หน้าแรก Opinion แนวคิดคนสมัยใหม่ วางแผนการเงินไม่รอลูกเลี้ยง

แนวคิดคนสมัยใหม่ วางแผนการเงินไม่รอลูกเลี้ยง

565
0

จริงๆแล้วในสังคมไทยจะให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลพ่อแม่ในวัยชราซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่อีกทางที่เราจะต้องเตรียมตัวนั่นก็คือการวางแผนการเงินในยามเกษียณเอาไว้ด้วยตัวเองอีกทาง ในบทความนี้เราจะคุยกันเรื่องของแนวคิดเรื่องการเงินและความสัมพันธ์ในครอบครัวในแบบดั่งเดิมและแบบสมัยใหม่กันนะครับ

 

แนวคิดแบบดั่งเดิม

ในสมัยก่อนนั้นเราอยู่ในสังคมเกษตรกรรม เน้นการทำไร่ทำนา มีการค้าขายกันเล็กๆน้อยๆบ้าง ซึ่งคนรุ่นก่อนหน้าเรานั้นจะนิยมมีลูกกันเยอะๆ เพราะเราไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากแต่ใช้แรงงานในการขับเคลื่อนกัน มีลูกเยอะๆก็จะมีคนมาช่วยทำมาหากิน ได้ผลผลิต และพ่อแม่ก็อยู่กับลูกหลานบนเรือนเดียวกันนั่นล่ะครับ ดูแลชีวิตกันไปเรื่อยๆจากรุ่นสู่รุ่น

ก็เลยเกิดเป็นความเชื่อ ค่านิยมต่างๆในแบบฉบับคนสมัยนั้น เช่น ลูกผู้ชายต้องแต่งงานมีลูกมีหลานสืบสกุล ลูกผู้ชายจะต้องรักษาบ้านไม่ให้ใครมายึดครอง เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าเราต้องดูแล ตลาดจนความเชื่อพื้นบ้านแบบพี่บ้านพี่เรือน วิญญาณบรรพบุรุษที่จะคอยดูแล เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เราเชื่อสืบต่อกันมานะครับ

แน่นอนว่าสังคมจะไม่ยอมรับแน่ๆถ้าเราทิ้งพ่อแม่ ไม่เหลียวแล อย่างที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ สังคมในรูปแบบเก่าจะเป็นสังคมที่ช่วยเหลือกัน ชีวิตเราต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ทำทุกหน้าที่ตั้งแต่ช่วยกันสร้างบ้าน ช่วยกันทำนา ช่วยกันทำอาหาร ช่วยกันดูแลพ่อแม่

 

แนวคิดที่เปลี่ยนไปเมื่อระบบทุนเข้ามา

ในยุคที่ทุนนิยมกำลังเข้ามามีบทบาทในสังคมและแรงงานอย่างเราๆกลายเป็นสิ่งที่ซื้อขายกันได้ตามระบบที่เรียกว่า “การจ่ายค่าจ้าง” โดยที่เราจะมีข้อตกลงกับนายจ้างในเรื่องของ สถานที่ ระยะเวลา ขอบเขต และข้อตกลงอื่นๆในการทำงานเพื่อแลกกับค่าจ้าง

ในระบบนี้หากเราทำงานได้ดี มีทักษะที่เพิ่มขึ้น สามารถสร้างประสิทธิภาพในการผลิตได้ ค่าจ้างก็จะมากขึ้นตาม ซึ่งต่างจากการทำเกษตรที่การผลิตจะต้องพึ่งฟ้าฝนและกำหนดอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าเรามีเงินค่าจ้างที่เยอะเราก็สามารถนำไปซื้ออาหารได้แม้มันจะมีราคาถูกแพงตามฤดูกาลก็ตาม

สังคมในยุคนี้ทุกคนจึงแบ่งกันทำหน้าที่กนทำ ซึ่งจะต่างจากสังคมเกษตรแล้ว เราให้เวลากับการทำงานก็ทำงานไปหาเงินไป เรื่องอื่นๆที่เข้ามารบกวนเวลาก็จ้างคนที่เชี่ยวชาญหรือซื้อจากผู้ผลิตที่ทำสิ่งที่เราอยากได้ได้ดีกว่า เพราะมันถูกกว่าเราลงมือทำเอง เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ จ้างคนมาตัดหญ้า จ้างคนซ่อมหลังคา

ในประเทศทางตะวันตกเขาเลยจะมีผู้เชี่ยวชาญในการดูแลคนแก่ พออายุมากก็มาอยู่ที่สถานคนชรา ซึ่งมันทำให้ลูกสามารถทำหน้าที่การงานของตัวเองได้ โดยไม่ต้องมานั่งห่วงว่าคนแก่ที่บ้านจะกินยังไง อยู่ยังไง ป่วยต้องนอนเฝ้าไหม

แนวคิดของฝรั่งเขาจะต่างกับเราอยู่เพราะเขาจะคิดแนวๆว่าเขาเกิดมาเพื่อดูแลลูกแต่ไม่ได้ให้ลูกดูแลเขา การพัฒนาวิธีคิดทางการเงินสำหรับวัยเกษียณจึงถูกพูดกันมานานก่อนเราอีก เพราะสังคมเขามาทางนี้ก่อนเรานานแล้ว

 

อนาคตของเรายังต้องพึ่งลูกไหม?

ตรงนี้ผมว่าอยู่ที่มุมมองแต่ละคนละครับ ผมว่ามันมีหลากหลาย อย่างบางคนมีลูก เราลงทุนเพื่อลูกเพื่อหวังว่าลูกจะกลับมาดูแลเราก็มีอยู่นะครับ หรือ บางคนมองว่าเรามีลูกและเรามีหน้าที่สร้างอนาคตให้ลูกกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าในการพัฒนาประเทศโดยให้เขาไปใช้ชีวิตตามแบบที่เขาเป็น

แต่อย่างผมนะเป็นคนใน Gen Y ต้นๆ ก็จะมีความผูกผันกัความคิดของคนในรุ่นเก่าๆและจะมีความคิดที่เป็นในรูปแบบใหม่ๆ ก็เลยจะเป็นแนวๆว่า

“เราก็อยากจะทำหน้าที่ลูกในการดูแลพ่อแม่ แต่ถ้าเรามีลูกก็อยากสร้างลูกให้มีพื้นฐานชีวิตที่ดีเพื่อให้ไปใช้ชีวิตของตัวเองได้โดยไม่ต้องเลี้ยงดูเรา”

อย่าไปตั้งคำถามว่าทำไมรุ่นพ่อรุ่นแม่หากเขาไม่ได้วางแผนเกษียณมาเพราะเขาอาจจะโตมาในช่วงเวลาที่สภาพสังคมในเวลานั้นแตกต่างกับยุคที่เราอยู่ แต่ในยุคของเรานั้นเรารู้แล้วว่ามันจะมีทิศทางยังไง เราก็ต้องวางแผนให้เหมาะสมครับ

ถ้าใครมีแนวคิดในรูปแบบที่ผมกำลังเป็นอยู่ เรากำลังอยู่ในช่วงที่ต้องวางแผน 3 รุ่นพร้อมๆกันเลยทีเดียวนั่นคือ

  • วางแผนให้พ่อแม่มีชีวิตในยามเกษียณที่ดี
  • วางแผนให้ตัวเองสามารถเกษียณได้
  • วางแผนให้ลูกมีการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด

ซึ่ง 3 แผนนี้ผมว่าเราจะต้องเตรียมตัวกันให้เร็วที่สุดนะครับ หากเราเกษียณแล้วมีเงินใช้จ่ายได้ดี เราก็ไม่จำเป็นต้องเอาทรัพยากรของลูกมาใช้ พูดง่ายๆคือลูกก็ไม่ต้องส่งเงินให้เรา ให้เขาเก็บออมเป็นทุนไปสร้างความมั่งคั่งของตัวเอง วางแผนแค่นี้เราก็จะช่วยลดภาระของลูกในอนาคตได้เยอะแล้วครับ ทั้งหมดก็ย้อนกลับมาสู่พื้นฐานเรื่องของการจัดการเงินของเรา รายได้ เงินออม ค่าใช้จ่าย

ส่วนรุ่นลูกเรานั้นจะกลับมาเลี้ยงดูเราไหม ตรงนี้ผมว่าก็อยู่ที่เขาแล้ว การเลี้ยงดูที่ผูกพันก็อาจจะทำให้เขากลับมาดูแลเรา แต่เราก็ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงสังคมในปัจจุบันด้วย อาจจะมาหรือไม่มาก็ได้ อาจจะมาในรูปแบบ LINE VDO Call ก็ได้ ก็ให้เป็นเรื่องของอนาคตนะครับ เราวางแผนตัวเองในวันนี้ให้ดี ถ้าเรามีการเงินที่มั่นคง ลูกก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรา เขาก็จะส่งต่อชีวิตแบบให้ไปสู่อีกรุ่นได้ดีด้วยเช่นกันครับ

วางแผนเกษียณ ลูกเลี้ยงดู วางแผนการเงิน