หน้าแรก บล็อก

วิธีการสร้าง Grid Bot ใน Pionex

0

ในบทความนี้เราจะมาดูกันนะครับว่าหากเราจะสร้าง Grid Bot ใน Pionex นั้น เราจะต้องทำเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรบ้าง หากเราเข้าไปดูในตลาดของ Trading robot ในปัจจุบันนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่

  • Robot ที่เราต้องจ่ายเงินซื้อบริการ แล้วนำเงินไปเติมเป็นค่าธรรมเนียมในการใช้งานและผูกด้วย API ให้มีการเทรด เช่น Muskbot ที่เป็น Martingale bot เชื่อมกับทาง Binance
  • Robot ที่ใช้ใน Platform โดย เราสมัครใช้บริการ เขาจะมี Robot ให้เราใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องผูก API อะไร ซึ่ง Pionex จะเป็นผู้ให้บริการประเภทนี้ ซึ่งเราจะต้องสมัครใช้บริการกับเขาก่อนและโอน USDT เข้าไปยัง Platform ครับ

วิธีการสร้าง Robot trade ของ Pionex

สิ่งที่ผมแนะนำให้พิจารณาก่อนมีดังนี้ครับ

1. เหรียญที่เราจะลงคือเหรียญไหน?

โดยส่วนตัวผมคิดว่าเราควรจะต้องเลือกเหรียญใหญ่ๆก่อนครับ เช่น BTC และ ETH เพราะเป็นเหรียญที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในหมู่ผู้ใช้งานและนักลงทุน Crypto และหากใครสังเกตเรื่องการขึ้นลงของราคาเหรียญ BTC และ ETH จะเห็นได้ว่าเวลาราคาลงมันจะไม่ได้ลงอย่างรุนแรงเท่ากับเหรียญทั่วๆไป

2. การตั้งค่า Grid Bot

อีกเรื่องที่สำคัญคือเราจะต้องตั้ง Lower limit และ Upper Limit ซึ่งเป็นกรอบราคาว่าเหรียญนั้นเราจะให้มันซื้อขายในช่วงราคาไหน ตัวอย่างเช่น BTC นั้นหากเราดูราคาเหรียญในช่วงที่ผ่านมาจะวิ่งอยู่ในกรอบระหว่าง $30,000 – $40,000 แต่ในช่วงที่เกิกการเทขายก็จะเห็นว่าราคาลงต่ำกว่านั้นได้ ตรงนี้เราจึงต้อง Set กรอบให้ดีๆเพราะหากหลุดกรอบก็หมายถึงการติดดอยและไม่มีการเทรดได้

3. จำนวนไม้

ในการ trade นั้นเราจะต้องวางจำนวนไม้เอาไว้ด้วย เช่น 100 ไม้ 200 ไม้ ซึ่งจะเป็นจำนวนไม้ที่วางตามกรอบนั้นๆ หากเราวางไม้ห่าง ก็จะได้กำไรต่อไม้สูงกว่าในจำนวนเงินที่เท่ากัน แต่หากเราวางไม้ห่างเกินไปแล้วราคามันนิ่งๆไม่เคลื่อนไหว เช่น ช่วง Sideway ก็อาจจะทำให้เราไม่ได้กำไรอย่างที่คิดได้ ตรงนี้เราจะต้องคำนวณกันดูนะครับ

4. จำนวนเงินที่ลง

อย่าลืมกรอกจำนวนเงินที่เราซื้อด้วยนะครับ หากเราลงเงินจำนวนมากก็ย่อมมีผลให้เราสร้างผลกำไรได้มากหรือขาดทุนได้มากเช่นกันเพราะการลงทุนมีความเสี่ยงนะครับ เงินที่เราเอามาเล่นจึงควรเป็นเงินเย็นครับ

เมื่อเราสร้าง Bot แล้ว เราสามารถมาดูกราฟได้เลยครับว่าเขาวางแนวซื้อแนวขายอย่างไร อันนี้เป็นตัวอย่างของ LUNA ที่ผมซื้อไว้ในช่วงที่ราคาลงเยอะๆนะครับ หากราคาขึ้นไปชนเส้นสีแดง ระบบจะทำการขายทำกำไรให้ และหากราคาลงต่อ ระบบก็จะเอา USDT ของเราไปซื้อครับ

ขอให้โชคดีในการลงทุน Crypto นะครับ

ข้อมูลจาก Pionex

วิธีการซื้อเหรียญ BTZ ใน Global Wallet

0

ตอนนี้ BTZ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งเหรียญยอดฮิตสำหรับคนไทยแล้ว ซึ่งก็เป็นเหรียญของ Platform Bitazza ผู้ให้บริการนายหน้าซื้อขาย Crypto ที่มีใบอนุญาตจากทาง กลต.

เหรียญ BTZ นั้น ก่อนหน้านี้มีการแจกฟรีให้กับ Community ที่มาใช้บริการ Bitazza สามารถนำไปเป็นส่วนลดในค่าธรรมเนียมการลงทุนได้ และล่าสุดก็ได้นำมาเข้ากระดานซื้อขายกันแล้ว แต่หลายๆคนก็ยัง งงๆ ว่าจะซื้อเหรียญนี้ได้อย่างไร บทความนี้จะมาบอกขั้นตอนนะครับ

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มาชวนคนซื้อเหรียญ แต่จะเล่าขั้นตอนว่าถ้าจะซื้อจะต้องทำอย่างไร การลงทุนมีความเสี่ยงนะครับ โปรดศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน

ขั้นตอนที่ 1: ต้องมีบัญชีของ Bitazza ก่อน เพราะเหรียญนี้จะซื้อขายที่ Platform นี้เท่านั้นนะครับ ยังไม่ได้ List ที่อื่น สมัครแล้วยืนยันตัวตน ก็สามารถใช้ได้หลังจากที่มีการ Verified นะครับ และอย่าลืม Set 2FA ด้วยนะเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

กระเป๋าของ Bitazza นั้นจะมี 2 ส่วน คือ Thailand กับ Global ซึ่งความแตกต่างคือ กระเป๋า Thailand เราจะซื้อขายด้วยเงินบาทได้เลย ส่วน Global จะไม่มีเงินบาท เราจะใช้ USDT ครับ เหรียญ BTZ จะเปิดให้เทรดในกระเป๋า Global

ขั้นตอนที่ 2: เราต้องซื้อ USDT ก่อนในกระเป๋า Thailand ก่อน ขั้นตอนนี้ง่ายมากครับ เพียงแค่โอนเงินเข้าไปในระบบ (ชื่อ user กับ book bank ต้องตรงกัน)

เมื่อเราโอนเข้าไปแล้ว เราจะมีเงินบาทในระบบก็ซื้อ USDT ได้เลยครับ ที่ต้องใช้ USDT ก็เพราะเหรียญนี้คล้ายเงินสกุล US Dollar ในโลกคริปโต (แต่ราคาไม่เท่ากับ US Dollar เสมอไปนะครับ) เราจะเอาไว้ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนใน Global ได้

ขั้นตอนที่ 3: โอนเหรียญ USDT จากกระเป๋า Thailand ไปยัง Global โดยการไปที่หน้า Wallet (ปุ่มขวาล่าง) แล้วกดไปที่ Crypto > Transfer

พอกดมาแล้วเราก็มาเลือกที่ USDT ด้านล่าง ใส่จำนวนเหรียญไปแล้วระบบจะย้ายเงินจากกระเป๋า Thailand ไป Global ครับ

ขั้นตอนที่ 4: เปลี่ยนไปใช้กระเป๋า Global โดยการไปที่หน้า Dashboard แล้วไปที่มุมซ้ายบน เลือกที่ Switch account เปลี่ยนเป็น Global ครับ

พอเรามาที่กระเป๋า Global แล้ว ให้เรามาที่คู่เหรียญ BTZ/USDT แล้วซื้อขายจากตรงนี้นะครับ

เวลาทึ่เราซื้อขายและจะนำเงินกลับ ก็ขายเป็น USDT แล้วส่งกลับกระเป๋า Thailand แล้วเอา USDT ขายออกมาเป็นเงินบาท แล้วสั่งถอนเข้าบัญชีธนาคาร แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

อย่าลืมนะครับว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เราอาจจะกำไนหรือขาดทุนก็ได้ เราจึงต้องวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุนนะครับ

เริ่มศึกษาข้อมูลจากทาง Bitazza ได้เลยครับ

 

Review การทำกำไรขาลงของ Pionex Bot

0

ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเหรียญ Crypto และ Token ถูกเทขายอย่างรุนแรง เหรียญยานแม่อย่าง BTC ได้ลงไปแถวๆ $33,000 ซึ่งทำให้หลายคนตกใจไม่น้อยว่าจะขาดทุนหนักขนาดไหน

ตัวผมเองได้เปิด Grid trading Bot ของ Pionex โดยลักษณะการทำงานของ Bot นั้นจะมีการตีเส้นเป็น Grid เพื่อกำหนดการซื้อขาย ซึ่งเมื่อเราเริ่มบอทจะมีการซื้อเหรียญนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากเราเลือกคู่เทรด LUNA/USDT เงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปซื้อ LUNA และอีกส่วนจะยังคงไว้เป็น USDT

เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น ระบบจะทยอยทำกำไรตาม Grid ทางวางไว้ เช่น ทยอยขายทุก 1% ของราคาที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากราคาลงก็จะเอา USDT ทยอยซื้อทุก 1%

ในส่วนประสบการณ์ที่เจอมา ในช่วงขาลงนั้นแม้ระบบจะทยอยซื้อก็ตามแต่ก็จะพบว่า พอร์ตขาดทุนหนักมาก อย่าง Case ของผมเริ่มต้นที่ 101.78 USDT ต่อ LUNA พูดง่ายๆคือเริ่มที่ดอยเลย ซึ่งราคาต่ำสุดในรอบนี้คือ 43-44 USDT ต่อ LUNA เงืน

แต่ต้องอย่าลืมว่าระหว่างทางมันไม่ได้ลงทีเดีวยว มันมีขึ้นๆลงบ้าง ซึ่งจะทำให้บอทสามารถเก็บกำไรตามทาได้แม้จะเป็นในช่วงขาลง ความผันผวนตรงนี้จะสร้างผลกำไรได้แม้ในภาพรวมยังขาดทุนอยู่ แต่เมื่อตลาดกลับมาเป็นขาขึ้น เราจะได้ทั้งกำไรจากส่วนต่การลงทุนและกำไรจะการซื้อขายระหว่างทาง

รูปข้างล่างเป็นตัวอย่างนะครับ ในส่วนนี้มีกำไรที่ยังไม่ถินอยู่ 6.267 USDT และมีกำไรที่ถูกถอนมาแล้ว 85.2158 USDT ซึ่งได้มาเยอะๆในช่วงขาลงที่ Bot ทำกำไรำด้ระหว่างทาง

ของดีของการใช้ Grid Bot สำหรับผมคิดว่มีหลายอย่างเลย คือเราไม่ต้องมาเฝ้าจอระหว่างวัน ให้มันซื้อๆขายๆไป แต่เหรียญที่เราจะนำมาลงทุนนั้นควรจะเป็นเหรียญพื้นฐาน เช่น BTC ETH BNB LUNA อะไรแบบนี้นะครับ ซึ่งถือยาวๆกันไปเลย

อย่างไรก็ตามมันมีโอกาสหลุด Grid ได้นะครับ เช่น ราคาลงแล้วไม่มีไม้ให้ซื้อแล้ว ก็ต้องรออย่างเดียวเพราะขาดทุน และกรณีที่มันขึ้นจนหลุด Grid ก็จะได้ Capital gain เป็นหลัก ก็ต้องระวังความเสี่ยงกันนะครับ

ลองศึกษาเพิ่มเติมดูนะครับ Pionex

 

 

BTZ เหรียญได้ฟรี สร้างเงินล้าน

0

เหรียญที่ถูกพูดถึงในช่วงนี้มากๆก็คือเหรียญ BTZ ของ Bitazza ถูกนำไป List ในกระดานเทรดของ Bitazza และมีคนสนใจเป็นจำนวนมาก

เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ทาง Bitazza แจกให้กับผู้ใช้งาน Platform Bitazza ไม่ว่าจะเป็นการเทรดแล้วได้เหรียญ การทำ Referral แนะนำเพื่อนพร้อมส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม และการทำกิจกรรมต่างๆที่ทำให้ได้มาซึ่งเหรียญ BTZ

หลังจากที่ทุกๆคนรอมานานแสนนาน จนถึงวันที่ 22.02.2022 เหรียญ BTZ ก็ถูกเทรดคู่กับ BTZ/USDT โดยเปิดตัวในวันแรกก็ราคาพุ่งไปถึง 0.3 USDT ตกประมาณ 10 บาท

ซึ่งหากใครเก็บเหรียญ BTZ มาตลอดทางก็อาจจะได้กันเป็นหลักหมื่นหลักแสนเหรียญได้ อันนี้เป็นตัวอย่างของ Port เพื่อนผมคนหนึ่งที่ได้เหรียญมาสะสมเยอะ โดยคำนวณมูลค่าได้ $40,544 หรือตกประมาณ 1.3 ล้านบาท แน่นอนว่าถ้าเราไปดูในคนที่ติด Rank ของผู้ที่มีเหรียญ BTZ เยอะๆ จะเห็นคนที่ได้เงินในระดับ 5-10 ล้านบาทเป็นจำนวนมาก

รูปข้างล่างนี้เป็นของเพื่อนผมที่สามารถขายได้ในราคา 0.32 บาท (แต่ขายได้ไม่หมดนะครับ) เราตีมูลค่าเล่นๆกัน สมมติเราขายได้ 50,000 BTZ ก็จะได้ตกประมาณ 16,000 USDT หรือประมาณ 5 แสนกว่าบาท

นอกจากเราจะซื้อขายเหรียญ BTZ เพื่อทำกำไรกันได้แล้ว ที่ผ่านมาเขายังเปิดให้เราเอาเหรียญเข้าไปลง Founder pool ด้วยนะครับ โดยจำกัดไม่เกิน 30,000 เหรียญ ในผลตอบแทนที่ APY 40% ซึ่งตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนแล้ว

มูลค่าเหรียญที่นำมา stake จะอยู่แถวๆ 1.6-1.7 แสนบาท และในส่วนของ Cumulative PNLจะอยู่ที่ 28,741 บาท แค่วาง Staking ก็ได้เยอะแล้วครับ ตอนนี้มาครึ่งทางแล้ว ก็รอดูว่าต่อไปจะมี Pool ใหม่ๆออกมาให้ Staking อีกไหม

ราคาจะไปขนาดไหนอันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่แผนในอนาคตก็มีรองรับให้เติบโตแล้ว ผมไปดูข้อมูลที่ Yahoo เขามีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ  BTZ ดังนี้ครับ

1. Bitazza ได้ออก Token ให้มาเทรดในวันที่ 22/02/2022

2. Bitazza ได้ Broker License ที่ไทย และได้ License Exchange ที่ศรีลังกา ตอนนี้กำลังจะขอ License จากทางหน่วยงานกำกับในประเทศ กัมพูชา ฟิลิปนส์ ออสเตรเลีย และในยุโรป

3. Bitazza มี 600,000 users มีการซื้อขาย $600 ล้าน และมีเป้าหมายที่จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมระหว่าง Centralize และ Decentralize

4. Bitazza Global จะมี Spot, derivatives, yield product, DeFi, Freedom wallet, Freedom card

5. Bitazza มีแผนที่จะทำ Crypto-base eCommerce และจะมี Crypto payment car

ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีงามสำหรับคนที่ถือเหรียญ BTZ มาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ได้รับผลตอบแทนกันไปทั่วหน้า ได้มาฟรีขายทีกันหลายตัง แต่สำหรับคนที่เข้ามาใหม่ก็ควรจะต้องศึกษาก่อนนะครับ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง อาจจะขาดทุนก็ได้

หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าไปในเวป Bitazza กันดูนะครับ

 

 

นักออมคอยน์โปรดทราบ เราสามารถแบบ DCA ได้แล้ว

0

เชื่อได้ว่าหลายๆคนก็คงกำลังสะสมเหรียญ Crypto ที่ตัวเองต้องการอยู่ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีระบบที่สามารถซื้อประจำแบบอัตโนมัตได้เหมือนการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม ซึ่งนักออมคอยน์จะต้องซื้อด้วยตัวเองอย่างมีวินัยโดยการฝากเงินเข้าไปยัง Exchange หรือ Broker แล้วกดซื้อตามวันเวลาที่กำหนด

แต่ในปัจจุบันเราสามารถออมคอยน์ได้ผ่าน Platform แล้ว ด้วยการซื้อเป็นประจำแบบ DCA ด้วยการส่งคำสั่งซื้อแล้วนำ USDT ไปแลกเป็นรายเดือน

ตัวอย่างข้างล่างนี้จะเป็นของ Platform Auto-Investment ของ Binance

หมายเหตุ: Binance เป็น Platform ในต่างประเทศที่ไม่ได้ถูกกำกับโดย กลต. ในประเทศไทย นักลงทุนต้องรับความเสี่ยงด้วยตัวเองหากต้องการลงทุน

ซึ่งในปัจจุบันนั้นทาง Platform ได้ให้บริการออมคอยน์หรือ DCA ให้เลือก 3 เหรียญ ได้แก่ BTC ETH และ BNB ซึ่งหากเขาไปดูเขาจะมีเปิดให้ดูข้อมูลของ ROI ด้วยว่าได้กี่ % หากเราสนใจก็ Click ไปที่ Create Plan (การสร้างแผน) ซึ่งจะนำเราไปสู่ การกรอกข้อมูลในการลงทุน

สมมติว่าผมเลือกที่จะลงทุน BTC สิ่งที่เราจะต้องเตรียมก็คือ USDT หรือ BUSD เพราะเขาจะไม่มาตัดบัญชีเงินฝากให้ การใช้ Stablecoin นั้นก็คล้ายๆกับการมีเงิน USD ในรูปแบบ Crypto เพื่อใช้ในการทำธุรกรรม (แต่ USDT มันไม่ใช่ USD นะ แค่อธิบายให้เห็นภาพเฉยๆ)

เมื่อเตรียม USDT หรือ BUSD แล้วก็กรอกข้อมูลดังนี้

  1. จะลงกี่ USDT ต่อรอบ เช่น 10 USDT
  2. จะออมถี่ขนาดไหน รายวัน รายสัปดาห์ 2 อาทิตย์ครั้ง หรือ รายเดือน
  3. เวลาที่เราจะลงทุน
  4. ด้านล่างเขาจะถามด้วยว่า ในกรณีที่เรามีเหรียญ Stake เอาไว้ จะให้เอาเหรียญตรงนั้นมา DCA ไหม (อันนี้แล้วแต่เรา)

เท่านั้นก็เสร็จครับ

ง่ายไหม? ง่ายมากกกกกก

การซื้อแบบประจำในโลก Crypto ก็สามารถทำได้แล้วนะครับ ผมว่าต่อไป Exchange หรือ Broker ไทยอาจจะมี Feature ตรงนี้ให้เราในอนาคตก็ได้ และถ้ามันจะล้ำมากๆอาจจะให้ตัดผ่านบัญชีเงินบาทไปเลยก็จะสะดวกดีสำหรับคนที่ไม่มี USDT ครับ

ลองศึกษาข้อมูลกันดูนะครับ https://bit.ly/3nIlLqM

Review Pionex กับ บอท ฟรีๆให้ใช้

0

สำหรับสายเทรดที่ชอบซื้อขาย Cryptocurrency ในบทความนี้ผมจะมา Review เกี่ยวกับ Application Pionex ที่มีหุ่นยนต์ (บอท) ฟรีๆให้เราได้ใช้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะพูดคุยกันเรื่องนี้ ผมก็อยากจะเตือนทุกคนเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงนะครับ แม้จะใช้หุ่นยนต์มาช่วยเทรดก็ตาม

Pionex นั้นเป็น Platform ที่เราจะต้องเอา USDT ไปฝากไว้ที่ Platform (ไม่มีการเชื่อมต่อ API ของระบบนะครับ) เพราะฉะนั้นแล้วเราก็ต้องศึกษาถึงความน่าเชื่อถือของการให้บริการด้วย หรือหากไม่มั่นใจเท่าไหร่ก็เล่นน้อยๆไว้ก่อนนะครับ และต้องบอกก่อนว่า Platform แนวๆนี้ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากทาง กลต. ไทยหากมีปัญหานะครับ

วิธีการใช้งานมีขั้นตอนดังนี้ครัล

1. สมัครใช้บริการ

ขั้นตอนการสมัครก็ไม่ได้ยากอะไร เริ่มแรกเราก็ไปที่่เวปของ Pionex นะครับ โดยการ Sign up เฉพาะแค่ email และ Password ซึ่งหลังจากสมัครใช้บริการแล้วเขาก็ทำตามขั้นตอนของเขาไปในเรื่องการ verify ของมูลต่างๆ และก็ Download app Pionex ในมือถือของเราเพื่อนำมาใช้นะครับ

2. การนำเงินไปลงทุน

อย่างที่บอกละครับว่า Platform นี้ไม่ได้มีการใช้ API เราจะต้องโอนเงินไปที่ Platform ด้วยการใส่เข้าไปในกระเป๋า ซึ่งจะมีการโอนได้ในหลายๆ Network เช่น BSC TRC20 ERC20 เหรียญที่ใช้ในการซื้อขายจะเป็น USDT นะครับ

3. เลือก Bot ที่ต้องการ

หากจะเลือกบอทให้ไปที่เมนู ซื้อขาย แล้วไปที่หมวด บอท จากที่รีวิวมาจะเห็นได้ว่า Bot ที่นี่มีหลายแบบนะครับ มีให้เลือกเยอะมาก แต่ตัวที่เด่นๆแล้วใช้กันเยอะๆก็คือ Grid Trading, Martingale Bot และ Relanacing Bot

Grid Trading Bot มันจะเป็นการวางกลยุทธ์เป็นขั้น เช่น จะมีการขายทำกำไรทุก 1% ของราคาที่วิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะทำการซื้อทุกครั้งเมื่อราคาลง 1%

Martingale Bot ตัวนี้จะเป็นการซื้อเพิ่มขึ้น 1 เท่าทุกครั้งที่ราคาลงตามที่กำหนด พอลงเก็บ ลงเก็บ แล้วพอขึ้นปุ๊ปขายทำกำไรแล้วเริ่มรอบใหม่

Rebalacing Bot เริ่มต้นเราจะวางทรัพย์สิน 2 อย่างคู่กันเช่น BTC และ USDT อย่างละ 50% ซึ่งพอเวลาเปลี่ยนไปสัดส่วนเปลี่ยนขึ้นมาจะมีการ Reblacing ให้อยู่ในระดับ 50:50 เช่นเดิม ช่วงไหน BTC ขึ้นก็จะถูกเทขายทำกำไร ช่วงไหน BTC ลงก็จะนำ USDT ไปซื้อเพิ่ม ปรับกันได้แบบทุก 5 นาทีเลยครับ

4. ตามดู Bot นะครับ

เมื่อเราเลือก Bot แล้วและปล่อนให้มันวิ่งในระยะ เราก็จะเห็นว่าบอทมันมีกำไรหรือขาดทุนนะครับ อย่างในกรณีนี้คือกำไร มันก็จะแสดงภาพโชว์ออกมาว่าพอร์ตเขียวๆ ซึ่งเราสามารถให้มัน Run ต่อได้หรือถ้าพอใจก็ให้ บอท หยดทำงานแล้วได้กำไรกลับมาครับ

หมายเหตุ รูปนี้นานแล้วนะ ตอนที่่ SHIB/USDT กำลังวิ่ง สุดๆ

นอกจากการใช้ Bot แล้วมันยังมีเมนูอื่นๆให้เราได้เล่นอีกเช่น Earn ด้วยการ Arbitrage และ Lending เป็นต้น ลองศึกษาข้อมูลกันดูต่อนะครับ

ก็ Review ประมาณนี้นะครับกับ Pionex การลงทุนมีความเสี่ยงนะครับ โปรดศึกษาข้อมูลดีๆก่อนการตัดสินใจลงทุน

Copycat ตัวช่วยนักเทรดในโลก DeFi เข้ายานแม่ Binance แล้ว

0

ไม่ว่าเพื่อนๆจะอยู่สายเทรดหรือสายลงทุน ตอนนี้ Copycat เนี่ยกำลังเป็น Platform ที่น่าติดตามอยู่มากๆเพราะ

  • ถูกรับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 โปรเจคที่ทาง Binance พาขึ้นยานแม่ไปกับ Binance inclubator program
  •  เป็น Platform สำหรับคนที่อยากเทรดและต้องการตัวช่วย เช่น การทำ Copy Trade จากผู้มีประสบการณ์

มาดูรายละเอียดกันทั้ง 2 เรื่องเลยนะครับ

Copycat x Binance

เรื่องนี้เป็นข่าวเด่นข่าวดังในวงการ Crypto อยู่เหมือนกันเมื่อ Binance ประกาศให้ Copycat เป็นหนึ่งใน Platform ที่จะเข้าสู่ Binance Inclubator program ซึ่งทาง Binance ก็จะมีการช่วยในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การประชาสัมพันธ์ การเป็นที่ปรึกษา

เมื่อโปรเจคถูกพาขึ้นยานมาแล้ว นักลงทุนก็มักจะมั่นใจมากขึ้นเพราะท้ายสุดก็จะถูก List บนกระดานของ Binance ที่ผ่านมาก็มีหลายโปรเจคประสบความสำเร็จไปแล้ว เช่น Polygon, Safepal, Perpetual, Cere network, Nym technology เป็นต้น

รูปนี้เป็นกราฟราคาของ Copycat หลังจากที่ทาง Binance ประกาศพาขึ้นยานแม่ครับ แหม รู้สึกผมโชคดีจังที่แอบซื้อไปในช่วงราคาต่ำเตี้ยติดดินอยู่บ้าง ก็เลยได้กำไรกับเข้าบ้างนิดหน่อยนะครับ อิอิ

 

Copycat Finance คืออะไร?

ช่วงนี้ผมเองก็เขียนเรื่อง Platform ที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่ช่วยนักลงทุนเกี่ยวกับการเทรด แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในโลกของ CeFi แต่หากสนใจตัวช่วยในการซื้อขายก็สามารถมาลองดู Platform ของ Copycat ได้เลยนะครับ

Copycat คือ Platform ในการทำ Copy trade หลักการง่ายๆก็คือหากเราไม่ได้เป็นคนเทรดเก่งอะไร แต่อยากจะมีกำไรจากการซื้อขายกับเขาบ้าง ก็ไปติดตามคนที่เทรดเก่งๆแล้วให้ระบบ Copy การซื้อขายตาม อย่างไรก็ตามการที่เราติดตามคนเก่งๆในการเทรดก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงนะครับ การลงทุนยังมีความเสี่ยงเสมอเลย

นอกจากการติดตามคนเก่งๆเพื่อ Copy Trade แล้ว เรายังสามารถเอาเหรียญไปฟาร์มได้ด้วยเหมือนกันนะครับ ก็ไปดูที่เมนู Farm ได้เลย ส่วนตัวก็มีเอาไปทำฟาร์มไว้อยู่เหมือนกันครับ แต่ทำมานานมาก เปิดเข้าไปดูอีกทีตอนนี้ตกใจมากเพราะผลตอบแทนมันเยอะเพราะเรามาตั้งแต่แรกๆและช่วงนี้มันพุ่งเพราะขึ้นยานแม่ด้วยครับ

โปรเจคนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจคที่น่าจับตานะครับ ใครอยากจะลองดูข้อมูลก็คลิ๊กลิงค์นี้ได้เลยครับ Copycat.finance ลองศึกษาทำความเข้าใจในตัวโปรเจคก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ เพราะการลงทุนใน DeFi มีความเสี่ยงสูงครับ

Review Muskbot ใช้ หุ่นยนต์ Trade Crypto

0

พอดีมีเพื่อนมาชวนใช้ Muskbot หุ่นยนต์เทรด Crypto ได้ผลงานที่ดี ก็เลยจะมา Review ให้ฟังนะครับว่าใช้ต้องเริ่มทำยังไงบ้าง อย่างไรก็ตามก็อยากจะบอกว่าบทความนี้แค่เล่าประสบการณ์ให้ฟังเท่านั้นนะครับ การใช้บริการต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคนครับเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง หากใครต้องไปดูข้อมูลผู้ให้บริการก็ไปดูได้ที่ >>>  Muskrobot.vip (Click ได้ครับ)

Muskbot

ตั้งแต่ที่ผมลองมาใช้หุ่นยนต์ในการเทรด จนถึงวันที่เขียนบทความนี้ เป็นระยะเวลา 15 วัน ได้ผลตอบแทนดีบ้างแย่บ้างในแต่ละวัน แต่รวมๆแล้วได้ผลตอบแทนมาประมาณ $800 USDT โดยผมเริ่มจากการเอาเงินมาลงครั้งแรก $2,000 USDT และต่อมาก็เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ $6,000 USDT เพื่อสำรองในการเทรดครับ

หลักการของ Muskbot นั้นจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Martingale นั่นคือมีการซื้อเหรียญเอาไว้ในไม้แรก กรณีที่เหรียญราคาขึ้นก็จะทำการขายในราคาเป้าหมายที่กำหนด แต่หากราคาลงอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำการซื้อเหรียญเพิ่ม 1 เท่า เพื่อถัวให้ต้นทุนที่ซื้อเหรียญลดลง เมื่อมีการปรับตัวขึ้นอีกครั้งก็จะมีการขายทำกำไร

วิธีการนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่นะครับ ถ้าราคาเหรียญตกเรื่อยๆแล้วไม่มีตังถัวก็จะดอยได้ ผมเคยเจอการถัวไปครั้งหนึ่งด้วยเงินถึง $4,000 USDT จึงมีคำแนะนำกันครับว่า ถ้าเรามีเงินน้อย ก็ควรเล่นน้อยตัวนะครับ อย่างไรก็ตามวิธีการที่ดีที่สุดก็คือเราพยายามหาเหรียญที่กำลังเป็นกระแส อยู่ในเทรนราคาขึ้น ก็จะมีโอกาสสร้างผลกำไรได้มากกว่านะครับ

อย่างที่บอกแหละ ทุกอย่างมีความเสี่ยง Bot ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกันครับ

 

เริ่มใช้ Muskbot ยังไง?

จริงๆขั้นตอนการใช้ Muskbot นั้นง่ายๆเลยครับ เราจะต้องเปิดใช้บริการและจ่ายค่า License ก่อน จากนั้นก็เชื่อม API กับ Binance และไป Set ค่าต่างๆในการเทรดครับ

1. เปิดใช้บริการ

สมมติเราเข้าไปที่หน้าแรกของ Muskbot เราจะเห็นเป็นภาษาจีน ให้ไปที่มีขวาบนครับ มันจะเปลี่ยนภาษาได้ เราก็กรอกข้อมูลไป ส่วนใหญ่ที่จะเจอปัญหากันคือชื่อเล่น เราต้องเปลี่ยนชื่อเล่นให้ไม่ซ้ำกับใครนะครับ

ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ พอเสร็จแล้วก็ไป Download application ครับ ใครใช้ IOS หรือ Andriod ก็โหลดตาม Plaform ได้เลยครับ

2. ซื้อ License

การใช้งานหุ่นยนต์นี้ เราต้องซื้อ License นะครับ โดยเราจะต้องเอา USDT ไปฝากก่อน โดยค่า license อยู่ที่ $150 USDT ต่อปี และจะมีค่าซื้อขายของ Robot ด้วยครับ ผมเลยโอนไปซัก $250 USDT

ซึ่งเราจะต้องกดที่ Asset แล้วโอน USDT ด้วย TRC20 นะครับ

หมายเหตุ: โอนไปนี่เฉพาะแค่ค่า License กับ สำรองไว้เผื่อเขาหักค่าธรรมเนียมการเทรดนะครับ ส่วนการเทรดจริงๆให้เอา USDT ไว้ใน Binance ครับ

พอมีเงินแล้วก็ซื้อ License ได้ ด้วยการมาที่ Menu Me ซื้อ Code ตรง My Activate Code แล้วไปกด Renewal แล้วใส่ Code ลงไปเป็นอันใช้ได้ครับ แต่กรณีที่เขาบอกให้เปลี่ยน Transaction password ก่อน ให้ไปเปลี่ยนตรงฟันเฟืองด้านขวาบนนะครับ

3. เชื่อม API กับ Binance

การเทรดด้วย Robot เจ้านี้จะต้องใช้การเชื่อม API ระหว่าง Muskbot กับ Binance นะครับ เพราะฉะนั้นต้องมีบัญชีให้ครบก่อนนะครับ ในกรณีที่เรามีบัญชีครบแล้วให้เราไปเอา API นะครับ โดยกด more แล้วลงไปที่ API management

กดเข้ามาแล้วสร้าง API  นะครับ

พอเราสร้าง API แล้ว ให้ Copy API Key และ Secret Code มาใส่ไว้ที่ Muskbot ครับ กดตรงที่ผมวงไว้นั่นละ และอย่าลืมนะครับว่า ในฝั่ง API ของ Binance ตั้งไปติ๊กเครื่องหมายว่า Enable spot & Margin trading ด้วยนะครับ

4. Set ค่า Bot

การเทรดนั้นเราจะต้องไปเลือกก่อนว่าเราจะให้หุ่นยนต์ซื้อขายเหรียญไหน ด้วยการไปกด Strategy setting ก่อน อยู่ตรงด้านล่างครับ

พอเข้ามาแล้วเราจะเจอข้อมูลให้ Set เยอะมาก ดังนี้ครับ

  • Initial position: ลงเริ่มต้น ผม set ไว้ที่ 15 USDT
  • Initial order double up: ซื้อไม้แรกเพิ่ม 1 เท่า
  • Comprehensive indicator surveillance: ตัวนี้ผมไม่ได้ใช้เท่าไหร่ มันจะเป็น indicator ที่ซื้อเมื่อสัญญาณแข็งแกร่ง
  • Order quantity: จำนวนไม้ที่ซื้อทั้งหมด ผมตั้ง 7
  • Full position TP Ratio: กำไรกี่ % ถึงขาย ผมตั้ง 1%
  • Full position TP retracement ถึงจุดขายแล้วย่อกี่ % ถึงขาย ผมตั้ง 0.01%
  • Cover configuration: การตั้งค่าไม้ถัว ปกติผมตั้งแถวซ้าย 2233456
  • Drop pullback: ย่อกลับกี่ % แล้วถัว
  • Position-Split TP ratio = ไม้ 5-6-7 แบ่งขายเมื่อกำไรไม้นั้นกี่ % ผมตั้ง 2% 2% 2% เป็นหลักครับ เซฟๆ

Set ค่าแล้วอย่าลืมกด Start นะครับ เมนูอื่นๆลองศึกษาเพิ่มเติมกันดูต่อเองนะครับ

ผู้ใช้งานสามารถไปติดตามกลุ่ม TG ที่เขา Update เหรียญกับสูตรในแต่ละวันได้นะครับ ส่วนใครมีท่าของตัวเอง แบบเป็นท่ายากกำไรเยอะ ก็ลองดูแล้วกัน

ท้ายสุดนี้ก็อยากจะบอกว่า เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการซื้อขายเท่านั้น ความเสี่ยงในการลงทุนยังเป็นอะไรที่ต้องระวังกันไว้นะครับ นอกจากนี้ เครื่องมือพวกนี้ไม่ได้มีการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์และ กลต. จึงต้องระมัดระวังด้วยตัวเองครับ

Source: Muskbot

เรื่องน่าสนใจใน TENFI

0

เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้มีเพื่อนชวนมาลองใช้ TENFI ดูว่าเป็นอย่างไร เราก็ลองไปอ่านๆในพวก Github ดูก็พบว่าตัวนี้มันเป็นพวก Aggregator และ Yield optimizing นะ แต่ความน่าสนใจก็คือเขามี Feature ที่อยู่ในแผนและน่าสนใจค่อนข้างเยอะ

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มเนี่ยก็อยากจะบอกว่า การลงทุนมีความเสี่ยงนะครับ โปรดศึกษาและรับความเสี่ยงก่อนการลงทุน Project ใน Defi ไม่ได้รับรองจากทาง กลต นะครับ

ในหน้าเวปของ TENFI ก็จะมีบอกนะครับว่า Product หลักๆของเขาตอนนี้มีอะไรบ้าง ซึ่งที่ผมลองไปเล่นมาครบแล้วก็คือ TEN Stake, Yieldex และ TenLots นะครับ มาดูทีละอันกันนะครับ

TEN Stake

เวลาที่เราจะ Stake หรือเอาทรัพย์สินดิจิตัลไปใส่ใน Vault สิ่งแรกที่เราสนใจก็คือความน่าเชื่อถือ ซึ่งที่นี่เขาก็ได้รับ Certik มานะครับ

เท่าที่ดูมาก็มีการ Stake แบบเหรียญเดียวและการทำเป็น LP นะครับ ถ้าปกติเรา LP ในพวก Pancake swap อยู่แล้วก็ลองเปรียบเทียบผลตอบแทนดูนะครับ ซึ่งถ้า TENFI ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็ลองมาดูที่นี่ก็ได้นะ ซึ่ง Reward เขาจะแจกเป็น TENFI ด้วย พอเห็นแบบนี้หลายตัวผมย้ายเลยจ้าาาาา

เท่าที่สังเกตดูก็คือที่นี่ไม่ได้ผลตอบแทนแบบเวอร์วังนะครับ ผมว่าไม่ได้เหมาะกับคนชอบซิ่ง ซึ่งปกติผมก็ไม่ได้ซิ่งอยู่แล้ว

และที่สำคัญนะครับ “ง่ายมาก” สมัยก่อนเวลาเราจะผูก LP ทีนึงนะ ต้องไปซื้อเหรียญก่อนแล้วก็เอา 2 เหรียญมาผูก LP แต่ Platform นี้หลักๆใช้ 3 เหรียญ คือ WBNB BUSD และ TENFI อยากได้ LP ไหนหยอดลงไป เดี๋ยวเขาเปลี่ยนให้เองครับ (ลองดูรายละเอียดต่อดูนะ)

Yieldex

อันนี้ผมว่ามัน Idea คล้ายๆกองทุนรวม เราจะเอาเหรียญ WBNB กับ BUSD หยอดลงไป แล้วเลือกแนวทางของการลงทุนว่าจะเอาแบบไหน ซึ่ง ณ ตอนนี้ระบบมีให้เลือกอยู่ 3 แบบคือ

  1. High Yield LP
  2. New Premium LP
  3. Stable LP

ถ้าเรา Click ไปดู เขาก็จะวาง Asset allocation เอาไว้ในแต่ละแบบ อย่างอัน High Yield LP ผลตอบแทนสูงสุดจะผูก LP 10 คู่ที่ความเสี่ยงสูงหน่อย เช่น WBNB/BETA CAKE/USDT C98/WBNB AXS/WBNB โดยรวมๆแล้วก็เป็นเหรียญที่เรารู้จักกันอยู่นะครับ ไม่ใช่เหรียญเฟี้ยวฟ้าวฟาร์มซิ่ง

ส่วน New Premium LP ความเสี่ยงจะรองลงมา แต่เหรียญที่เอามาผูก LP จะเป็นแบบ BTCB/WBNB ETH/WBNB WBNB/BUSD คือเน้นเหรียญใหญ่ตัวแม่ของแผ่นดิน Crypto ไปเลย แต่แน่นอนว่าพวกนี้มีความผันผวนอยู่นะครับ ผลตอบแทนอาจจะไ่ม่ได้เท่าพวกกลุ่มแรก แต่แบบหลายๆคนคงมองว่า ถือ BTC ETH BNB ก็นอนหลับสบายกว่าเหรียญที่รองๆลงมาอะเนาะ

ตัวสุดท้ายคือ Stable LP เน้นผันผวนน้อยเลย (ชื่อก็บอกอยู่แล้ว) ตัวนี้เขาเน้น Stablecoin LP ครับ เหมาะกับคนรับความเสี่ยงต่ำ อย่าง USDC/USDT USDC/BUSD VAI/BUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ถูกยอมรับในวงการ Crypto อยู่แล้ว

TENlots

เรื่องนึงที่ผมชอบก็คือ TENFI มันเป็น Government Token ที่เน้นแจก แต่ถ้าอยากซื้อก็ซื้อได้ และ Platform นี้ดูเหมือนว่าเขามีเป้าหมายจะสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม แล้วใครที่มาใช้งานเขาก็จะได้ TENFI ออกมา เราสามารถเอา TENFI ไปขายก็ได้ (อันนี้แล้วแต่)

แต่ถ้าเรามี TENFI เยอะๆ เขาก็จะถือว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ใช้ Platform ก็เอาไป Stake ไว้แล้ว Claim ใน TENlots ซึ่งเป็น Model ในการ Share รายได้ แต่ว่าแต่ละ Pack ก็เห็นจะมีจำนวนจำกัดนะครับ เขาก็จะมี Reward ให้ด้วยครับ

จริงๆมันมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจในแผนนะครับ เอาไว้ผมลองๆติดตามแล้วจะมา Review เพิ่มให้นะครับ ผมว่า Platform นี้มันมี concept เรื่องความง่าย และช่วยสร้างผลตอบแทนให้เราได้ดีด้วยครับ

ไป Join Telegram เลย t.me/tenfinanceTH

ส่วนเวปก็ https://ten.finance/

การลงทุนมีความเสี่ยงนะครับโปรดตัดสินใจให้ดีก่อนการลงทุนนะ

Metaverse เมื่อโลกกำลังมีหลายใบ

0

ช่วงนี้มีคนพูดถึง Metaverse หรือโลกเสมือนกันมากขึ้น ซึ่งในหลักการก็คือโดยปกติแล้วเราอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เราอาจจะสร้างโลกเสมือนขึ้นมาอีกใบแล้วเราเข้าไปอยู่ในนั้น แนวความคิดในเรื่องนี้เราคงจะเห็นกันมาในภาพยนต์ไซไฟกันมาก่อนแล้ว ตัวอย่างเช่น

  1. The Matrix ที่นีโอกับทรินีตี้สามารถเข้าไปในอีกโลกได้ผ่านการเชื่อมต่อที่เสียบปลั๊กเข้าไปบนหัว แล้วไปใช้ชีวิตในอีกโลก
  2. The Surrogates หนังเรื่องนี้ผมจำคร่าวๆได้ว่า เราจะเชื่อมตัวเองต่อกับหุ่นยนต์ แล้วเอาหุ่นยนต์ไปใช้ชีวิตนอกบ้านแทนเรา
  3. The Ready Player One เรื่องนี้จะดูเป็นจริงเป็นจังและเข้ากับเหตุการณ์สมัยนี้ เราใส่เครื่อง AR แล้วเข้าไปในโลกเสมือนได้

เวลาที่เราดูหนังแนวๆแบบนี้เมื่อ 10 กว่าปีก่อนก็คงสงสัยกันว่า มันจะเป็นจริงได้หรอ? และเราจะได้ประโยชน์อะไรในการเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนแบบนั้น

แต่ถ้าเรามองความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ โลกใบใหม่ๆที่เป็นโลกคู่ขนานก็มีมากขึ้นเรื่อย อย่างเช่น การคิดค้นโทรทัศน์และวิทยุที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มาจากหลายๆที่ได้ คนสมัยก่อนก็คงตั้งคำถามล่ะว่า มันจะทำอะไรต่อได้ มากกว่าการดูการฟัง ซึ่งต่อมาของพวกนี้ก็กลายเป็นเรื่องมือสื่อสาร การค้า การโฆษณา ที่สร้างมูลค่าทาลเศรษฐกิจได้

ถ้าขยับมาในยุคใกล้ๆช่วงชีวิตเราขึ้นมาอีก ในช่วงแรกของการพัฒนาเครือข่าย Internet ก็อาจจะมีคนตั้งคำถามว่า จะเอาไปทำอะไร เปิดร้านค้าออนไลน์จะได้ประโยชน์อะไร สู้การมีหน้าร้านจะได้หรอ? ปัจจุบันก็คงทราบดีว่าคนใช้ Internet มากขนาดไหน ร้านค้าทั้งหลายก็ขึ้น Online ทั้งนั้น ขนาดการหาแฟนยังหาทาง Application ต่างๆเลย จนถึงปัจจุบันเราใช้ทรัพยากรมาถึงจุด Internet of things แล้ว

ที่สำคัญคือมันสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้  ใครจะไปคิดว่า Address ของเวปไซต์ดังๆมันจะขายกันได้เป็นล้าน ทั้งๆที่คนรุ่นเก่าอาจจะมองแค่ว่ามันคือของที่เสกจากอากาศ จับต้องก็ไม่ได้

Metaverse Era

ในยุคนี้เราเริ่มเห็นเทคโนโลยีต่างๆที่ทำให้ Metaverse เป็นจริงมากขึ้น อย่างเช่นการเล่นเกมส์ที่เราสามารถใส่แว่น VR แล้วไปในโลกของเกมส์ได้ อย่างผมเองก็เคยเล่นพวกเกมส์แนวๆยิงปืนต่อสู้ ที่ต้องหันซ้าย หันขวา เอาปืนยิงๆศัตรูในโลกเสมือนจริง

คำถามก็คือโลกนี้จะมี Metaverse ไปทำอะไรได้มากกว่าการเล่นเกมส์ไหม สำหรับผมแล้วคิดว่ามันทำได้ตามยุคสมัยอยู่แล้ว อุตสาหกรรมที่น่าจะมาใช้ประโยชน์ของโลกนี้ก็ยกตัวอย่างได้เช่น

  • การค้า ไม่ว่าค้าปลีกค้าส่ง เราอาจจะสร้างพื้นที่ในโลกเสมือน แล้วเอา AI มาเป็นพนักงาน เมื่อมีคนเข้ามาติดต่อซื้อของ ก็จะมีการชำระเงินและส่งของให้ อาจจะเป็นของที่อยู่ในโลกแห่งความจริงที่มาส่งให้ที่บ้าน ถ้าเป็นของในโลกเสมือนเช่นทรัพย์สินดิจิตัลก็รับกันได้เลย
  • การเงินการลงทุน ผมว่าเราอาจจะเห็นในโลก Crypto กันแล้วนะครับว่าเราสามารถนำเหรียญที่มีในการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรืออาจจะซื้อพวก NFT มาสะสมได้เช่นเดียวกัน เกมส์ในโลกคริปโตก็เกิดขึ้นแล้ว ซื้อแม้กระทั้งทีดินในเกมส์ ต่อไปอาจจะมีการต่อยอดธุรกิจต่างๆได้ ใครที่สนใจอย่าลืมศึกษาดู เช่น ใน Bitazza หรือ Binance นะครับ
  • สื่อสารประชาสัมพันธ์ อุตสาหกรรมนี้มาเสมอครับ เราอาจจะเห็น Channel ใหม่ๆ การสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆในโลกเสมือน หรืออาจจะเป็น Social Network ที่เราพูดจาคุยกันในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่แน่ว่าเราอาจจะเจอ Influencer หรือดารา ที่เป็น AI ในโลกนี้ก็ได้

อันนี้เป็นอุตสาหกรรมที่พอจะนึกออกและคิดว่าในอนาคตน่าจะมีการเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไม่สะดุดนะครับ ถ้าเห็นแบบนี้แล้วผมว่า เรื่องทรัพย์สินดิจิตัลก็เป็นอะไรที่น่าสนใจในการศึกษาตั้งแต่วันนี้ (ถ้าคุณเชื่อว่าโลกจะไปในเทรนนี้นะ)