หน้าแรก Review แชร์ประสบการณ์หาประกันชีวิตแบบมีบำนาญ กรุงเทพประกันชีวิต vs โตเกียวมารีน

แชร์ประสบการณ์หาประกันชีวิตแบบมีบำนาญ กรุงเทพประกันชีวิต vs โตเกียวมารีน

2762
0

ช่วงนี้เขียนเรื่องการสร้างบำนาญด้วยประกันค่อนข้างบ่อย อย่าพึ่งเบื่อละกัน อย่างที่เล่าให้ฟังในบทความก่อนหน้า พรี่เองมองการสร้างบำนาญให้กับตัวเองเป็น 2 ส่วน

Step 1 : สร้างบนแนวคิดพื้นฐาน เงินเกษียณเสี่ยงไม่ได้ โดยเลือกออมกับทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำ เงินสด ประกันบำนาญ และถ้าจะเสี่ยงกว่านั้นก็คือกองทุนรวมตลาดเงิน

Step 2 : สร้างบนแนวคิด เงินเกษียณสร้างให้รวย ส่วนนี้จะเป็นส่วนเพิ่มที่สร้างความมั่งคั่ง รวยๆ เปย์เด็ก ซื้อห้องเชือด อะไรก็ว่าไป อันนี้พรี่จะใช้การลงทุนมาเป็นเครื่องมือและทยอยซื้อแบบ DCA

ที่นี้คำถามคือ “ประกันบำนาญตัวไหนดีล่ะ?”

พรี่ก็ไปดูแบบประกันตัวแม่ที่เขาพูดถึงในวงการกันนะ โดยเป้าหมายของพรี่คือ แก่ไปต้องมีเงินใช้แบบแน่ๆ เอาแบบว่าอย่างน้อยมีข้าวกินวะ ไม่ต้องหรูก็ได้ โสดอะจ๊ะ (คงคล้ายๆกับเพื่อนๆที่ไม่มีผัวทุกท่านในที่นี้ ที่ต้องเตรียมตัว)

ประกันที่จ่ายบำนาญตัวแม่ๆที่เขาพูดถึงกันมี 2 บริษัทนะครับ คือ กรุงเทพประกันชีวิตและโตเกียวมารีน โดยเงื่อนไขของชีวิตพรี่มีดังนี้

  • พรี่เป็นผู้ชาย (ตามเพศกำเนิด)
  • อายุ 36 ปี
  • ออมปีละ 100,000 บาทจนถึงอายุ 59
  • ยังไม่รู้จะอยู่ถึง 80 หรือ 90

พี่ก็เลยไปคุยดูว่าเขาจะแนะนำตัวไหนให้พรี่บ้าง

กรุงเทพประกันชีวิต : รีไทร์ สมาร์เฟิสต์ 620/60

อันนี้เป็นตัวแรกที่พรี่ดูจากการไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่สาขาของธนาคารกรุงเทพ เขาวางตัวเลขออกมาให้เลย จากตารางฝั่งซ้ายพรี่จะต้องจ่ายจนถึงอายุ 59 และในช่วงแรกจะคุ้มครองชีวิตแบบเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

ตารางด้านขวาจะเห็นได้ว่า พอพรี่อายุ 60 เขาจะจ่ายบำนาญให้ปีละ 219,780 บาท (ตกเดือนละ 18,315 บาท) จ่ายไปเรื่อยๆจนถึงอายุ 90 ตอนนั้นคงตายไปแล้ว

แต่จะเห็นได้ว่าแต่ละปีที่ได้บำนาญ ความคุ้มครองชีวิตจะลดลงไปเรื่อยจนถึงอายุ 70 กลายเป็น 0 ถ้ายังอยู่ก็ยังได้บำนาญไปเรื่อยๆ มันก็ดูเหมาะกับคนโสดแบบแท้ๆ ไม่ต้องสนหีสนแตดว่าตายไปจะยกอะไรให้ใคร จบเป็นจบ เงินก็เยอะด้วย

 

โตเกียวมารีน : สมาร์ทแพลนนิ่ง 800

ต่อมาพรี่ไปคุยกับทาง Tokio Marine กับตัวแทนขาย ตัวนี้ก็เป็นตัวที่เขาแนะนำเพื่อสร้างบำนาญเหมือนกัน พรี่จ่ายไปถึงอายุ 59 พออายุ 60 เขาจะจ่ายเงินให้เราปีละ 123,967 บาท (ตกเดือนละ 10,330) ซึ่งก็พออยู่ได้นะ

แต่มีข้อแตกต่างอยู่คือ

มันมีความคุ้มครองให้อีกทบไปเรื่อยๆ และช่วงรับเงินเกษียณ ความคุ้มครองยังคงอยู่ (แถวสุดท้าย) โดยช่วงที่รับบำนาญไปเรื่อยๆจะอยู่ที่ 2.4 ล้าน และปีหลังๆถึง 3 ล้าน

อีกจุดหนึ่งคือถ้า 90 แล้วยังไม่ตาย เขาจะมีเงินก้อน (เหมือนได้บำเหน็ดเลย) เป็น 3,016,528 บาท พูดง่ายๆก็คือ มีบำนาญ ตายก่อนก็ได้เงิน ไม่ตายก็ได้เงินก้อน

แบบนี้ก็เหมาะกับคนที่ยังไม่มีผัว แต่คาดว่าอนาคตอาจจะมีผัวหรืออาจจะมีลูกก็ได้ ตายไปมีคนรับเงินแทนเอาไปใช้ต่อได้ ฮ่าๆ

บำนาญตัวเลขจะได้ไม่เยอะเท่ากับของ กรุงเทพประกันชีวิตในช่วงอายุ 60-89 แต่มีความคุ้มครองให้ และตอนจบให้มาอีก 3 ล้าน

 

โตเกียวมารีน : เพนชั่น พรีเมี่ยม ช้อยส์

พอดีอยู่ๆพรี่ก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้ากูอยู่ไม่ถึง 90 ละวะ? มันก็มีของโตเกียวมารีนที่จ่ายถึง 80 ก็มี พี่เลยแบบ เออ ตัวนี้น่าสนใจจัง พรี่ก็แค่จ่าย 100,000 บาทไปจนถึงอายุ 59 คุ้มครองถึง 80 ตอนนั้นก็ไม่รู้จะแก่แค่ไหนแล้วววว

ตัวนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ การจ่ายบำนาญจะปรับเงินให้เรามากขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี

  • ปีแรกได้ 147,541 บาท
  • ปีที่ 2 ได้ 151,639 บาท
  • ปีที่ 3 ได้ 155,738 บาท

ก็เออ เป็นการได้บำนาญที่น่าสนใจไปอีกแบบและมีความคุ้มครองให้ด้วยไปสิ้นสุดที่ 2.4 ล้านบาท ในปีสุดท้ายจะได้เงินก้อน 819,672 บาท

ประกันนี้ก็จะต่างกับก่อนหน้าในเรื่องของผลประโยชน์ของรูปแบบ มันปรับขึ้นไปเรื่อยๆ พออายุ 80 ได้เงินก้อนแต่ไม่มากเท่าที่คุ้มครองถึง 90

หลักการคล้ายๆกันคือ ทำเผื่อไว้มีผัวที่หลังได้ ตายก่อนผัวก็ได้รับเงินจากความคุ้มครองไป ถ้าเรามีชีวิตไปเรื่อยๆ ก็ได้รับบำนาญด้วย

ก็เป็นตัวอย่างประกันบำนาญตัวแม่ๆที่เขาพูดถึงและเจ้าหน้าที่แนะนำเอามาให้ดู พรี่ก็เลือกๆดูนะ คือแบบประกันมันไม่เหมือนกันหรอก สำหรับพรี่มองแล้วว่า ความสำคัญของการทำประกันมันอยู่ที่ความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เราด้วยอ่ะ

ประกันมันจ่ายบำนาญเหมือนกัน แต่เป็นคนละรูปแบบกัน ก็อยู่ที่เราเลือกเนอะ จริงๆมีอีกตัวหนึ่งที่ทราบมาที่หลังของกรุงเทพประกันชีวิตก็มีในรูปแบบคล้ายๆโตเกียวมารีเช่นกัน แต่พรี่ไม่ได้ข้อมูลนี้ที่สาขาเพราะต้องไปซื้อกับตัวแทน

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้เรียนรู้สำหรับการไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำประกันบำนาญคือ

บางคนต้องการเงินบำนาญเป็นหลักเพราะเขามีสถานะในชีวิตในรูปแบบหนึ่ง บางคนแบบเอาชัวร์ว่าฉันจะอยู่ยาว

บางคนต้องการความคุ้มครองยาวๆด้วยและได้บำนาญด้วยเพราะเขาก็อาจจะมองตัวเองในอีกแบบหนึ่ง

ประกันมันมีรูปแบบที่แตกต่างกันให้เราเลือกอยู่แล้ว ก็ลองดูตามวัตถุประสงค์ของชีวิตเราได้เลยจ้า พรี่ก็แบ่งเงินมาลงพอร์ตประกันเพื่อความมั่นคงของตัวเองนะ ส่วนความมั่งคั่งก็ลงหุ้นและกองทุนรวมไป คิดว่าตัวเองน่าจะปิดความเสี่ยงของชีวิตได้

บทความนี้ไม่ได้บอกนะว่า ตัวไหนดีกว่าตัวไหน อยู่ที่รูปแบบไหนที่เหมาะกับเรานะครัช

อีกเรื่องที่เราต้องเช็คคือ ประกันที่เราซื้อนั้น แม้จะเป็นลักษณะที่จ่ายเป็นบำนาญ แต่การนำไปใช้เพื่อการลดหย่อนภาษีอาจจะแตกต่างกันก็ได้นะครับ ควรถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่าสามารถลดหย่อนภาษีได้ในส่วนไหน จะได้ไม่เสียสิทธิครับ

แต่มีปัญหาอยู่อย่างนึงคือ “ใครจะมาเป็นคู่ชีวิตรับผลประโยชน์จ้าาาาา?”

บทความนี้ไม่ได้เป็น Advertorial (เขียนฟรี)