หน้าแรก How to How to : เปย์ผู้แบบผู้ฉลาด ไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต

How to : เปย์ผู้แบบผู้ฉลาด ไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต

1868
0

อกอีแป้นจะแตกตายเมื่อมีรุ่นน้องมาปรึกษาชีวิต ปัญหาการเงิน และปัญหาหัวใจ เนื่องจากชอบผู้ชายรุ่นน้องคนนึงมากและพยายามทำให้ผู้ชายสนใจด้วยการชวนไปไหนมาไหน โดยนางอาสาที่จะเปย์ ฟอ เอเวอรี่ติง จิงกาเบล ให้การนัดหมายในแต่ละครั้ง

แล้วท้ายสุดก็นางก็ใช้บัตรเครดิตรูดทุกสิ่งจนเป็นหนี้ชิบหายวายวอด จนต้องมาถามพรี่ว่าแก้ไขเรื่องหนี้ยังไง เรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นตุ๊ดเกย์ ชะนี หรือผู้ชายแท้ๆที่ชอบผู้ชายแท้ๆได้เหมือนกัน

ถ้าเราทุ่มสุดตัวจนเกินความพอดี การเป็นหนี้มันก็เกิดขึ้นได้ แล้วก็จะเจอเพื่อนแซวว่า

รวยยยยย

รวยค่าาาา

รวยค่านนนน (ห้ามผวน)

สำหรับพรี่ยังยืนยันนะ การเปย์ให้ผู้ชายไม่ใช่เรื่องที่ผิด มันคือความสุขของเราที่อยากจะให้อะไรกับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ หรือการกระชับความสัมพันธ์ให้มากขึ้น เปย์ได้ หยุดเปย์ได้ แต่อย่างที่บอก การเปย์ต้องทำอย่างมีสติไม่ใช่เป็นหนี้บัตรเครดิตจนตัวเองผ่อนไม่ไหว จนตัวเองเดือดร้อน

แนวคิดที่อยากจะมอบให้ในเรื่องการเงินในวันนี้คือ เงิน 2 ด้านในการเปย์ผู้

สังเกตไหมถ้าเราเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วเราจ่ายเขาไม่ตรงเวลา สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ “หนี้และดอกเบี้ย” นั่นก็เพราะเรานำเงินจากคนอื่นมาใช้จ่ายและดอกเบี้ยบัตรเครดิตนะแพงมาก 20% ต่อปี บัตรกดเงินสดยิ่งแพงเข้าไปอีก

คิดง่ายๆนะเวลาที่เราเปย์ผู้ชายไป 10,000 บาท แล้วเราไม่มีเงินจ่ายคืน บัตรเครดิตมันจะไปค่าอัลกอลิทึมของมันมา บวกลบ คูณหาร อยู่ๆมันมาบอกเธอว่า “ที่รัก ชำระด้วยค่ะ 12,000 บาท” แอร้ยยย อี 2,000 มาจากไหนไม่รู้ แต่มันเยอะมาก

ลองคิดในมุมกลับกัน ถ้าเรายืมเงินคนอื่นเราต้องจ่ายดอกเบี้ย แล้วถ้าเราให้คนอื่นยืมเงิน คนอื่นก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้เราป่ะวะ? หรือเราเอาเงินไปลงทุน มันจะสร้างความมั่งคั่งให้เราได้เช่นกัน

นี่ไง… พรี่เลยจะบอกว่าเงินมันออกจากกระเป๋าเราได้ 2 ด้าน

  • ออกไปเป็นหนี้ มันจะพาดอกเบี้ยมาหา
  • ออกไปเป็นการลงทุน มันจะพาผลตอบแทนมาให้

เราคิดเปลี่ยนมุมมองนิดเดียว โอเค เรายังเงินน้อย เราเอาไปสร้างฐานะของเราก่อนไหม แทนที่จะเปลี่ยนเงินออมเป็นค่าใช้จ่ายทันที ให้มันไปเป็นเงินลงทุนก่อน

การลงทุนนั้นก็มีหลายแบบที่สร้างกระแสเงินสดให้กับเรา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ “ค่าเช่า” และ “เงินปันผล” ที่มาจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่าคอนโด ปันผลกองทุนรวม ปันผลหุ้น หรือเกิดจากการสร้างกำไรส่วนต่างจากการซื้อขายหลักทรัพย์

พรี่เลยคิดงี้นะ… สมมติเราเก็บเงินแล้วทยอยลงทุนไปเรื่อยๆ สมมติว่าเราลงทุนเก็บไปได้เงินปันผลประมาณ 3% ของเงินที่ลงทุนไป (ตัวเลขสมมติ)

เรามีเงินลงทุน 1,000,000 แล้วได้เงินปันผลในปีนั้น 3% อย่างน้อยเราก็มีเงินที่ไปเปย์ได้ 30,000 (Passive Income) โดยเงินต้นยังอยู่ในพอร์ตและสามารถลงทุนได้ต่อ ซึ่งข้อแตกต่างจากการรูดบัตรเครดิต คือ จะต้องใช้เวลาในการสะสมความมั่งคั่ง ไม่ได้เปย์ทันที แต่พรี่ว่าอย่างน้อยเราก็ไม่เป็นหนี้นะคร้า และแน่นอนว่าต่อให้นก เธอก็ยังมีเงินอยู่สวยๆๆ รวยๆๆได้ต่อ พรี่ว่าเหนื่อยแต่คุ้มค่ากับความมั่งคั่ง

ตรงนี้ขึ้นอยู่กับแผนการจัดเงินของแต่ละคนแล้ว พรี่แนะนำว่าแรกเริ่มเงินเราอาจจะไม่เยอะ ให้แบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนก่อน พอเราสามารถสร้าง Passive income ก็นำกระแสเงินสดตรงนี้ไปใช้จ่ายได้ที่หลัง

อันนี้ก็เป็นทางเลือกอันนึงที่นำเสนอคร่าาา ลองนำแนวคิดไปใช้ดู ขอให้มีความสุขและความร่ำรวย เปย์ รวยยย รวยยยค่าาาา…

 

อ่านเพิ่มเติม