หน้าแรก Educate แชร์มุมมองการสร้างบำนาญ หุ้น กองทุน ประกัน

แชร์มุมมองการสร้างบำนาญ หุ้น กองทุน ประกัน

4430
0

บทความนี้พรี่จะมาแชร์มุมมองและประสบการณ์สร้างบำนาญของตัวเองให้ฟัง หลายๆคนก็คงเคยอ่านแนวคิดของพรี่มาก่อนบ้างแล้วว่า คนเรามีเวลาในการทำงานเพื่อสร้างเงินออมอย่างจำกัดด้วยระยะเวลาการทำงานที่มีวันเกษียณ (เช่น ตอนอายุ 60 ปี) หรือ อาจจะมีเหตุการณ์ให้เราทำงานไม่ได้ ก็ต้องเลิกทำงานด้วยความจำเป็น (เช่น พรุ่งนี้พรี่โดนรถชน ร่างพังตลอดชีวิต)

แต่โดยปกติแล้วเวลาที่พรี่ไปบรรยายที่ไหน พรี่ก็มักจะตั้งคำถามว่า หากเราต้องมีชีวิตอยู่ตั้งแต่อายุ 60-80 ปี เราจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ เราจะหาเงินจากไหน และทำยังไงให้มันพอ ซึ่งเครื่องมือที่พรี่ใช้ในการวางแผนของตัวเองมีดังนี้

  • หุ้น – กองทุนรวม
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ

การลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม

ถ้ากลับมามองตัวเอง พรี่เป็นคนที่มาจากสายการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม Mindset ดั่งเดิมที่พรี่วางเอาไว้คือ การเปลี่ยนเงินออมในแต่ละเดือนไปเป็นเงินลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเดิม อย่างเงินออมที่ฝากธนาคารไว้ มันอยู่ 0.5% – 1.5% เท่านั้น แต่ถ้าเป็นหุ้นจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่านี้ ส่วนกองทุนรวมเองก็ขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนด้วย

ทั้งหมดนี้ล่ะยังไงเราก็ต้องจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเราและความเสี่ยงที่รับได้ ซึ่งที่ผ่านมาพรี่ใช้การทยอยซื้อแบบ DCA  ถ้าถามว่าพรี่ได้เป้าหมายเรื่องเงินในยามเกษียณแล้วหรือยัง ส่วนตัวก็มองว่ามันถึงเป้าหมายแล้ว และพรี่มีเวลาอีก 20-30 ปีในการหาเงินต่อ จริงๆแล้วชีวิตก็เหมือนจะดีนะ แต่ต้องอย่าลืมว่า

“การลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยง ยังไงก็มีโอกาสพังได้”

ถึงแม้ว่าการลงทุนระยะยาวที่ตามสถิติแล้วมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้ แต่ท้ายสุดทรัพย์สินเสี่ยงก็คือทรัพย์สินที่มีโอกาสขาดทุนทั้งในแง่ของราคาและพื้นฐานได้อยู่ดี แล้วถ้าความซวยบังเกิดคือ ในวันที่จะใช้เงินนั้น หุ้นที่เราลงทุนอยู่ดันเจ๊งไปไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม อันนี้จะส่งผลกระทบให้กับเรามาก

นั่นก็หมายความว่า เราจะไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า ผลตอบแทนในท้ายสุดจะเป็นเท่าไหร่ เรารู้แค่ว่ามันมีโอกาสได้เยอะกว่าการออมและมีโอกาสขาดทุนได้ด้วย

การซื้อประกันเพื่อสร้างบำนาญ

หลายคนอาจจะมองว่าประกันนั้นได้ผลตอบแทนน้อย เอาเงินไปลงทุนดีกว่า ตรงนี้ผมเห็นด้วยแค่ในแง่ผลตอบแทน แต่ในแง่ความมั่นคงพรี่ก็คงบอกได้ว่า ประกันนั้นมีความชัวร์ในแง่ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนอยู่แล้ว เพราะมันบอกมาเป็นแผนเลยว่า เราลงทุนปีละเท่าไหร่ หลังเกษียณเขาจะจ่ายให้เราปีละเท่าไหร่

จริงๆก็มีประกันหลายรูปแบบที่ผมมองอยู่ อย่างที่ยอกฮิตอย่าง ประกันควบการลงทุนนั้น ก็เป็นประกันที่สามารถสร้างผลตอบแทนพร้อมๆไปกับการคุ้มครองชีวิตด้วยทุนประกัน แต่สำหรับผมเองมองว่าถ้าเราจะเอาความชัวร์เนี่ย มันจะได้ความชัวร์ในแง่การคุ้มครองชีวิตอยู่แล้ว แต่ในส่วนที่ควบการลงทุนที่เราจะถอนมาใช้ในช่วงเกษียณ ก็ต้องรับความเสี่ยงของราคากองทุนรวมที่ขึ้นลงอยู่ดี

ถ้าเราไม่ต้องการรับความเสี่ยง ประกันบำนาญน่าจะตอบโจทย์กว่า ผลตอบแทนน้อยแต่ชัวร์ ถ้าต้องการให้มีเงินหลังเกษียณมากขึ้น ก็เพิ่มเงินต่อปีเข้าไปก็ได้ ผมมองว่าประกันตรงนี้มันเป็นฐานตั้งต้นให้เราได้ แล้วเราจะเพิ่มให้รวยด้วย การลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นก็โอเคนะ

ประกันบำนาญที่ผมดูมามันก็แล้วแต่แผนนะ

  • บางตัวเน้นเงินบำนาญอย่างเดียว
  • บางตัวมีความทั้งบำนาญและความคุ้มครอง
  • บางตัวจ่ายบำนาญ Fixed รายปี
  • บางตัวจ่ายบำนาญ แบบปรับตามเงินเฟ้อ

แผนที่ผมทำ

ก็ขอแชร์วิธีคิดของผมจากประสบการณ์และวัยที่กำลังต้องคิดมากในเรื่องนี้ Step ที่ผมว่ามันสำคัญมีดังนี้ครับ

Step 1 มีเงินสดและประกันบำนาญตั้งเป็นฐาน

เราลองคำนวณดูว่า ได้เงินเท่าไหร่จะอยู่รอดได้ ตัวอย่างเช่น เดือนละ 10,000 บาท (รวมเงินเฟ้อไปแล้ว) อันนี้คือเงินขั้นต่ำที่ “เสี่ยงไม่ได้” ก็ลองไปดูว่าแผนประกันในลักษณะไหนที่จะตอบโจทย์เรา

Step 2 เพิ่มความมั่งคั่งด้วยเงินลงทุน

อันนี้จะเป็นส่วนที่เพิ่มมาจากส่วนแรก ให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมี Lifestyle ได้ ซึ่งเราเองก็สามารถหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงที่มากขึ้นได้ ท้ายสุดเงินตรงนี้จะเสี่ยงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการจัดพอร์ตของเรา แต่อย่างน้อยเราป้องกันกันด้วย Step 1 เอาไว้แล้ว ขาดทุนให้ตายห่าในการลงทุนก็ยังมีเงินบำนาญจากประกันอยู่ละวะ ถือหลายๆรูปแบบ ปลอดภัยดี

อันนี้ก็เป็นมุมมองและการแชร์ idea เบื้องต้นของผมนะครับ คิดว่าน่าจะได้วิธีคิดมุมมองไม่มากก็น้อย ก็ขอให้ทุกคนได้รับประโยชน์ไปใช้ในการออมและการลงทุนนะครับ