หน้าแรก Opinion คิดยังไงถ้างานประจำไม่ตอบความมั่นคงในสมัยนี้

คิดยังไงถ้างานประจำไม่ตอบความมั่นคงในสมัยนี้

687
0

ในระยะหลังนี้เราจะเห็นได้ว่ามีข่าวเกี่ยวกับบริษัทขนาดใหญ่เลิกจ้างพนักงานจำนวนมากหรือไม่ก็ปิดบริษัทกันไปเลย แบบว่าไม่ทำธุรกิจกันต่อแล้วจ้า เดิมทีงานประจำที่เราคิดว่ามั่นคงและฝากความหวังในเรื่องรายได้ได้ถึงอายุ 60 ปี กลับกลายเป็นความไม่มั่นคงและไม่รู้ว่าซักวันเราจะตกงานระหว่างทางหรือเปล่า? คิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้าง?

 

มุมมองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

คำพูดติดปากอันหนึ่งของคนไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณก็คือ “10 พ่อค้าไม่เท่า 1 พระยาเลี้ยง” ก็ทำให้เรามองว่าการอยู่กับใครที่มีความมั่นคงและพึ่งพาได้ก็ย่อมทำให้เราสบาย แม้ในสมัยก่อนอาจจะโดนเขี้ยนตีแต่ยังไงก็ไม่อดตาย ในสมัยที่สังคมพัฒนาก้าวหน้าขึ้นคนไทยนิยมรับราชการ แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนก็มาทำงานเอกชนกันเยอะขึ้น เงินเดือนได้เยอะกว่า องค์กรใหญ่ก็ดูมั่นคงดี แต่ต้องไม่ลืมว่าบริษัทเอกชนคือองค์กรแสวงหากำไร

โลกของทุนนิยมนั้นบอกให้เราได้รู้ว่า กำไรเกิดจากการหารายได้หักลบด้วยต้นทุนต่างๆ และตัวเราเองนั้นก็ถือว่าเป็นต้นทุนของบริษัท ถ้าเราเป็นคนที่ถูกจ้างมาและไม่สามารถทำให้บริษัทเจริญก้าวหน้าได้ ก็ย่อมมีความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้างได้

 

สิ่งที่นายจ้างต้องการจากเราคืออะไร?

ถ้าเราถามตัวเองในฐานะลูกจ้างว่าอยากทำงานในบริษัทแบบไหน ต้องมีคนตอบประมาณว่า ของานสบาย รายได้ดี ไม่ต้องอะไรมาก ซึ่งถ้ามองกลับกันในมุมมองของนายจ้างเขาจะดูว่าเงินที่เขาจ่ายให้เราไปนั้นเขาได้อะไรกลับมาและการไล่ออกอาจจะทำให้เขาประหยัดต้นทุนและหาคนใหม่เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานใหม่ได้หรือเปล่า

 

งานประจำมันไม่มั่นคงแล้วใช่ไหม?

ถ้าให้ผมตอบในมุมมองส่วนตัวมันอยู่ที่หลายๆปัจจัย ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ตัวบริษัทและตัวเราเอง ทุกอย่างมันมีผลกระทบกันได้หมด อีกทั้งประเทศไทยก็อยู่ท่ามกลางของคลื่นที่เปลี่ยนแปลงเร็วในเวทีโลกด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ระบบปิดเหมือนในอดีต รูปแบบของการตกงานมันมีทั้ง

  • บริษัทปิดตัวเพราะธุรกิจไปต่อไม่ได้
  • บริษัทไล่เราออกจากการลดต้นทุนต่างๆ

ยิ่งโลกเปลี่ยนมากเท่าไหร่ ความมั่นคงก็น้อยลงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามหากเราเป็นคนที่มีประสิทธิภาพในการทำงานก็ย่อมเป็นตัวเลือกท้ายๆที่เขาจะไล่เราออกอยู่แล้ว หรือ หากบริษัทจำเป็นต้องปิดกิจการจริงๆแต่เรามีทักษะหรือ Value ที่สามารถทำงานในบริษัทอื่นได้ ก็มีที่รองรับได้อยู่แล้ว หรือไม่ก็มาทำอาชีพอิสระเป็นนายของตัวเองได้ด้วยเช่นกัน

 

การเตรียมพร้อมด้านเวลาและการเงินก็ยังเป็นหัวใจหลัก

หากโลกเราหมุนเร็วมากและธุรกิจต่างๆมีโอกาสปรับเปลี่ยนตัวเองให้ลูกจ้างอย่างเราตกงานได้ง่ายๆและมองว่าสมัยนี้งานประจำมั่นไม่คงแล้ว กลับมาดูสิ่งที่มีค่าของเราและสร้างโอกาสพร้อมๆกับทางรอดได้นะครับ สำหรับผมมีดังนี้

  • เวลาที่มี ที่เราจะนำไปต่อยอดเรื่องต่างๆ เช่น การพัฒนาความรู้ ทักษะที่ทำให้เราเป็นคนที่ยังมีความต้องการในตลาด
  • การเงินที่ดี ที่เราจะช่วยสร้างปราการความอยู่รอดในชีวิตที่มีความเสี่ยงเรื่องรายได้ที่หายไปได้ อย่าก่อหน้าเกินตัวและมีเงินออมและลงทุนด้วยนะครับ

แม้วันนี้เราจะตกงานกันง่ายขึ้น แต่เชื่อผมไหมว่าธุรกิจก็จะยังเดินหน้าต่อไป เพียงแต่เป็นในรูปแบบที่เราต้องปรับตัว อยู่ที่เราแล้วล่ะว่าจะจัดการตัวเองกับความไม่มั่นคงของงานประจำในสมัยนี้ได้อย่างไร ถ้าเราทำได้ก็ไม่ต้องกลัวการตกงานนะครับ

สำหรับผมแล้วผมทำงานโดยมองว่าตัวเองมีโอกาสตกงานได้ทุกเวลาและเราต้องขยันในการสร้างคุณค่าให้คนอื่นเห็น จะได้มีโอกาสทางเลือกที่มากขึ้นในอนาคต หากเราไม่ได้พัฒนาตัวเองเลยแต่มาตกงานตอนอายุ 40-50 ปี อันนี้ปัญหาใหญ่เลยนะครับ เป้าหมายเกษียณบางทีอาจจะไปยังไม่ถึง กำลังอยู่ในวัยที่มีค่าใช้จ่ายเรื่องครอบครัวเยอะ แต่มาเจอภาวะที่ตกงานวัยกลางคนอีกด้วย การเตรียมความพร้อมจะทำให้เราหาวิธีอยู่รอดได้เสมอครับ สู้ๆนะครับ

เวปไซต์ที่จะช่วยคุณเพิ่มประสิทธิภาพชีวิต

  • Fiverr – หางานฟรีแลนซ์ หาฟรีแลนซ์ช่วยงาน
  • Udemy – เรียนรู้ Online กับคอร์สทั่วโลก
  • SE-ED – ร้านหนังสือ SE-ED

ปล. ตกงาน, เกษียณ, วางแผนการเงิน, พัฒนาชีวิต, งานประจำไม่มั่นคง