หน้าแรก How to ตกงานไม่ใช่แค่เกษียณ ถ้าเกิดตอนนี้จะทำยังไง?

ตกงานไม่ใช่แค่เกษียณ ถ้าเกิดตอนนี้จะทำยังไง?

1016
0

ในแง่ของการวางแผนการเงินเรามักจะให้ความสำคัญของชีวิตในวัยเกษียณหลังอายุ 60 แต่พอมานั่งๆคิดดูหากเราดันตกงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็อาจจะคล้ายการเกษียณไม่รู้ตัวก็ได้ แล้วจริงๆนั้นเราควรจะต้องเตรียมตัวเตรียมพร้อมอย่างไร ทั้งในแง่การเงิน และคุณภาพชีวิตของตัวเอง บทความนี้จะมาเปิดประเด็นกันครับ

ในวันที่ผมเขียนบทความนี้เป็นวันที่มีข่าวการปิดตัวลงของช่อง Money Channel ซึ่งก็มีพนักงานหลายคนที่ทราบแล้วว่าตัวเองจะต้องออกจากงาน บางคนอายุ 20-30 ที่ยังพอหาทางใหม่ๆให้กับตัวเองได้และแน่นอนว่าอาจจะมีคนอายุ 40-50 ที่โอกาสหางานใหม่ได้ยาก ธุรกิจวงการโทรทัศน์นี่ผมไม่แน่ใจเช่นกันว่าจะ Down Trend เรื่อยๆหรือเปล่า

 

การเงินจึงต้องวางแผนไว้ตลอดเวลา

โดยปกติแล้วการตกงานจะมีค่าชดเชยให้ซึ่งเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ทั้งตัวบริษัทและประกันสังคม แต่สิ่งที่จะหายไปนั่นคือสวัสดิการและรายได้ จนกว่าเราจะหางานใหม่ได้ สิ่งที่สำคัญที่เราควรจะเตรียมไว้เสมอคือ เงินสดให้เราสามารถอยู่รอดได้ในช่วงหางานใหม่ทำ เงินสดที่เราควรจะมีสำรองไว้อย่างน้อยควรมี 6 เท่าของค่าใช้จ่าย (ส่วนพรี่เตรียมไว้ 1-2 ปีเลย)

นอกจากนี้สิ่งที่เราต้องระวังด้วยก็คือในช่วงที่เราตกงาน สวัสดิการต่างๆก็จะไม่มี ป่วยเบิกกับที่ทำงานไม่ได้ การมีประกันสุขภาพที่เป็นของเราเองก็จะเข้ามามีความสำคัญและลดความเสี่ยงในเวลานี้อีกด้วย

สิ่งที่ปวดหัวที่สุดในช่วงเวลาตกงานคือ “ภาระที่มีอยู่” เนื่องจากเราเตรียมเงินไว้แม้จะมากถึง 6 เดือนขึ้นไปให้เราพอจะอยู่แบบไม่มีงานทำได้ แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าเวลาชีวิตมันลำบาก มันจะมีอะไรมาทับทมต่อตลอด ไม่มีงานไม่มีเงิน มีภาระเพิ่มอีก เราจะต้องควบคุมในเรื่องรายจ่ายให้ดี ไม่สร้างภาระเพิ่มในช่วงเวลานี้ และในช่วงที่ยังมีงานทำอยู่ พยายามรีบเคลียร์หนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิตให้ได้ไวที่สุด

 

รายได้หลายๆทางคือสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน

อย่าลืมว่าสมัยนี้ทุกหน้าที่การงานและสาขาอาชีพมีความเสี่ยง แม้บริษัทที่มั่นคงก็ยังล้มได้ ไล่เราออกได้ การมีรายได้หลายๆทางจึงจะช่วยมาแก้ปัญหาให้กับชีวิต ซึ่งรายได้หลักๆนั้นมาจาก Active Income และ Passive Income ตัวอย่างเช่น

Active Income

  • งานประจำมีเงินเดือน
  • งาน Freelance / Sideline
  • งานขายของในช่วงเวลาว่าง

Passive Income

  • รายได้จากทรัพย์สิน ค่าเช่า ดอกเบี้ย ปันผล
  • ค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ / ค่า Royalty
  • รายได้จาก Network Marketing / ขายตรง

หากเรายังนึกไม่ออกว่าเราควรจะมีรายได้หลายๆทางอย่างไร ให้เริ่มจากการทำงานประจำ นำเงินออมมาลงทุนในทรัพย์สินเพื่อต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มและหากมีงานอดิเรกอะไรลองหาทางเปลี่ยนให้เป็นเงินและอาชีพสำรอง

 

พัฒนาตัวเองเสมอๆให้ชีวิตทำอะไรหลายๆอย่างได้

เดี๋ยวนี้โลกเรานั้นหมุนเร็วมาก หากใครเดินช้า พอใจกับตำแหน่งงานที่เป็นอยู่และมองว่าจะอยู่เรื่อยๆไปจนเกษียณ นั่นคือความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะสมัยนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่เราได้เยอะ มีคนรุ่นใหม่ๆที่มีพลังการทำงานและแนวคิดที่ไปไกลกว่าตัวเราได้มาก

การพัฒนาตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานที่เราทำอยู่จะทำให้เรามีความมั่นคงในการทำงานมากขึ้นเพราะไม่มีใครแทนที่เราได้ในเรื่องของทักษะ รายได้ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆจากการที่คนที่รู้เฉพาะด้านมีจำนวนจำกัด การจะได้ตัวมาทำงานบริษัทก็ต้องแย่งกันด้วยเงิน เสนอเงินเยอะกว่า ไม่ก็ให้เงินเยอะขึ้นเพื่อไม่ให้ไปที่อื่น

การพัฒนาตัวเองทำได้จากการทำงานที่มากขึ้น รู้กว้างขึ้น เรียนรู้ชีวิตนอกห้องเรียนและงานที่เป็นอยู่ เช่น การอ่านหนังสือ การไปเข้าฟังสัมมนา การเรียนออนไลน์ การไปเที่ยวดูว่าต่างประเทศเขาทำอะไรกันบ้างแล้ว การไปช่วยทำงานประเภทอื่นๆที่ทำให้เราได้ประสบการณ์ต่อยอดงานเรามากขึ้น คนเก่งตกงานไม่นาน แม้อายุมากก็จะมีคนจ้างเป็นที่ปรึกษา

อย่าลืมเตรียมพร้อมกันนะครับ

เวปไซต์ที่จะช่วยคุณเพิ่มประสิทธิภาพชีวิต

  • Fiverr – หางานฟรีแลนซ์ หาฟรีแลนซ์ช่วยงาน
  • Udemy – เรียนรู้ Online กับคอร์สทั่วโลก
  • SE-ED – ร้านหนังสือ SE-ED

ปล. ตกงาน, เกษียณ, วางแผนการเงิน, พัฒนาชีวิต