทไทยขนาดใหญ่ก็เริ่มทำกันนะครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็นตำแหน่งพื้นฐานที่ไม่ได้ต้องการความเชี่ยวชาญมากนัก เขาก็ไม่ได้จ่ายนะ ข้อสังเกตง่ายๆเลยว่าตำแหน่งงานไหนจะจ่ายค่าตัวแพง ตำแหน่งงานนั้นต้องหาคนมาแทนได้ยาก

แต่ผมเองก็เคยเจอบางบริษัทที่อยากได้คนเก่งๆไปร่วมงาน แต่ไม่มีเงินให้ พยายามกดเงินให้ต่ำที่สุด บริษัทที่มองความเชี่ยวชาญเป็นต้นทุนรายจ่าย อาจจะได้เจอต้นทุนที่ถูกแต่ทำอะไรไม่ได้เลยก็ได้นะครับ ทุกอย่างมีต้นทุนน่ะผมมองแบบนี้

 

ฐานธุรกิจในตลาดโลก

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นข้อได้เปรียบของบริษัทฝรั่งนั้นก็คือหลายบริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยนั้นเป็นบริษัทระดับโลก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของฝรั่งอยู่แล้วที่กล้าออกไปทำธุรกิจในต่างแดน

พอมันเป็นธุรกิจระดับโลกเนี่ย มันก็มีเงินทุนมาก มียอดขายมาก มีกำไรมาก และฐานกำไรนั้นก็สามารถนำไปสร้างงบประมาณรายจ่ายต่อยอดในเรื่องต่างๆได้ แม้กระทั่งนำไปซื้อบรรดาหัวกะทิจากที่ต่างๆมาร่วมทำงานด้วย แต่เราจะก้าวไปถึงระดับไหนนั้นอีกเรื่องนะครับ

โดยส่วนใหญ่คนที่ Profile ดี ได้รับ Package ที่เงินเดือนเยอะ มักจะมีประสบการณ์สูงมาก มีแนวคิดที่ทันสมัย ถ้าสังเกตดูใครที่เรียนจบในต่างประเทศ มีประสบการณ์ในการทำงานบริษัทใหญ่ๆในต่างประเทศ เข้าใจภาพกว้างของการทำธุรกิจแต่ลงลึกในสิ่งที่ตัวเองเชียวชาญได้ มี connection กับคนที่ทำงานในด้านเดียวๆกัน แถมพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย คนกลุ่มนี้ก็เลยจะได้เปรียบนะครับ

ซึ่งพอเอาทุนและฐานตลาดมาเทียบกันแล้วบางทีบริษัทไทยอาจจะต้องคิดแล้วคิดอีกว่าถ้าจะจ้างคนเก่งๆที่มีค่าตัวราคาแพงได้ จะยอมจ่ายไหม แต่ก็ไม่แน่นะครับบริษัทใหญ่ๆในไทยที่มีรูปแบบการทำงานแบบฝรั่งก็พร้อมที่จะจ้างราคาแพงได้แล้วในสมัยนี้

 

เทคโนโลยีที่ต้องใช้ความเข้าใจ

เรื่องเทคโนโลยีก็เป็นความได้เปรียบของเขาอีกมุมหนึ่งนะครับ เทคโนโลยีมักจะเกิดขึ้นจากความเชี่ยวชาญและพัฒนาต่อยอดว่าจะเพิ่มมันยังไงจากปัญหาที่เกิดขึ้น สมัยก่อนเราใช้แรงงานผลิตสินค้า แต่พอนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรมาใช้ปุ๊ป แรงงานที่ใช้ในการผลิตจะถูกทดแทนทันที คนที่อยู่ได้คือคนที่ใช้เทคโนโลยีมาทดแทนเป็น

หากเทคโนโลยีสามารถสร้างประสิทธิภาพได้ดีแต่มีความซับซ้อนสูง คนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นก็จะมีค่าตัวแพงขึ้นด้วยครับ ถ้าเขาไม่อยู่แล้วหาคนมาทดแทนยาก ก็อาจจะเกิดการติดขัดได้ และกว่าจะเทรนคนใหม่ขึ้นมาได้ก็ไม่ง่ายเลย อย่างบางบริษัท น้องทำกราฟฟิคที่ตีโจทย์ลูกค้าได้งานปังๆเก่งลาออก หรือ โปรแกรมเมอร์ของ Core Business ลาออกนี่เป็นเรื่องเลย

นอกจากเทคโนโลยีที่อยู่ในการผลิต อาจจะเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อใส่เข้าไปในตัวสินค้าก็ได้ บริษัทฝรั่งเขาก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีอะไรพวกนี้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งพอเป็นนวัตกรรมใหม่ คนที่เข้าใจนั้นมีไม่มาก คนเหล่านี้ก็มีค่าตัวแพง ไม่งั้นบริษัทอื่นก็พร้อมจะชิงตัวไปได้เช่นกัน

 

บริษัทไทยเดี๋ยวนี้ก็จ่ายเงินเดือนไม่น้อยนะ

ในช่วงหลังผมว่าบริษัทไทยที่มีความทันสมัยในเรื่องของการบริหารจัดการก็มีมากขึ้นนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าเราก็เอาความรู้และวิธีการมาจากบริษัทฝรั่งและมองว่าความเชี่ยวชาญของคนเป็นทรัพย์สินขององค์กรที่ทำให้เจริญก้าวหน้า อีกทั้งบริษัทในไทยก็เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีและสร้างฐานทุนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ถ้าเราเก่งและมีความเชี่ยวชาญ สามารถสร้างประสิทธิภาพให้องค์กรได้ ผมว่าบริษัทไทยหลายๆแห่งก็อาจจะพร้อมลงทุนก็ได้นะครับ

เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราอยากได้เงินเดือนเยอะๆ มันต้องกลับมาตั้งเป้าหมายกันก่อนว่าเราชอบทำอะไร เราเก่งตรงไหน สิ่งนั้นมีความต้องการในตลาดหรือเปล่า และเราก็ Present ความเก่งให้เขาได้ฟัง ยิ่งเก่งในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ โอกาสที่ค่าตัวสูงก็เยอะกว่า โอกาสได้งานก็เยอะเช่นกันนะครับ

พื้นที่โฆษณา

สนใจบัตรเครดิตสมัครได้ที่ >>> CitiBank