หน้าแรก Opinion ต้นทุนการเดินทาง ของคนรายได้ 15,000 บาท

ต้นทุนการเดินทาง ของคนรายได้ 15,000 บาท

449
0

เมื่อวานลองใช้ชีวิตโดยใช้สมมติฐานว่า ถ้าเราไม่ได้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากแล้วต้องเดินทางด้วยรถเมลล์แดงจากกลางเมืองกลับบ้าน ชีวิตจะเป็นยังไงบ้าง

ค่ารถ 6.50

สยาม – ราชดำริ – ประตูน้ำ – ดินแดง – ประชาสงเคราะห์ – ห้วยขวาง

เริ่มตรงหน้า Siam Center รอรถเมล์ใช้เวลานาน อยู่ที่โชคชะตาว่าจะมากี่โมง แน่นอนว่าหากรอรถไฟฟ้าในยามปกติมันเร็วกว่าอยู่แล้ว

และพอขึ้นมาถ้าโชคดีได้นั่งก็ดีไป เพราะรถมันติดมาก และร้อนด้วย เอาแค่สยามไปราชดำริ ระยะทางสั้นๆเมื่อวานนี้ก็เกินครึ่งชั่วโมงแล้ว และตรงราชดำริไปประตูน้ำก็อีก 10-20 นาที

กว่าจะหลุดไปในจุดที่เป็นกลางเมืองได้ก็อย่างน้อย 30-45 นาทีแล้ว ผมเข้าใจว่าถ้ารถติดมากๆอาจจะเป็นชั่วโมงได้ ไปถึงปลายทางที่ห้วยขวางก็ เป็นชั่วโมง

ถ้าเทียบกับ BTS ไปต่อ MRT มันอาจจะดูอ้อมกว่า แต่จะเร็วกว่า ส่วนค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมาอีก เช่น ตั๋วเหมา BTS 27 บาท กับ MRT สุขุมวิท-ห้วยขวาง 23 บาท รวม 50 บาทต่อเที่ยว



สมมติว่าเราไปทำงานในเมือง 22 วันต่อเดือน รายได้ 15,000 บาท

ใช้รถเมล์ นั่งไปกลับ 6.50 จากจุดที่ผมลองนั่ง วันละ 13 บาท รวม 286 บาทต่อเดือน (1.9% ของรายได้)

หากใคคขึ้นรถเมล์แอร์จะเพิ่มขึ้นมานิดนึง เช่น 15 บาท ไปกลับ 30 รวม 660 บาทต่อเดือน (4.4% ของรายได้)

แต่พอใช้รถไฟฟ้า นั่งไปกลับ 50 บาท ตกวันละ 100 บาท รวม 2,200 ต่อเดือน (14.6% ของรายได้)

แน่นอนว่าบางคนอาจจะนั่งรถเมล์บางวัน นั่งรถไฟฟ้าบางวันสลับไปเพื่อความสบายขึ้นบางวัน แต่เมื่อเราจ่ายแยกเที่ยว ราคาอาจจะแพงกว่าเหมาจ่ายได้ ยิ่งไกลยิ่งแพง

นอกจากนี้ บางคนอาจจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้เช่น การนั่งวินมอเตอร์ไซต์เข้าซอย อย่างน้อยก็ 10 บาทล่ะ แล้วแต่ย่านอีก เดินเข้าบางบางทีดึกๆอันตราย ทั้งโจร คนทำร้าย หมากัด การนั่งวินก็เป็นเรื่องจำเป็น

โดยส่วนตัวผมมองว่าการนั่งรถเมล์ โดยเฉพาะรถเมล์ไม่มีแอร์ แม้มันราคาถูกกว่าก็จริง แต่มันมีต้นทุนอื่นๆแฝงมาที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น เรื่องของเวลา เรื่องสุขภาพที่มาจากมิลพิษบนท้องถนน ซึ่งตรงนี้ตีเป็นตัวเงินไม่ได้อยู่แล้ว

คนบนรถเมล์ก็มีหลากหลายอาชีพ บางคนใส่ชุดพนักงานบริการของห้าง ชุดพนักงานร้านอาหาร บางคนเป็นพนักงานชาวต่างชาติ (เห็นพูดภาษาพม่าคุยกัน) คนทำงานออฟฟิศก็มี ยืนหลับบ้าง นั่งหลับบ้าง

ผมว่าทุกคนมีความฝันที่อยากจะมีชีวิตดีๆนะ อยากมีทางเลือกในการใช้ชีวิตตามแบบที่เรากำหนดได้ ทุกคนมีที่บ้าน มีพ่อแม่ มีลูกให้กลับบ้านไปหา ที่นี่เป็นบ้านของคนหลายล้านชีวิต

ในเมื่อเราควบคุมความเป็นไปของเมืองที่เราอยู่นี้ไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่เราพอจะช่วยกันได้นั้นก็คงเป็นการให้โอกาสกัน ใช้ความเห็นอกเห็นใจกัน ดูแลปกป้องคนในสังคมด้วยกัน อย่างน้อยมันก็จะเกิดสิ่งดีๆได้เยอะ